"ดูเสื้อผ้าหล่อนสิคะคุณ... สภาพเหมือนคนตกอับที่เพิ่งปีนหนีตายมาจากกองขยะหลังคฤหาสน์ของท่านดยุกไม่มีผิด"
เสียงกระซิบกระซาบที่ตั้งใจให้ได้ยินดังลอดมาจากกลุ่มไฮโซสาวประจำงานการกุศลแห่งปี พวกเธอยืนรวมกลุ่มกันอยู่ข้างเสาโรมันประดับทองคำเปลว ริมฝีปากเคลือบลิดสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มเยาะขณะมองตรงมายังร่างระหงที่เพิ่งก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้ามา
เอวาหยุดเดินชั่วขณะ เธอไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองอย่างที่พวกผู้ดีจอมปลอมเหล่านั้นคาดหวัง ตรงกันข้าม ริมฝีปากอิ่มสวยกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่งดงามและเยือกเย็นจนน่าขนลุก ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามกวาดสายตามองสำรวจรอบห้องจัดเลี้ยงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเสแสร้งและกลิ่นน้ำหอมราคาแพง
นี่คือ "งานการกุศลราชตระกูล" งานสังคมที่รวบรวมเอาชนชั้นสูงที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรมาไว้ด้วยกัน และในอดีต... เอวาในร่างเก่าก็เคยเป็นหนึ่งในตัวตลกที่ถูกคนพวกนี้หัวเยาะลับหลังหลังจากสามีอย่างคริสเตียนประกาศตัดหางปล่อยวัด
แต่วันนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ
"อ้าว! นั่นมันคุณเอวาไม่ใช่เหรอคะเนี่ย?" เสียงแหลมสูงของเลดี้เซราฟิน หญิงสาวผู้เคยพยายามแย่งชิงทุกอย่างไปจากเธอเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเจือความสะใจ เธอจงใจเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับชุดราตรีฟูฟ่องสีชมพูอ่อนที่ประดับคริสตัลระยิบระยับ "นึกว่าจะไม่กล้ามางานนี้เสียอีกนะคะ หลังจากที่คุณถูกไล่ออกมาจากตระกูลวอล์คเกอร์แบบหมดเนื้อหมดตัว... อุ๊ย หรือว่าแอบยืมชุดเก่าของใครมาใส่เพื่อตบตาพวกเราหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากบรรดาผู้คนที่ยืนล้อมรอบ พวกเขาต่างรอคอยที่จะได้เห็นนางร้ายตกอับสำลักความอับอายขายหน้ากลางงานใหญ่
เอวาไม่แม้แต่จะชายตามองชุดสีชมพูราคาถูกในสายตาเธอ เธอยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนไหล่เสื้อของตัวเองอย่างเชื่องช้า ท่าทางแสน
Nonchalant นั้นช่างเย่อหยิ่งและทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าราชนิกุลบางคนเสียอีก
"ชุดเก่าเหรอคะ?" เอวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "น่าเสียดายนะคะเลดี้เซราฟิน ที่สมองอันน้อยนิดของคุณอาจจะประเมินค่าสิ่งทอชิ้นนี้ไม่ออก เพราะนี่คือผลงานสั่งทำพิเศษชิ้นเดียวในโลกจากห้องเสื้อ Haute Couture ในปารีส ที่ต่อให้คุณเอาเงินทั้งชีวิตมารวมกัน ก็ยังซื้อได้แค่กระดุมเม็ดเดียวบนข้อมือของฉันค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเลดี้เซราฟินก็แข็งค้างทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากเยาะหยิ่งเป็นเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
ทว่า เอวาไม่ได้ปล่อยให้คู่สนทนาได้ตั้งตัว เธอก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสะกดทุกสายตาในห้องโถงให้หันมามองเป็นตาเดียว ชุดเดรสยาวเข้ารูปปักด้วยด้ายทองคำแท้และอัญมณีล้ำค่าสะท้อนกับแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน รัศมีของความร่ำรวยและอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนผู้ชายหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตะลึงงัน
ในมุมหนึ่งของห้องโถง คริสเตียน ซึ่งยืนถือแก้วไวน์อยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ชะงักกึกทันทีที่เงาร่างคุ้นเคยปรากฏขึ้นในสายตา ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งหรี่แคบลง หัวใจที่เคยด้านชาและมั่นอกมั่นใจมาตลอดว่าอดีตภรรยาไม่มีวันเอาตัวรอดได้ กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเห็นความงดงามและประกายตาที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
นั่น... คือผู้หญิงที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้อย่างไม่ไยดีเมื่อสองเดือนก่อนจริงๆ หรือ?
