“ถ้าคุณคิดว่าการเอาหน้าสวยๆ มายืนกะพริบตาปริบๆ จะช่วยให้ผ่านโปรเจกต์นี้ไปได้... ฉันแนะนำให้เดินกลับออกไปทางประตูที่คุณเพิ่งเข้ามาซะดีกว่าค่ะ คุณปั้นสิบ”
น้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบราวกับถูกแช่ด้วยน้ำแข็งแห้งลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้องประชุมโทนสีเข้ม ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมนาฬิกาเรือนหรูเคาะลงบนโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสร้างแรงกดดันให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ปั้นสิบกะพริบตาช้าๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติหลังถูกสาดด้วยคำพูดเชือดเฉือนตั้งแต่ยังไม่ทันได้นั่งหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ด้วยซ้ำ นัยน์ตากลมโตไหวระริกชั่วเสี้ยววินาที—ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ล้วนๆ
ให้ตายเถอะ... สถาปนิกชื่อดังระดับประเทศอย่าง ‘คิมหันต์’ หรือที่คนในวงการแอบขนานนามให้ลับหลังว่า ‘คุณชายน้ำแข็ง’ นี่มันน่าเอาคัตเตอร์กรีดปากนัก! หน้าตาก็จัดว่าหล่อเหลาคมคายราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ทว่านิสัยใจคอกลับติดลบยิ่งกว่าติดลบ เย่อหยิ่ง ถือดี และดูถูกคนอื่นเป็นกิจวัตร
หากไม่ใช่เพราะบัญชีธนาคารของเขาในตอนนี้เหลือตัวเลขเป็นศูนย์กลมๆ ชนิดที่ว่าถ้าขยับตัวหายใจแรงอีกทีลมอาจจะพัดปลิวหายไปจากคณะสถาปัตย์ มีหรือที่คนอย่างปั้นสิบจะยอมก้มหัวมารับงานเลขาจำเป็นให้กับปีศาจน้ำแข็งนี่
“ผมไม่ได้มาสมัครเป็นนางงามจักรวาล ถึงได้ต้องมายืนกะพริบตาเรียกคะแนนความสงสารจากคุณหรอครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก” ปั้นสิบยิ้มหวานหยด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด เจตนาจะกวนประสาทคนตรงหน้าให้เส้นเลือดในสมองกระตุกเล่น “หมายถึง... ฉันไม่ได้มาเล่นละครตบตาใครค่ะ คุณสถาปนิกผู้สูงส่ง ฉันมาทำงาน และเท่าที่อ่านสัญญาข้อสามดูแล้ว หน้าที่ของฉันคือการจัดการตารางงาน ไม่ใช่มานั่งฟังคุณอบรมเรื่องมารยาททางสังคม”
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นจากแปลนบ้านบนจอแท็บเล็ต ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองร่างโปร่งบางในชุดนักศึกษาปีสี่ที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกไม่สบอารมณ์ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น
ผู้ชายอะไร... ผอมบาง เอวคอดกิ่วจนน่ากลัวว่าจะหักคามือกำแพง ปากคอเราะร้ายไม่เคยเปลี่ยน แถมยังมีความอวดดีฉาบอยู่ทุกอณูรูขุมขน สมัยเรียนคณะเดียวกันเขาก็หมั่นไส้ความหัวไวแต่ขวางโลกของอีกฝ่ายมาพอสมควรแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันนี้โชคชะตาจะเล่นตลกให้ไอ้เด็กแสบคนนี้ต้องมาตกเป็นเบี้ยล่างในกำมือเขา
“ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ” คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ทว่าเยียบเย็น “หวังว่าฝีมือในการทำงานจะดีเท่ากับฝีปากที่ใช้เถียงฉันนะ เพราะถ้างานเอกสารชิ้นแรกเละไม่เป็นท่า ฉันนี่แหละจะเป็นคนเตะโด่งคุณออกจากตึกนี้ด้วยตัวเอง”
“เชิญตามสบายค่ะ” ปั้นสิบสวนกลับทันควันโดยไม่คิดจะเกรงกลัว รอยยิ้มยียวนปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย “แต่ก่อนจะเตะใคร ช่วยจ่ายเงินเดือนล่วงหน้ามาก่อนสักครึ่งนึงได้ไหมคะ พอดีว่ากระเป๋าเงินฉันมันกำลังร้องครวญครางด้วยความหิวกระหายยิ่งกว่าผีเปรตซะอีก”
“นี่คุณ...!”
คิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยุ่ง เขาไม่เคยเจอใครหน้าด้านหน้าทนและกล้าต่อรองกับเขาโต้งๆ แบบนี้มาก่อน ปกติแล้วแค่เขาปรายตามอง คนพวกนั้นก็ตัวสั่นงกจนแทบจะกราบกรานขอร้องแล้ว แต่นี่กลับยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายราวกับตัวเองกุมความลับระดับชาติเอาไว้
“ทำไมคะ หรือว่าสถาปนิกชื่อดังระดับคิมหันต์ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าจ้างเด็กฝึกงานล่วงหน้า?” ปั้นสิบยั่วโมโหต่อ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวทัน “ถ้าถังแตกขนาดนั้น บอกฉันได้นะคะ เผื่อฉันจะเปิดรับบริจาคเรี่ยไรเศษเหรียญจากคนแถวนี้มาช่วยจุนเจือสำนักงานของคุณ”
“หึ อวดดี” คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงเกรี้ยวกราดทำให้ปั้นสิบต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระนาบสายตาอยู่ใกล้กันแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นผิดจังหวะ “อยากได้เงินนักใช่ไหม... งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าคุณมีดีแค่ปาก”
ปั้นสบถในใจเบาๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัย ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจริมฝีปากของเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากันตรงๆ ความร้อนผ่าวแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวจนปั้นสิบต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความประหม่า
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจชะมัด!
“ถอยไปห่างๆ เลยค่ะคุณคิมหันต์ อากาศในห้องมันน้อย ฉันหายใจไม่ออก” ปั้นสิบใช้มือดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่ากลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและตรึงเขาไว้ราวกับกุญแจมือ
“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีก็แล้วกัน ปั้นสิบ...” คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าทAละลายความเย่อหยิ่งทิ้งจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหมายแฝงที่ทำเอาสันหลังวาบหวิว “เพราะต่อจากนี้... ฉันจะใช้งานคุณให้คุ้มกับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปแน่”
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้อง ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้าที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงไปอีกหลายเท่าตัว
“คิมคะ แย่แล้วล่ะ... พริมบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาแปลนรีสอร์ทที่ปะป๊าเพิ่งแก้มาให้คุณดู รีบเคลียร์งานแล้วไปทานมื้อเที่ยงกันเถอะค่ะ”
พริมโรส—คู่หมั้นสาวสวยไฮโซส่งยิ้มหวานหยดให้คิมหันต์ ก่อนที่ดวงตาสคมกริบของเธอจะกวาดมาเจอเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่ยังคงถูกคิมหันต์จับข้อมือไว้อย่างแนบแน่น รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็สะดุดกึกลงทันที
ปั้นสิบเบิกตากว้างเมื่อสมองประมวลผลทันว่าสถานการณ์ตรงหน้ามันชวนเข้าใจผิดขนาดไหน... และก่อนที่เขาจะได้หาทางชักมือตัวเองกลับเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ คิมหันต์กลับทำเรื่องที่คาดไม่ถึงที่สุด
ร่างสูงกระชับข้อมือของปั้นสิบให้เข้าไปใกล้กว่าเดิม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่จงใจประกาศิตสถานะบางอย่างให้คนมาใหม่ได้ยินชัดๆ
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกพริม... เพราะตอนนี้ฉันกำลัง ‘สอนงาน’ เลขาคนใหม่ให้อยู่”
คิมหันต์ปรายตาคมกริบมองหน้าปั้นสิบที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ “เลขาคนโปรด... ที่ฉันเพิ่งรู้ว่าลีลาการเถียงมันแซ่บกว่ากาแฟแก้วโปรดซะอีก”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความกวนและเคมีชวนจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้าค่ะ!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 1
ข้อเสนอราคาแพง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!