เสียงไซเรนรถตำรวจที่แผดเสียงก้องกังวานอยู่เบื้องล่าง ไม่ได้น่าตกใจเท่ากับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐานที่นอนฟุบหมดสติอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรู ประโยคสุดท้ายจากปลายสายของนิติบุคคลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของปั้นสิบ ราวกับเสียงระฆังที่ดังเตือนภัยวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิตของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
“คุณคิมคะ... ตั้งสติก่อนค่ะ!”
ปั้นสิบคว้าแขนแกร่งที่กำลังสั่นเทาของคิมหันต์ไว้แน่น แรงบีบที่หัวไหล่หนาไม่ได้ช่วยให้เจ้าของฉายาคุณชายน้ำแข็งรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและถือดี บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยความจริงอันโหดร้ายตรงหน้า เมื่อรถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบกรูเข้ามาล้อมรอบร่างของบิดบังเกิดเป็นความโกลาหลที่ปั้นสิบต้องเป็นฝ่ายดึงสติและก้าวเข้ามาปกป้องคนตัวโตกว่าในยามที่โลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมา
ผ่านไปสามวันเต็ม พายุแห่งมรสุมชีวิตและข่าวฉาวโฉ่ระดับหน้าหนึ่งของนิตยสารธุรกิจก็ถูกจัดการด้วยมันสมองและเส้นสายที่คิมหันต์ซ่อนไว้ แม้คดีทุจริตของบริษัทบิดาจะยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แต่สุขภาพและการประคับประคองจิตใจของคุณชายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับกลายเป็นภาระกิจหลักของเด็กดื้ออย่างปั้นสิบที่ย้ายสัมภาระเข้ามาอยู่คอนโดของอีกฝ่ายแบบถาวร
“เลิกทำหน้าเป็นหมาหงอยสักทีได้ไหมคะคุณคิม ฉันเบื่อจะเช็ดโต๊ะทำงานให้คุณรอบที่ส้าแล้วนะ”
เสียงหวานใสเอ่ยแซวขณะวางแก้วโกโก้อุ่นๆ ลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ คิมหันต์เงยหน้าขึ้นจากแปลนงานสถาปัตยกรรม ดวงตาคู่คมมีความเหนื่อยล้าเจือจางอยู่ แต่ความดื้อรั้นในแววตายังคงเดิม มือหนืดยื่นออกไปคว้าเอวบางของคนตรงหน้ามาโอบรั้งไว้ทันทีที่ปั้นสิบทำท่าจะเดินหนี แรงดึงทำให้ร่างเพรียวเซถลาไปนั่งตักแกร่งโดยไม่ต้องขออนุญาต
“ใครหมา... เธอต่างหากที่ปากดีไม่เลิก”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยติดแหบเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งรั้นฝังลงบนลาดไหล่บางสูดความหอมเข้าปอดลึก ราวกับเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังหาที่พึ่งทางใจ ท่าทีออดอ้อนแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นจากคุณชายน้ำแข็งคนเดิม ทำให้ปั้นสิบต้องยอมยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมสีเข้มอย่างเบามือ ความคลั่งรักที่ทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าหลังผ่านพ้นวิกฤต ทำให้คิมหันต์กลายเป็นคนติดหนึบยิ่งกว่าตราช้าง จนปั้นสิบแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้
“ปล่อยเลยค่ะ ฉันต้องไปเคลียร์งานส่งอาจารย์พรุ่งนี้แล้วนะ ถ้าโปรเจกต์จบฉันไม่ผ่าน คุณต้องรับผิดชอบเลี้ยงข้าวฉันไปตลอดชีวิตแน่ๆ” ปั้นสิบแกล้งบ่นอุบอิบ พยายามขยับตัวลุกขึ้นแต่แขนแกร่งกลับรัดแน่นราวกับเหล็กกล้า
“ก็เอาสิ... ฉันพร้อมเลี้ยงเธอไปจนตายอยู่แล้ว ปั้นสิบ”
คำพูดราบเรียบแต่จริงจังจนน่าใจหายทำให้ห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความรักที่ล้นปรี่จนคนถูกมองต้องเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด ปากบอกว่ารำคาญ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
บรรยากาศแสนหวานกำลังอบอวลไปด้วยความสุขชวนจิกหมอน ทว่าความสงบสุขมักมีเวลาจำกัด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องชุดระบบล็อกดิจิทัลจะส่งเสียงเตือนและถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าบุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้
พริมโรสยืนหอบหายบนกรอบประตู ในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองภาพสถาปนิกหนุ่มตระกูลดังที่กำลังโอบกอดนักศึกษาหนุ่มไว้แนบตัก ก่อนที่เธอจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ
“คิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าคุณต้องเก็บตัวเด็กนี่ไว้เยียวยาหัวใจ... แต่คิมคะ ก่อนที่คุณจะสวีทกันให้พอใจ ช่วยดูนี่ก่อนดีกว่าว่าคุณพ่อของคุณทิ้ง ‘ระเบิด’ ลูกสุดท้ายอะไรไว้ให้คุณตระหนักบ้าง”
พริมโรสโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า แรงกระแทกทำให้กระดาษแผ่นบนสุดเลื่อนหลุดออกมาเผยให้เห็นหัวข้อพินัยกรรมฉบับลับ และชื่อผู้รับมรดกคนสุดท้ายที่ทำให้คิมหันต์ถึงกับหน้าถอดสี ส่วนปั้นสิบชะงักค้างไปทันทีเมื่อกวาดสายตาไปเห็นตัวเลขจำนวนมหาศาลและเงื่อนไขที่ผูกมัดชีวิตของพวกเขาไว้ด้วยกันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินจิกหมอนไปกับความคลั่งรักของคุณชายกับเด็กดื้อคนนี้ด้วยกันนะคะ!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 33
ชีวิตคู่แบบฉบับคุณชายกับเด็กดื้อ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!