"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเดินเข้ามาในงานนี้โดยไม่มีบัตรเชิญ... อ้อ หรือว่าการหย่ากับผมมันทำให้เธอสติหลุด จนต้องมาแฝงตัวเป็นพวกหิวแสงเพื่อเรียกร้องความสนใจกันแน่ล่ะ เอวา"
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรา คริสเตียน ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับเน้นผิวเนียนละเอียดดั่งไข่มุก ทว่าดวงตาคมกริบของอดีตสามีกลับฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เขายังคงมองเธอด้วยสายตาแบบเดิม—สายตาของผู้ชายที่คิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู และมั่นใจเหลือเกินว่าผู้หญิงที่เคยสยบแทบเท้าอย่างเอวา ไม่มีวันไปไหนรอดหากปราศจากเงาของตระกูลเขา
เอวาชะงักฝีเท้า หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวหรือความอาลัยอาวรณ์อย่างที่ชายหนุ่มจินตนาการแม้แต่น้อย หากแต่เป็นความระ3อและประกายตาแห่งความสนุกสนานที่กำลังลุกโชนขึ้นภายในอกต่างหาก
ริมฝีปากอิ่มสวยเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ายوان ทรงพลัง และเย้ยหยันในคราเดียวกัน เธอกวาดสายตามองคริสเตียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาของ "สินค้าตกรุ่น" ที่เธอเป็นคนโบกมือลาด้วยความเต็มใจ
"สติหลุดเหรอคะ? อืม... ก็น่าคิดนะคะ" เอวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแทบกระอัก "แต่คนที่ควรเช็คสติมากที่สุดในตอนนี้ น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ คริสเตียน ที่ยังกล้ามายืนทำหน้ามั่นใจอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่ใบหย่าเพิ่งเซ็นไปได้ไม่ทันข้ามวัน แถมบริษัทของคุณกำลังจะ..."
"เอวา!" เสียงทุ้มตวาดขัดขึ้นอย่างเหลืออด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารับไม่ได้ที่อดีตภรรยาผู้แสนจืดชืดและเคยร้องไห้คร่ำครวญขอความรักจากเขา กล้าต่อปากต่อคำและทำตัวเย่อหยิ่งใส่ต่อหน้าแขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตาในสังคม "อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย! คิดว่าใส่ชุดแบรนด์เนมปลอมๆ มาเดินเฉิดฉายในงานการกุศลนี้แล้วจะทำให้เธอกลายเป็นคนสูงส่งขึ้นมางั้นเหรอ? การ์ดเชิญเธอก็ไม่มี ใครปล่อยให้ผู้หญิงไร้ค่าแบบนี้เข้ามาในงาน รบกวนเจ้าหน้าที่เชิญเธียรออกไปที!"
สิ้นเสียงคำสั่งอันทรงอำนาจของประธานหนุ่ม รปภ. ร่างใหญ่สองคนก็ก้าวเข้ามาหมายจะประชิดตัวเอวา ทว่าหญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนถอยหลัง เธอยังคงยืนสง่านิ่ง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า แววตาคู่สวยฉายความเย็นชาที่ทำเอาผู้พบเห็นต้องหนาวสะท้อน
บริดจ์—ไฮโซสาวคู่ควงคนปัจจุบันของคริสเตียน หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสะใจ เธอก้าวเข้ามาเกาะแขนแกร่งของชายหนุ่มพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นสูง "นั่นสิคะพี่คริส คนบางคนก็ไม่เจียมเจียมกะลาหัวจริงๆ คิดว่าหย่าแล้วจะได้ส่วนแบ่งทรัพย์สินมหาศาลหรือไง ถึงได้กล้าเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาซื้อชุดหรูเดินเข้างานระดับนี้ น่าสมเพชจริงๆ ค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มระอุ เสียงซุบซิบนินทาจากบรรดาแขกเหรื่อเริ่มดังระงม ทุกสายตาดั่งนับร้อยคู่พุ่งเป้ามาที่เอวา บ้างก็มองด้วยความเวทนา บ้างก็สมน้ำหน้า และส่วนใหญ่รอชมความอับอายของเธอ
ทว่า เอวา กลับหลุดเสียงหัวเราะใสๆ ออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น มันช่างกังวานและบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคริสเตียนอย่างประหลาด
"ทรัพย์สินส่วนแบ่งเหรอคะ?" เอวาปรายตามองบริดจ์ด้วยหางตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏชัดเจนบนใบหน้า "ขอบอกไว้ตรงนี้นะคะว่า เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านที่คุณคริสเตียนพยายามจะเซ็นจ่ายให้ฉันเป็นค่าปิดปากตอนหย่า... ฉันเอาไปบริจาคซื้ออาหารสุนัขจรจัดหมดแล้วค่ะ เพราะฉันไม่อยากเอาเสนียดจัญไรของตระกูลคุณมาแปดเปื้อนกระเป๋าตังค์ของฉันหรอกค่ะ"
