คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก!•ตอนที่ 14

งานเลี้ยงน้ำชาที่เต็มไปด้วยการเชือดเฉือนด้วยรอยยิ้ม

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
ถ้วยชาพอร์ซเลนลายครามราคาแปดหลักถูกวางลงบนจานรองด้วยเสียงที่ดัง *กริ๊ง* เบาๆ ทว่ากลับดังก้องไปทั่วห้องรับรองสีครีมมุกที่ตกแต่งด้วยสไตล์นีโอคลาสสิกอันหรูหรา เอวาช้อนสายตาขึ้นมองแขกผู้สูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ริมฝีปากอิบิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบยกยิ้มขึ้นเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกป๊อปปี้เคลือบยาพิษ ชวนให้คนที่พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบโดยไม่ทราบสาเหตุ "ชาดาร์จีลิงรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันห่อนี้ ฉันเพิ่งสั่งตรงมาจากไร่ส่วนตัวที่เทือกเขาหิมาลัยค่ะ คุณแม่... อ้อ ขอประทานโทษด้วยนะคะ ฉันเผลอตัวติดปากเรียกตามสัญญาเก่าไปเสียสนิท ตอนนี้ดิฉันเป็นเพียง 'เอวา ลูเซน' เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ และ... เจ้าหนี้คนสำคัญของตระกูลวอล์คเกอร์ต่างหากล่ะคะ" ดวงตาของมาดามเฮเลนา วอล์คเกอร์ อดีตแม่สามีผู้เคยเชิดหน้าชูตาและมองเอวาเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้ามาตลอดหลายปี เบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ออกจากความจริง ริมฝีปากที่เคยเหยียดยิ้มเยาะหยันสั่นระริก ลมหายใจของหญิงสูงวัยสะดุดกึก ร่างในชุดสูทผ้าทวีตราคาแพงลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติราวกับถูกเข็มพิษแทงเข้าที่แผ่นหลัง "เธอ... เธอหมายความว่ายังไง เอวา! คิดจะเล่นตลกอะไรตื้นๆ กันแน่!" เสียงแหลมสูงที่เคยใช้กดขี่ข่มเหงเอวาในอดีตบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เอวาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอยกปลายนิ้วเรียวขึ้นเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลประกายทองที่ดัดลอนสลวยอย่างใจเย็น ก่อนจะเลื่อนแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทที่ประทับตราโลโก้สีทองอร่ามของธนาคารกลางมหานคร ไปตรงหน้าอดีตแม่สามี "ตลกหรือคะ? ดิฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นตลกกับคนตกอับหรอกนะคะ คุณแม่... เอ่อ คุณเฮเลนา" เอวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "ลองเปิดอ่านหน้าแรกดูสิคะ สัญญากู้ยืมเงินจำนวนสามร้อยล้านเหรียญที่ลูกชายสุดที่รักของคุณเอาบริษัทไปจำนองไว้เพื่อพยุงหุ้นเฮือกสุดท้าย... ตอนนี้หนี้ก้อนนั้น รวมถึงดอกเบี้ยทบต้นทบดอก ถูกโอนสิทธิ์มาเป็นของดิฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ" เฮเลนาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา มือที่เอื้อมไปเปิดแฟ้มเอกสารสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ สายตากวาดมองตัวเลขและลายเซ็นของบุตรชาย—คริสเตียน วอล์คเกอร์—ที่ปรากฏหราอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนคว่ำ ตึกสูงระฟ้าที่เธอกล่าวขวัญถึงและความภาคภูมิใจของตระกูลวอล์คเกอร์ บัดนี้แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเมตตาของอดีตสะใภ้ที่เธอเคยขับไลไสส่งออกจากบ้านราวกับหมูหมา! "เป็นไปไม่ได้... คริสเตียนไม่มีทางโง่ขนาดเอาบริษัทไปจำนองกับคนนอก... โดยเฉพาะเธอ!" เฮเลนากัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและอับอายขายหน้า "เธอใช้วิธีสกปรกอะไร หん? ใช้วิธีมารยาหญิงอะไรถึงหลอกล่อให้ธนาคารขายหนี้ก้อนนี้ให้เธอได้!" "วิธีสกปรก?" เอวาทวนคำ เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยคมมีด เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดเดรสยาวผ้าไหมสีเอิร์ธ톤เคลื่อนไหวอย่างสง่างามราวกับพญาหงส์ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิผสมวานิลลาลอยอบอวลอยู่รอบตัว ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเอวาในวันนี้ กับผู้หญิงซอมซ่อที่เคยคุกเข่าร้องขอความเห็นใจเมื่อสามเดือนก่อนราวฟ้ากับเหว เอวาเดินเข้าไปใกล้เฮเลนาทีละก้าว ปลายรองเท้าส้นสูงคริสตัลกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวาน ก่อนจะหยุดยืนโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูที่ประดับต่างหูมุกเม็ดโตของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ "จำวันที่คุณตบหน้าฉันแล้วบอกว่า *'ผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ ต่อให้ตายในกองขยะก็ไม่มีใครสนใจ'* ได้ไหมคะ? วันนั้นฉันจำมันฝังใจเลยล่ะค่ะ... และวันนี้ ฉันก็แค่อยากจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า เศษขยะที่คุณว่า... สามารถกลับมาเป็นเจ้าชีวิตของตระกูลวอล์คเกอร์ได้ยังไง" เฮเลนาก้าวถอยหลังด้วยความตกใจจนสะดุดพรมปูพื้นเกือบจะล้ม หากแต่ไม่มีเสียงเอ่ยขอความช่วยเหลือจากปากของอดีตเซเลปผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าหน้าอย่างจังจนพูดไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงสวนดอกไม้ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เอวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วระบบรักษาความปลอดภัยของตึกนี้หนาแน่นระดับทหารรับจ้าง ไม่มีใครสามารถเข้ามาถึงเขตส่วนตัวชั้นบนได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ เว้นเสียแต่ว่า... รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของเอวาชะงักไปชั่วขณะ เมื่อเธอหันไปมองผ่านกระจกใส และพบกับร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้ม เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และประกายความคลั่งไคล้ที่พยายามอดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง คริสเตียน วอล์คเกอร์! อดีตสามีผู้เย็นชาและไม่เคยชายตาแลเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยืนอยู่หลังบานกระจก พร้อมกับช่อกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์นับร้อยดอกในอ้อมแขน และดวงตาที่มองตรงมาที่เธอราวกับคนใกล้ตายที่กำลังมองหาแสงสว่างสุดท้าย เฮเลนาเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกชาย "คริสเตียน! ลูกมาทำอะไรที่นี่! รีบไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปซิ ลูกรู้ไหมว่ามันทำอะไรกับบริษัทของเรา—" "แม่ครับ... ได้โปรดเงียบก่อน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าเวทนา คริสเตียนไม่ได้ชายตามองมารดาของตนเองเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาล็อคอยู่ที่เอวาคนเดียว ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเธอผู้เดียวเท่านั้น เอวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามรักษาเกราะกำบังอันแข็ง คริสเตียนก้าวเข้ามาในห้องผ่านประตูที่เปิดอ้าค้างไว้ ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านเข้ามาปะทะร่าง ชายหนุ่มคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมตรงหน้าเอวาอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างของมารดาแท้ๆ ของตนเอง และความนิ่งงันของอดีตภรรยา "เอวา..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהเรียกชื่อเธอราวกับคนละเมอ ดวงตาคมกริบคลอด้วยหยาดน้ำตาจางๆ ที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน "ผมรู้ว่าผมมันโง่... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้ แต่หนี้ทั้งหมดของตระกูลวอล์คเกอร์... และทุกสิ่งที่ผมมี รวมถึงชีวิตของผม... ตอนนี้มันเป็นของคุณหมดแล้ว ได้โปรด... กลับมาเริ่มต้นใหม่กับผมเถอะนะครับ" ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องรับรองทันที หัวใจของเอวากระตุกวูบ จังหวะการหายใจติดขัดเมื่อเผชิญหน้ากับความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ของอดีตสามีที่เคยเหยียบย่ำเธอจนจมดิน ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ม่านหมอกโรแมนซ์มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%