“ถ้าคุณคิดว่าการทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่งจะทำให้หน้าตาในสังคมของคุณดูงดงามขึ้น คุณก็นับว่าเป็นแม่ที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งที่ดิฉันเคยพบมาเลยค่ะ”
รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาของเธอสบประสานกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของคุณหญิงภารดีอย่างไม่หลบเลี่ยง เสียงฝีเท้าของหญิงสูงศักดิ์ที่เดินวนเวียนอยู่ในห้องทำงานของจิตแพทย์ดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่น่าอึดอัด เธอหยุดกึกที่หน้าโต๊ะทำงานของรินรดา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะลงบนพื้นโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะที่เหมือนจะกดทับลมหายใจของคนในห้อง
“หมอเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?” คุณหญิงภารดีแค่นยิ้ม มุมปากเหยียดหยาม “ดิฉันไม่ได้ทำลายอนาคตของธันวา ดิฉันแค่ ‘ขัดเกลา’ เพชรเม็ดงามให้เจียระไนจนไร้ที่ติ และหมอกำลังเป็นตัวการที่พยายามจะทำให้เพชรเม็ดนั้นมัวหมองด้วยทฤษฎีจิตวิทยาจอมปลอมของหมอ”
รินรดาผ่อนลมหายใจเบาๆ เธอขยับแฟ้มเอกสารในมือ ปลายนิ้วสัมผัสถึงความเย็นของกระดาษบันทึกคำบอกเล่าของธันวา—เด็กชายที่นั่งเงียบเชียบอยู่บนโซฟาตัวมุมห้อง สายตาของเขามองไปที่เปียโนสีขาวตั้งโชว์ในห้องทำงานของเธอ ราวกับว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดที่รอเวลาจะขย้ำเขาให้จมเขี้ยว
“ทฤษฎีของดิฉันไม่ได้สร้างความมัวหมองให้กับธันวาค่ะ แต่มันกำลังสะท้อนความจริงที่ว่า ‘เพชร’ ที่คุณว่า กำลังแตกสลายอยู่ภายใต้แรงกดดันที่คุณหยิบยื่นให้” รินรดาเปิดแฟ้มเอกสารออก กางหลักฐานภาพถ่ายรอยช้ำและบันทึกการประเมินภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงวางไว้ตรงหน้า “นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขา และนี่คือบันทึกเสียงที่คุณขู่ว่าจะยึดเปียโนตัวโปรดถ้าเขาทำคะแนนสอบได้ไม่ตามเป้าหมาย ดิฉันได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดนี้ไว้แล้ว และมันจะไปปรากฏอยู่ในสำนวนคดีที่ดิฉันจะยื่นต่อหน่วยงานคุ้มครองสิทธิเด็กภายในสัปดาห์นี้ค่ะ”
คุณหญิงภารดีชะงัก สีหน้าเรียบเฉยที่เคยฉาบไว้เริ่มร้าวฉาน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงแอร์ที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ธันวาขดตัวแน่นขึ้น ปลายเท้าที่ลอยพ้นพื้นสั่นเทาเล็กน้อย รินรดารู้ดีว่าเด็กน้อยกำลังหวาดกลัวอิทธิพลของผู้หญิงตรงหน้าเพียงใด แต่นี่คือจุดที่เธอต้องเลือกระหว่างความเกรงใจกับชีวิตของเด็กคนหนึ่ง
“หมอคิดว่าหมอจะมีชีวิตรอดไปถึงวันที่ศาลเปิดอ่านเอกสารพวกนี้งั้นเหรอ?” คุณหญิงภารดีกระซิบเสียงเย็นเยียบ เธอก้มลงมาจนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลจนน่าเวียนหัว “คนอย่างหมอมีแค่ความรู้ แต่คนอย่างฉันมีเส้นสายที่หมอคาดไม่ถึง ต่อให้หมอพยายามจะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องแค่ไหน สุดท้ายหมอก็จะกลายเป็นแค่อีกคนที่ล้มเหลวในสังคมนี้”
รินรดาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เธอเพียงแต่ยื่นซองเอกสารอีกฉบับที่ปิดผนึกไว้แน่นหนาให้
“ดิฉันไม่ได้ทำงานคนเดียวค่ะ และดิฉันไม่ได้หวังพึ่งแค่ระบบกฎหมายที่อาจจะล่าช้า แต่บันทึกชุดนี้ได้ถูกส่งไปถึงมือของนักข่าวสืบสวนสอบสวนที่มีจริยธรรมสูงส่ง และองค์กรสิทธิเด็กในต่างประเทศแล้ว” รินรดาสบตานิ่ง “ถ้าธันวาต้องเสียเปรียบไปแม้แต่นิดเดียว ข่าวหน้าหนึ่งของสื่อกระแสหลักจะเปลี่ยนจากข่าวความสำเร็จของตระกูลคุณ เป็นข่าวการทารุณกรรมเด็กที่โหดร้ายที่สุดแห่งปี”
คุณหญิงภารดีคว้าซองเอกสารนั้นไป บีบมันจนยับยู่ยี่ด้วยความโกรธจัด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองลูกชายแม้แต่น้อย เสียงประตูปิดลงดังสนั่น ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้ง
รินรดารีบลุกจากโต๊ะเดินไปหาธันวา เธอคุกเข่าลงข้างๆ เขา สัมผัสถึงไอเย็นจากร่างกายที่สั่นสะท้าน เธอไม่ได้พูดอะไรในทันที เพียงแค่ประคองมือของเด็กน้อยไว้ด้วยความอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งจะมอบให้กับเด็กที่แตกสลายได้
“หมอคะ...” ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยแห้งแล้งกลับมีน้ำใสๆ คลออยู่ “ถ้าแม่รู้ว่าผมเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้หมอฟัง... แม่จะไม่ปล่อยผมไว้แน่ๆ”
รินรดายิ้มบางๆ บีบมือเขาแน่น “หมอสัญญาค่ะ ว่าหมอจะไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น และไม่ว่าอะไรจะตามมาหลังจากนี้ เราจะสู้ไปด้วยกัน ธันวาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ”
ทว่า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะกอดปลอบเด็กชาย เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นเป็นระยะๆ เหมือนฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วลมหายใจก็ต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นข้อความในอีเมลที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา
มันเป็นรูปภาพถ่ายภายในห้องทำงานของเธอ—รูปของเธอที่กำลังจับมือกับธันวาเมื่อครู่นี้ มุมกล้องที่ถ่ายเจาะจงเห็นใบหน้าของเธอและเด็กชายชัดเจน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากเบอร์แปลกหน้าที่อ่านแล้วทำให้หัวใจของจิตแพทย์สาวต้องหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
“ลืมบอกไปค่ะคุณหมอ... ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่หมอกับเด็กนั่นหรอกนะคะ”
ข้อความนั้นจบลงด้วยสัญลักษณ์ของกล้องวงจรปิดตัวเล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ใต้ฐานเปียโนที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน รินรดาชะงักค้าง สายตาของเธอเบนไปที่ฐานเปียโนตัวนั้นอีกครั้ง และเห็นแสงไฟสีแดงดวงเล็กๆ กระพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่กำลังเร่งเร้าของเธอเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของกระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 37
ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!