"เธอ!" คริสเตียนหน้าชาดิก เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความอัปยศอดสู คำพูดของเอวาราวกับตบหน้าเขาฉาดใหญ่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
"ส่วนเรื่องบัตรเชิญ..." เอวาล้วงมือเรียวเข้าไปในกระเป๋าคลัตช์ใบจิ๋วปักคริสตัลระยิบระยับ หยิบบัตรสีดำขลิบทองคำแท้สลักลายตราสัญลักษณ์เฉพาะขึ้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียวยาว "พอดีว่าฉันไม่ใช่แขกเชิญธรรมดาๆ แบบพวกคุณหريكหรักหรอกนะคะ... ฉันเป็น 'ประธานกิตติมศักดิ์' ผู้สนับสนุนหลักของงานการกุศลคืนนี้ต่างหากล่ะคะ"
ทันทีที่บัตรสีดำทองใบนั้นปรากฏแก่สายตา เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม บรรดาผู้บริหารระดับสูงและเจ้าภาพจัดงานที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบสาวเท้าเข้ามาดูใกล้ๆ และเมื่อพวกเขาเห็นตราสัญลักษณ์บนบัตร ทุกคนต่างหน้าซีดเผือด คุกเข่าทำความเคารพแทบไม่ทัน
"ทะ... ท่านประธานเอวา! ขอประทานอภัยด้วยครับ! พวกผมไม่รู้ว่าเป็นท่าน!"
คริสเตียนยืนอึ้งค้าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เขาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก มือที่เคยกำหมัดแน่นตอนนี้สั่นเทา บัตรใบนั้น... บัตรระดับสูงสุดที่แม้แต่ตระกูลของเขายังไม่มีสิทธิ์ถือครอง แล้วผู้หญิงที่เขาเพิ่งไล่ตะردเมื่อครู่ กลายเป็น...
ครืนนนนน—!
ท่ามกลางความตกตะลึงและเสียงอึกทึกครึกโครมจากความช็อกของทุกคน แรงลมมหาศาลก็พัดกระโชกเข้ามาจากทางสนามหญ้าดาดฟ้าของโรงแรมหรู เสียงใบพัดขนาดใหญ่ก้องกังวานเสียดแก้วหู แรงลมทำเอาผมเผ้าของแขกเหรื่อปลิวสยายจนต้องยกมือขึ้นป้องหน้า
ทุกคนต่างหันไปมองผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่ด้วยความตื่นตระหนก
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ ลำตัวสีดำด้านสนิทสลักลวดลายตระกูลเศรษฐีระดับโลก ค่อยๆ ลดระดับลงจอดนิ่งสนิทบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์พิเศษของโรงแรมอย่างสง่างาม ประตูห้องโดยสารเปิดออกพร้อมกับชายในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ก้าวลงมาพร้อมกับพรมแดงและร่มกันแดดสีดำสนิท ท่ามกลางการอารักขาของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตที่ยืนตั้งแถวรอรับอย่างสมเกียรติ
เอวายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอเก็บการ์ดสีดำทองเข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองคริสเตียนที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินปูน ดวงตาคู่คมจับจ้องมาที่เธอด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตา
"อุ๊ย ดูเหมือนรถรับส่งของฉันจะมาถึงพอดีเลยนะคะ" เอวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยด ทว่าแฝงความเยزย์เยาะไว้อย่างเต็มเปี่ยม "ขอตัวก่อนนะคะ อดีตสามีผู้แสนน่าเวทนา... หวังว่าพรุ่งนี้บริษัทของคุณจะไม่ล้มละลายจนต้องมาขอทานฉันกินนะ"
พูดจบ เอวาก็สะบัดหน้าเดินน่องเรียวยาวก้าวออกไปทางประตูออกสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ท่ามกลางแสงแฟลชจากปาปารัสซี่และสายตานับร้อยคู่ที่มองตามร่างบางนั้นด้วยความอัศจรรย์ใจดั่งเธอดั่งเทพีที่ลงมาจุติ
คริสเตียนทำได้เพียงยืนมือไม้สั่น มองตามร่างของอดีตภรรยาที่ก้าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินลับขอบฟ้าไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะเอ่ยคำรั้งสักคำเดียว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - ม่านหมอกโรแมนซ์
คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก!•ตอนที่ 9
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมารับถึงงานเลี้ยง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!