กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะ คละคลุ้งอยู่ในห้องสมุดลับใต้ดินชั้นที่สี่—สถานที่ซึ่งไม่มีนักเรียนคนใดได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ยกเว้นเสียแต่ว่าพวกเขากำลังปรารถนาจะถูกขับไล่ออกจากสถาบันเวทมนตร์อาร์케ย์อย่างถาวร
"เงาร่างที่นายเห็นในคืนนั้น... ไม่ใช่ความผิดพลาดทางสายตาแน่หรือ ลูเซียน"
เสียงกระซิบของเอลาร่าลอดผ่านชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนสาด
กระทบใบหน้าด้านข้างของเธอที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวของเธอกำตำราปกหนังมนต์ดำแน่นจนข้อต่องอขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องราวกับหวาดระแวงว่าจะมีใครแอบฟัง
ลูเซียนไม่ได้ตอบทันที เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบนักเรียนปีสองที่ติดกระดุมอย่างเนี๊ยบเรียบร้อย กำลังใช้นิ้วมือเรียวกดลงบนอากาศว่างเปล่า หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีทองที่คนอื่นมองไม่เห็นกำลังปรากฏข้อความแจ้งเตือนยิบยับ ข้อมูลตัวเลขและสมการเวทมนตร์นับร้อยบรรทัดไหลผ่านนัยน์ตาสสีนิลของเขาอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังงานเวทระดับสูง (Magic Signature) : ประเภทความมืดบริสุทธิ์ผสมผสานกับกฎเวทมิติที่ถูกบิดเบือน]
[ระดับความอันตราย: สูงมาก]
[คำเตือน: เจ้าของลายเซ็นพลังงานนี้กำลังจับตาดูพิกัดปัจจุบันของคุณในรัศมี 50 เมตร]
ดวงตาของลูเซียนหรี่แคบลงเล็กน้อย เขาลดมือลงแล้วหันไปสบตากับหญิงสาว "ไม่ใช่ความผิดพลาดแน่เอลาร่า รอยร้าวบนมิติที่ถูกทิ้งไว้เมื่อสามปีก่อน... มันถูกกระตุ้นอีกครั้งโดยบุคคลที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงสุดของสถาบันแห่งนี้"
คำพูดนั้นทำให้เอลาร่าชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที "นายกำลังหมายถึง..."
"อาจารย์ใหญ่วาเลนทาร์" ลูเซียนเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบสนดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด "เขาไม่ได้แค่จับตาดูเราหรอกนะ แต่เขากำลังทดสอบว่าพวกเราจะขุดคุ้ยไปได้ลึกแค่ไหนก่อนที่กระดานหมากรุกนี้จะพังทลาย"
นับตั้งแต่เหตุการณ์ในค่ำคืนที่พวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการเผชิญหน้ากับเงาลึกลับในหอคอยร้าง ลูเซียนก็สัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่คอยจ้องมองมาทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะยามที่เขาเดินอยู่ในห้องโถงใหญ่ หรือแม้แต่ตอนที่เขากำลังยืนอธิบายทฤษฎีเวทคำนวณหน้าชั้นเรียน สายตาของอาจารย์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรราวกับมีน้ำหนักนับร้อยตันกดทับลงบนบ่า
และวันนี้... การกดดันนั้นได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าของห้องสมุดส่วนตัวดังขึ้น สามครั้งอย่างเป็นจังหวะ มันไม่ใช่เสียงเคาะของบรรณารักษ์ผู้ดูแลความเรียบร้อย และไม่ใช่เสียงของเพื่อนร่วมชั้น แต่เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด—อำนาจที่สามารถสั่งพักการเรียนหรือลบชื่อใครสักคนออกจากทะเบียนประวัติได้ด้วยการตวัดปลายปากกาเพียงครั้งเดียว
เอลาร่าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบซ่อนตำราเวทสายมืดไว้ใต้กองหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ทั่วไปอย่างลุกลี้ลุกลน ขณะที่ลูเซียนยังคงยืนนิ่งสงบ ใบหน้าของเด็กหนุ่มไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขากดดีดนิ้วเบาๆ ครั้งหนึ่ง หน้าต่างระบบทั้งหมดพลันสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางหายไปในอากาศ
"เข้ามาได้ครับ ประตูไม่ได้ล็อก" ลูเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพตามเคย แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
บานประตูไม้สักทองสลักลายวิจิตรเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรสง่าของชายวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีครามปักด้ายทองอร่าม เส้นผมสีเงินสนิทรับกับใบหน้าที่แม้จะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาแต่ก็ยังคงความหล่อเหลาและดุดันในเวลาเดียวกัน ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ลูเซียนและเอลาร่า
อาจารย์ใหญ่วาเลนทาร์ไม่ได้เอ่ยคำทักทาย รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากของเขานั้นให้ความรู้สึกเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าความหนาวเหน็บในฤดูเหมันต์
