“คุณพูดอะไรออกมานะคะ มาลี? ดูเหมือนสติของคุณจะหลุดลอยไปพร้อมกับเศษมารยาทบนโต๊ะอาหารแล้วกระมังคะ”
เสียงหัวerุเราะเบาๆ แต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของเอวาดังก้องขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามกะพริบช้าๆ เธอยกถ้วยชาพอร์ซเลนสีขาวลายครามขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของบรรดาคุณหญิงคุณนายตระกูลดังที่นั่งล้อมวงจิบน้ำชาอยู่รอบโต๊ะ
มาลี บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลขุนนาฬิกาเก่าแก่ หน้าถอดสีจนซีดเผือด เธออ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ หลังจากที่เพิ่งประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่า ‘คริสเตียน’ สามีเก่าผู้เย็นชาและทรงอิทธิพลของเอวา คือชายหนุ่มที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอมาตลอด และกำลังจะหมั้นหมายกันในเร็วๆ นี้ โดยจงใจเหยียดหยามเอวาว่าเป็นแค่ ‘นางร้ายตกอับ’ ที่ถูกเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่า
แต่ทว่า... ประโยคสุดท้ายจากปากของเอวาเมื่อสักครู่ ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาในห้องนี้ด้วยชุดเดรส haute couture สั่งตัดพิเศษที่ปักด้วยด้ายทองคำแท้ทั้งตัว กลับทำให้ทุกคนในห้องถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
*“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ... คุณภรรยา”* — ประโยคสั้นๆ ที่คริสเตียนเพิ่งเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเธอในห้องโถงด้านล่าง ยังคงก้องกังวานอยู่ในใจของเอวา แต่วันนี้... เธอไม่ได้กลับมาในฐานะภรรยาผู้โง่เขลาที่คอยวิ่งตามสามีอีกต่อไปแล้วค่ะ
“เอวา! เธอ... เธออวดดีเกินไปแล้วนะ!” มาลีแผดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มือเรียวที่สวมแหวนเพชรส่องประกายสั่นระริกจนต้องกำเข้าหากันแน่น “คิดว่าแต่งตัวด้วยชุดราคาแพงแล้วจะทำเป็นอวดเก่งได้งั้นเหรอ? ทุกคนก็รู้ว่าเธอน่ะถูกคุณคริสเตียนหย่าขาดแบบไม่เหลือเยื่อใย แถมตระกูลของเธอก็ล้มละลายจนต้องเอาสมบัติเก่ามาประมูลขายกิน! ผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ... มีสิทธิ์อะไรมานั่งหายใจร่วมห้องเดียวกับฉันยะ!”
เสียงซุบซิบกระมิดกระเมี้ยนดังระงมขึ้นทันที บรรดาไฮโซสาวที่เคยเลียแข้งเลียขาเอวาในยามที่เธอยังเรืองอำนาจ ต่างพากันเบ้ปากและส่งสายตาสมเพชเวทนามาให้ ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าครั้งหนึ่งพวกนางเคยคลานเข่าเข้ามาขอร้องให้เอวาช่วยสนับสนุนเงินลงทุนในงานสังคม
เอวาเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นนิดๆ รอยยิ้มของเธองดงามเย้ายวนแต่กลับเยือกเย็นจนน่าขนลุก เธอวางถ้วยชาลงกระทบจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับทรงพลังราวกับเสียงค้อนพิพากษาของศาลสูง
“ไร้ค่าอย่างนั้นหรือคะ?” เอวาเอ่ยทวนคำ เสียงหวานใสแต่ราบเรียบ เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาคุณหญิงคุณนายทีละคนอย่างใจเย็น “น่าเสียดายนะคะที่นิยามคำว่า ‘มีค่า’ ของฉันกับพวกคุณมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน สำหรับฉันแล้ว... คนที่มีค่าคือคนที่มีปัญญาหาเงินด้วยสมองของตัวเอง ไม่ใช่คอยแบมือขอเศษเงินจากผู้ชาย... แล้วก็เที่ยวอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวสามีคนอื่นหน้าตาเฉย”
“นี่เธอด่าใครว่าหน้าด้านยะ!” มาลีหมดความอดทน เธอลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “ถ้าคุณคริสเตียนไม่ได้รักฉัน แล้วเขาจะคอยส่งข้อความหาฉันทุกคืน ทำไมเขาถึงพาฉันไปดินเนอร์ที่ภัตตาคารหรูบนยอดตึกเมื่อสัปดาห์ก่อนล่ะ!”
เอวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เสียงหัวiเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันและเวทนาในเวลาเดียวกัน ทำให้มาลีรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชนอย่างแรง
“อ๋อ... ภัตตาคารหรูบนยอดตึกนั้นสินะคะ” เอวาเอียงคอมองอย่างน่ารัก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีด “ถ้าฉันจำไม่ผิด... บัตรสมาชิกวีไอพีระดับสูงสุดที่ใช้จองเหมาทั้งชั้นนั้น เป็นบัตรเสริมที่ผูกบัญชีหลักไว้กับ ‘บัตรเครดิตสีดำอิดิชั่นพิเศษ’ ของฉันเองค่ะคุณมาลี”
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน
มาลีหน้าซีดเผือดลงไปอีกจนแทบไม่เหลือสีเลือดริมฝีปากสั่นระริก “มะ... ไม่จริง! เธอโกหก! นั่นมันบัตรของคุณคริสเตียนต่างหาก!”
“คุณคริสเตียนน่ะหรือคะ?” เอวาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอยกกระเป๋าถือหนังจระเข้สีมรกตแบรนด์ดังขึ้นมาเปิดอย่างใจเย็น หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดหน้าจอพับได้ออกมา ก่อนจะกดปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้า แล้ววางคว่ำลงบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้ามาลี “อยากดูประวัติการชำระเงินไหมคะ? หรืออยากให้ฉันเปิดกล้องวงจรปิดของทางโรงแรมให้ดูดีล่ะ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนเซ็นชื่อจ่ายค่าอาหารมื้อนั้น... อ้อ! ไม่ใช่แค่ค่าอาหารหรูหรอกนะคะ รวมไปถึงกระเป๋าแบรนด์เนมใบที่คุณกำลังสะพายอยู่ตอนนี้ รองเท้าส้นสูงคู่ละแสนเจ็ดที่คุณใส่เหยียบอยู่บนพรมนี้... ทุกบาททุกสตางค์ ล้วนมาจากวงเงินในบัญชีที่สามีคุณ ‘เคย’ เมตตาให้ฉันถือครอง แต่บังเอิญว่า... ฉันใจดีเกินไปหน่อย เลยปล่อยให้เด็กๆ เอาของเหลือใช้พวกนี้ไปแจกทานเล่นน่ะค่ะ”
“กรี๊ดดด! นังบ้า! นังสารเลว!” มาลีสติหลุดกระเจิง เธอพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าเอวาด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนตัวสั่นเทา
แต่ทว่า... เอวากลับไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดป้องอย่างง่ายดายด้วยท่าทางแสนสง่างามราวกับนางพญา ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนในห้องได้ยินอย่างชัดเจน
“และถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นปลิงเกาะผู้ชายชาวบ้านล่ะก็...” เอวาโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของมาลีที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า “ฉันจะฟ้องล้มละลายตระกูลของคุณในวันพรุ่งนี้เลยค่ะ เพราะฉะนั้น... ก่อนจะอ้างว่าเป็นเจ้าของหัวใจใคร กรุณาเช็กดูเสียก่อนนะคะว่า... ‘กระเป๋าเงิน’ ของคนๆ นั้น อยู่ในกำมือของใครกันแน่!”
บรรดาไฮโซสาวที่เคยนั่งหัวเราะเยาะเอวาเมื่อครู่ ต่างพากันหน้าซีดเผือดและถอยกรูดหนีราวกับเห็นผี ไม่มีใครกล้าสบตาเอวาแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเธอรู้ดีว่าอำนาจทางการเงินในเครือข่ายธุรกิจระดับประเทศขณะนี้ อยู่ในมือของหญิงสาวตรงหน้าผู้กุมสัมปทานเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียว
เอวายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถือไว้ดังเดิม เตรียมตัวจะหมุนตัวเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงอันน่าเบื่อหน่ายนี้ด้วยความสง่างาม
แต่ทว่า... เสียงปรบมือช้าๆ และทุ้มนุ่มลึกอันคุ้นเคย ก็ดังขึ้นจากทางประตูด้านหลังห้อง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทของคริสเตียนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา ดวงตาคมกราบกกราดมองบรรดาไฮโซที่กำลังตัวสั่นงก ก่อนที่สายตาคู่คมกริบจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของอดีตภรรยา
“ทำได้ดีมากครับ... ที่รัก” คริสเตียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักและประกายตาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะปิดบัง “แต่ดูเหมือนว่าคุณจะลืมบอกพวกเขาไปนะ... ว่านอกจากกระเป๋าเงินแล้ว หัวใจของผม... ก็อยู่ในกำมือของคุณมานานแล้วเหมือนกัน”
เอวาชะงักฝีเท้า หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะกับสายตาคู่ดุดันที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
— ม่านหมอกโรแมนซ์ —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!
คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก!•ตอนที่ 8
ตบหน้าชะนีตัวปลอมที่ชอบแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของหัวใจสามีเก่า
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!