"คุณคริสเตียนคะ..." เสียงหวานหยดย้อยของดาราสาวชื่อดังที่เกาะแขนเขาอยู่เอ่ยเรียกเบาๆ "ผู้หญิงคนนั้น... คนที่เคยเป็นภรรยาเก่าของคุณ ทำไมวันนี้ถึงดู... โดดเด่นขนาดนั้นล่ะคะ?"
คริสเตียนไม่ตอบ เขารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ สายตาของเขาถูกตรึงไว้กับร่างของเอวาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้จุดที่เขายืนอยู่เรื่อยๆ ความรู้สึกร้อนรุ่มประหลาดเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอก ความเสียดายและความหึงหวงที่พยายามกดทับไว้พวยพุ่งขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเขาเห็นสายตาของชายหนุ่มหลายคนในงานกำลังมองอดีตภรรยาของตนด้วยความหลงใหล
เอวาเดินผ่านมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะจัดแสดงเครื่องเพชรโบราณชิ้นเอกของงาน ซึ่งขึ้นป้ายราคาประมูลเริ่มต้นไว้ที่ห้าว้านเหรียญทองคำ
ประธานกรรมการจัดงานรีบวิ่งเข้ามาโค้งคำนับด้วยความนอบน้อมทันที เนื่องจากชื่อของเธอเพิ่งถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของมูลนิธิเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
"ท่านหญิงเอวาครับ... ยินดีต้อนรับสู่..."
"ฉันสนใจชิ้นนี้ค่ะ" เอวาเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่นุ่มนวลและทรงอำนาจ เธอหยิบการ์ดสีดำสนิทที่ปราศจากลวดลายใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์ทองคำบริสุทธิ์ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ "รูดเต็มจำนวนค่ะ ไม่ต้องทอน"
เจ้าหน้าที่รับการ์ดมาด้วยมือที่สั่นเทา เพราะเขารู้จักบัตรเครดิตใบนั้นดี มันคือ "Black Card" วงเงินไม่จำกัดที่ออกให้เฉพาะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและมีอิทธิพลสูงสุดในสภาการเงินเท่านั้น!
เครื่องรูดบัตรอัตโนมัติถูกนำมา Among the crowd อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมไปทั่วห้องโถง ทุกสายตาดั่งถูกสะกดให้จ้องมองการกระทำของหญิงสาว
*ติ๊ด! เสียงสัญญาณอนุมัติผ่านดังขึ้นอย่างชัดเจน*
เอวาแย้มยิ้มบางๆ เธอรับการ์ดสีดำคืนมาเก็บใส่กระเป๋าคลัตช์ใบจิ๋ว ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคริสเตียนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย
"ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงเรื่องฐานะของฉันนะคะทุกคน..." เอวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วทั้งห้อง "แต่พอดีว่าเงินในบัญชีของฉันมันใช้ยังไงก็ไม่หมดเสียที... หวังว่าค่ำคืนนี้พวกคุณคงจะสนุกกับการเป็นผู้ชมที่ดีนะคะ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เบื้องหลังเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเสียงซุบซิบนินทาที่ดังระเบิดขึ้นราวกับรังแตนแตก
แต่ทว่า ในจังหวะที่เอวากำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปยังระเบียงรับลมด้านนอกเพื่อหลีกหนีความน่าเบื่อ ประตูบานใหญ่ฝั่งตรงข้ามก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษปริศนาในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพบุตรกรีกแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งกวาดตามองเข้ามาในห้อง ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจะหยุดตรงมาที่ร่างของเธอ... และเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเอวาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
"ยินดีต้อนรับกลับมาครับ... คุณภรรยา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก!•ตอนที่ 7
นางร้ายเบอร์หนึ่งกลับมาทวงบัลลังก์งานสังคม
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนางร้ายคนนี้ขอหย่าแล้วรวยมาก! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!