เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 16

แผนการเปลี่ยนชีวิต

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“ถ้าลูกยังทำนิ้วแข็งแบบนี้... ก็ไม่ต้องไปงานแสดงที่หอประชุมคอนเสิร์ตคืนนี้” เสียงเย็นเยียบของคุณหญิงภารดีดังทะลุผ่านประตูห้องซ้อมเปียโนเข้าไป แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน รินรดานั่งกอดอกอยู่มุมห้อง สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังเล็กๆ ของธันวาที่สั่นเทาอยู่หน้าแป้นคีย์สีขาวสลับดำ นิ้วมือของเด็กชายค้างคาอยู่บนคอร์ดที่ผิดเพี้ยน เสียงเปียโนที่ควรจะกังวานใสกลับฟังดูหม่นหมองราวกับเสียงสะอื้นที่ถูกกักขัง “แม่คะ ดิฉันคิดว่าธันวาต้องการพักสักครู่ค่ะ” รินรดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงพลังอำนาจที่ทำให้คุณหญิงภารดีต้องหันมามองด้วยสายตาจิกกัด “พัก? แล้วใครจะรับผิดชอบความเสียหายถ้าเขาลืมจังหวะต่อหน้าคนดูนับพันคนคะ คุณหมอ?” คุณหญิงภารดีแค่นยิ้ม “การเลี้ยงลูกให้เป็นเพชรน้ำหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันด้วยการโอ๋นะคะ” รินรดาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เธอเพียงแต่ขยับตัวลุกขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นกุหลาบขาวของเธอลอยวนอยู่ในอากาศที่เริ่มอึดอัด เธอเดินตรงไปหาธันวา มือบางวางลงบนไหล่เล็กที่เกร็งแน่น เธอสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเด็กชายคนนี้ เขาไม่ได้เพียงแค่กลัวแม่ แต่เขากำลังกลัว 'ตัวตน' ของตัวเองที่ถูกกลบฝังอยู่ใต้ชื่อเสียงของตระกูล “ธันวาคะ” รินรดาเรียกเบาๆ “ลองมองที่กระจกเงาบานนั้นดูสิคะ แล้วบอกหมอ... ว่าภาพที่เห็น คือคนที่อยากเล่นเพลงนี้จริงๆ หรือเปล่า” ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววสดใสบัดนี้กลับว่างเปล่าเหมือนบ้านที่ถูกทิ้งร้าง เขาไม่ได้มองกระจก แต่เขามองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจางๆ จากการฝึกซ้อมหนักเกินควร “ผม... ผมไม่อยากเล่นเพลงของโชแปงแล้วครับ” เสียงของเด็กชายแหบพร่า “ผมอยากเล่นเพลงที่ผมแต่งเอง... เพลงที่ไม่มีชื่อ... เพลงที่มันดังอยู่ในหัวผมตอนที่ผมแอบไปนั่งมองฝนตกที่ริมหน้าต่าง” “ไร้สาระ!” คุณหญิงภารดีปรี่เข้ามา กระชากแขนลูกชายให้ลุกขึ้น “แกไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น ชีวิตแกคือสมบัติของวงศ์ตระกูล!” รินรดาขยับตัวขวางไว้ทันควัน สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “คุณหญิงคะ สมบัติไม่ได้มีไว้เพื่อถูกตีกรอบให้เป็นเครื่องมือ แต่มันมีไว้เพื่อให้เจ้าของได้ชื่นชมและภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็น... การที่คุณหญิงบีบเขาแบบนี้ ไม่ได้สร้างนักเปียโนที่ยิ่งใหญ่หรอกค่ะ แต่มันกำลังสร้างคนที่แตกสลายเกินกว่าจะประกอบกลับคืนได้” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง เสียงหัวใจของธันวาดังชัดเจนในความรู้สึกของรินรดา เธอรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้ายก่อนที่งานแสดงจะเริ่มขึ้น แผนการที่เธอเตรียมไว้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโน้ตเพลงบนกระดาษ แต่มันขึ้นอยู่กับ 'หัวใจ' ที่ถูกกดทับของธันวา “ธันวา ฟังหมอนะ” รินรดากระซิบข้างหูเด็กชาย ท่ามกลางสายตาเดือดดาลของคุณหญิงภารดี “คืนนี้ เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องขึ้นเวที แทนที่จะเล่นเพลงที่เขาบังคับ... ให้เธอเล่นสิ่งที่เป็นความรู้สึกจริงๆ ของเธอออกมา หมอจะอยู่ข้างเวที หมอจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง แต่เธอต้องกล้าที่จะเป็นอิสระ... กล้าที่จะขัดขืนเพื่อรักษาจิตวิญญาณของตัวเองไว้” ธันวามองหน้ารินรดาด้วยความสับสน แต่ในแววตานั้นเริ่มมีประกายของ 'ทางเลือก' ปรากฏขึ้นมา เขาพยักหน้าช้าๆ ความกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว ตกค่ำ ณ หอประชุมหรูหรา แสงไฟสปอตไลท์จับจ้องไปที่ร่างเล็กของธันวาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม คุณหญิงภารดีนั่งอยู่แถวหน้าสุดด้วยความภาคภูมิใจ รอคอยเสียงเพลงที่จะตอกย้ำความสำเร็จของเธอ ธันวานั่งลงหน้าเปียโนหลังใหญ่ มือของเขาสั่นน้อยๆ เขาหลับตาลง ภาพรอยร้าวในใจของเขาสะท้อนออกมาผ่านความเงียบที่ยาวนานจนคนดูเริ่มกระซิบกระซาบ คุณหญิงภารดีเริ่มขยับตัวด้วยความไม่พอใจ เขาวางนิ้วลงบนคีย์ ไม่ใช่เพื่อเริ่มเพลงของโชแปงอย่างที่แม่สั่ง แต่เขากดโน้ตแรกที่แผ่วเบา สั่นไหว และโหยหา... มันเป็นท่วงทำนองที่ไม่เคยปรากฏในหนังสือเรียนเล่มไหน เป็นเสียงดนตรีที่เกิดจากความเจ็บปวดและการปลดปล่อย คุณหญิงภารดีหน้าถอดสีทันที เธอรีบลุกขึ้นยืนหมายจะพุ่งตัวออกไปขัดขวาง แต่ทว่า... ทันใดนั้น ไฟในหอประชุมทั้งหลังก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังเปียโนตัวเดียว ประตูทางออกฉุกเฉินด้านหลังเวทีถูกแง้มออกโดยใครบางคน รินรดาที่ยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเห็นธันวาหยุดเล่นกะทันหัน เขาหันมาสบตากับเธอ แววตาของเด็กชายไม่ใช่เด็กที่หวาดกลัวอีกต่อไป เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เปียโน ทิ้งความสำเร็จจอมปลอมไว้เบื้องหลัง แล้ววิ่งตรงไปยังประตูที่เปิดแง้มรออยู่ รินรดาเตรียมจะก้าวตามไป แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมือปริศนาจากเงามืดด้านหลังเอื้อมมาปิดปากเธอไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นยะเยียบข้างหูว่า... “คุณหมอคิดว่าการช่วยเด็กคนหนึ่งให้หนีจากกรงแก้ว จะช่วยให้เขาไปได้ไกลแค่ไหน... โดยไม่รู้เลยว่ากรงที่แท้จริงน่ะ คือโลกใบนี้ที่ผมเตรียมไว้ให้ต่างหาก” ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในใจไปพร้อมกับตัวละครของกระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%