"ถ้าคุณคิดว่าการขังเขาไว้ในห้องเปียโนจะทำให้เขากลายเป็นอัจฉริยะที่โลกจดจำไปตลอดกาลได้ล่ะก็ ดิฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่า คุณกำลังทำลาย 'มนุษย์' คนหนึ่งให้กลายเป็นเพียง 'ตุ๊กตาไขลาน' ที่รอวันพังทลายเท่านั้น"
รินรดาวางเอกสารบันทึกการประเมินสุขภาพจิตลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหรูด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอจะเรียกสติของคุณหญิงภารดีที่กำลังจิบชาอย่างใจเย็นได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับเพียงแค่ปรายตามองผ่านแว่นสายตาไร้กรอบ ราวกับสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างบานสูงของคฤหาสน์หลังนี้
"หมอรินคะ หน้าที่ของคุณคือการรักษา ไม่ใช่การมาสอนเรื่องการเลี้ยงลูกให้ฉัน" เสียงของคุณหญิงเรียบเย็นราวกับน้ำแข็ง "ธันวาเป็นเด็กพิเศษ เขาต้องการระเบียบวินัยมากกว่าความอ่อนแอ และถ้าวันนี้คุณหาตัวเขาไม่พบ... ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าสัญญาว่าจ้างของเราจะมีความหมายอะไรอีก"
รินรดาไม่ตอบโต้ เธอหมุนตัวเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้น ท่ามกลางหยดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายเล็กๆ แต่ละหยดที่ตกกระทบผิวหนังทำให้ความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่ขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะอากาศ แต่เป็นเพราะภาพจำของธันวาในวัยสิบขวบที่นั่งก้มหน้า นิ้วมือเรียวยาวสั่นเทาขณะกดคีย์เปียโนซ้ำๆ เพื่อหนีจากโลกแห่งความคาดหวังที่พังทลาย
*ธันวา... เธออยู่ไหน*
รินรดาขับรถตระเวนไปในย่านที่เด็กชายมักจะหลบมาพักพิง หัวใจของจิตแพทย์ที่ควรจะเข้มแข็งกลับเต้นรัวด้วยความกังวล เธอจำได้ว่าธันวาเคยบอกว่า 'ในสวนสาธารณะท้ายเมืองมีม้านั่งที่เสียงฝนกลบเสียงเปียโนในหัวของเขาได้ดีที่สุด'
รถยนต์จอดสนิทที่ลานจอดรถของสวนสาธารณะร้างผู้คน รินรดาก้าวลงจากรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาเม็ดขึ้น เสื้อโค้ทของเธอเปียกชุ่มจนหนักอึ้ง แต่เธอก็ไม่หยุดเดิน สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ ม้านั่งไม้เก่าๆ ใต้ต้นจามจุรีใหญ่ที่ใบไม้ร่วงหล่นลงมาทับถมกัน
ที่นั่น... ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งกำลังนั่งขดตัวอยู่
ธันวานั่งกอดเข่าแน่น ร่างกายสั่นเทาไปตามแรงลม หูฟังที่ไร้เสียงเพลงครอบทับอยู่บนศีรษะ มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ รินรดาค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปอย่างแผ่วเบา เธอรู้ดีว่าในยามที่เด็กคนนี้แตกสลาย การบุกเข้าหาอย่างรวดเร็วคือการข่มขู่
"ธันวาคะ..." เธอเอ่ยเรียกเบาๆ พร้อมกับนั่งลงข้างๆ เว้นระยะห่างให้เขาพอมีพื้นที่หายใจ
เด็กชายไม่เงยหน้าขึ้น แต่ไหล่ของเขาไหวสะท้าน "ผม... ผมไม่อยากเล่นแล้วครับหมอ เสียงมันไม่ได้ยินเลย... ในหัวผมมีแต่เสียงแม่ที่ตะโกนว่าต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น"
"คนเราไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่งของโลกเสมอไปหรอกค่ะ แต่การเป็น 'ที่หนึ่งของตัวเอง' คือการมีสิทธิ์เลือกที่จะหยุดพักในวันที่เหนื่อยล้า" รินรดาถอดเสื้อโค้ทตัวนอกออกแล้วคลุมให้เด็กชายที่กำลังตัวสั่น "หมออยู่ตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัวคนข้างหลังคนนั้น... หมอจะยืนอยู่ข้างหน้าเธอเอง"
ธันวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยมีประกายแห่งอัจฉริยะกลับดูมัวหม่นและเปราะบางเหมือนแก้วที่กำลังจะร้าวฉาน "ถ้าผมกลับไป... พ่อกับแม่จะขังผมอีกไหมครับ?"
"ตราบใดที่หมอยังมีลมหายใจ หมอจะไม่ยอมให้ใครมาพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเธอ" รินรดากระซิบ น้ำตาของเธอไหลรวมไปกับเม็ดฝนบนใบหน้า
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นจากม้านั่ง แสงไฟจากรถยนต์คันหรูสาดส่องเข้ามายังจุดที่พวกเขาอยู่ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยอำนาจดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รินรดาหันไปมองตามแสงไฟนั้น หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้ก้าวลงมาจากรถ
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม—พ่อของธันวา—ยืนจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำฝนในยามนี้ เขาไม่ได้เดินมาหาลูกชาย แต่กลับกางร่มแล้วชี้นิ้วมาที่ธันวา "ไปขึ้นรถ เดี๋ยวนี้ ธันวา! การหนีไม่ได้ช่วยให้เธอนัดซ้อมเปียโนพรุ่งนี้สั้นลงหรอกนะ"
รินรดาลุกขึ้นยืนขวางหน้าเด็กชายไว้ "คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับเขาค่ะ คุณกำลังทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง!"
"หมอพูดถูกครับ..." ธันวาพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาที่มองไปยังผู้เป็นพ่อไม่ใช่ความกลัวอีกต่อไป แต่มันคือความว่างเปล่าที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมจะไปกับคุณ... แต่มีข้อแม้ข้อเดียว"
"ข้อแม้อะไร?" พ่อของธันวาเลิกคิ้วถามอย่างหงุดหงิด
ธันวาหยิบเปียโนของเล่นขนาดพกพาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา แล้วทุ่มมันลงบนพื้นถนนจนแตกละเอียดก่อนจะเงยหน้าสบตาพ่อของเขา "จากนี้ไป... ผมจะไม่มีวันสัมผัสเปียโนตัวไหนอีกเลย ไม่ว่าคุณจะบังคับหรือขู่เข็ญยังไงก็ตาม... ลองดูสิครับว่า 'ตุ๊กตา' ที่พังแล้วแบบผม คุณจะเอาไปโชว์ใครได้อีก"
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงทันที มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบพื้นถนนอย่างบ้าคลั่ง พ่อของธันวาหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธจัดจนสั่นไปทั้งตัว ในขณะที่รินรดาเริ่มตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การประท้วงของเด็ก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กระจกเงาสะท้อนใจ
เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 32
การค้นหาภายใต้สายฝน
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในกรงแก้ว: บันทึกรอยร้าวที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!