"ช่างเป็นมุมอ่านหนังสือที่... ลึกลับและน่าสนใจเสียจริง คุณลูเซียน และคุณเอลาร่า" เสียงทุ้มนุ่มลึกก้องกังวานไปทั่วห้องสมุดคับแคบ "ฉันไม่ยักรู้ว่านักเรียนปีสองผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่าน จะมีความสนใจในประวัติศาสตร์นอกหลักสูตรลึกซึ้งถึงเพียงนี้"
เอลาร่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามรักษาท่าทีให้สง่างามตามแบบฉบับทายาทขุนนางชั้นสูง "พวกเราเพียงแต่... กำลังค้นคว้าข้อมูลสำหรับรายงานส่งอาจารย์ประจำวิชาเวทมิติค่ะ ท่านอาจารย์ใหญ่"
"รายงานงั้นหรือ?" วาเลนทาร์ทวนคำ รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดัง กัป... กัป... กัป... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังของระเบิดเวลา
ชายผู้ทรงอำนาจหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลูเซียน ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นเสียจนลูเซียนสามารถสัมผัสได้ถึงไอเวทมนตร์อันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวของอาจารย์ใหญ่—มันเป็นพลังที่กดดันจนอากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้นและหายใจได้ลำบาก
"ทฤษฎีเวทคำนวณที่เธอใช้เมื่อสัปดาห์ก่อน มันช่างน่าสนใจเสียจนสภาอาจารย์ถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว ลูเซียน" วาเลนทาร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน "เด็กหนุ่มผู้ไม่มีมานาไหลเวียนในร่างกายตามตำราโบราณ... กลับสามารถคำนวณจุดอ่อนของโครงสร้างเวทระดับสูงได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที เธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์... แต่เธอใช้ 'ตรรกะ' เข้าควบคุมมัน"
ลูเซียนสบตากับดวงตาสีอำพันคู่นั้นตรงๆ โดยไม่หลบสายตา แม้ว่าแผ่นหลังของเขาจะเริ่มมีเหงื่อเย็นซึมออกมาบ้างแล้วก็ตาม รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่มอย่างใจเย็น
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับท่านอาจารย์ใหญ่ ผมเพียงแค่เชื่อว่า... กฎเกณฑ์ทุกข้อในตำราเวทมนตร์ ล้วนมีช่องโหว่ที่รอให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปแก้ไขก็เท่านั้นเอง"
คำตอบที่กล้าหาญและเย่อหยิ่งเล็กๆ นั้นทำให้คิ้วของวาเลนทาร์กระตุกขึ้นเล็กน้อย บรรยากาศในห้องสมุดพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจับต้องได้ เอลาร่าที่ยืนอยู่ด้านข้างแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
จู่ๆ อาจารย์ใหญ่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและชวนให้รู้สึกขนลุก
"ช่างเป็นความคิดที่อันตรายเสียจริง... ลูเซียน" วาเลนทาร์ยืดตัวตรงขึ้น สายตาคมกราบมองสำรวจเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นสำคัญ "แต่คนที่กล้าหาญมักจะอายุสั้นในสถาบันแห่งนี้... เว้นเสียแต่ว่า พวกเขาจะฉลาดพอที่จะรู้ว่า เมื่อไหร่ควรเงียบ และเมื่อไหร่ควรเดินต่อ"
เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะหันหลังกลับและเดินไปที่ประตู
"สัปดาห์หน้า สถาบันของเราจะจัดการทดสอบภาคสนามครั้งใหญ่ที่ 'ป่าสนธยาดารา' และฉัน... ได้มอบหมายให้เธอ เป็นหัวหน้ากลุ่มสำรวจเขตพื้นที่อันตรายโซน C ด้วยตนเอง หวังว่าผลงานของเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ... เจ้าหนูนักคำนวณ"
สิ้นคำพูดนั้น วาเลนทาร์ก็ก้าวเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูกระจกฝ้าลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งให้ทั้งลูเซียนและเอลาร่ายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน
เอลาร่าทรุดตัวลงพิงชั้นหนังสืออย่างหมดแรง หน้าซีดเผือด "ป่าสนธยาดาราโซน C? นั่นมันเขตต้องห้ามระดับสี่! ที่นั่นไม่มีแม้แต่ร่องรอยของมานาเสถียร แถมยังมีสัตว์เวทกลายพันธุ์ที่กินเวทมนตร์เป็นอาหาร... อาจารย์ใหญ่กำลังจะส่งพวกเราไปตายชัดๆ!"
แต่ลูเซียนยังคงยืนนิ่งเงียบ ดวงตาสีนิลทอประกายลึกล้ำ เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่เอลาร่าเป็น ตรงกันข้าม... มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวอีกครั้งด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
[แจ้งเตือนระบบ: ปลดล็อกภารกิจพิเศษระดับ SSS - "ความจริงเบื้องหลังป่าสนธยาดารา"]
[เงื่อนไข: เอาชีวิตรอดจากการทดสอบภาคสนาม และค้นหาเบาะแสห้องทดลองลับใต้ดินของอดีตอาจารย์ใหญ่มิติ]
[รางวัลความสำเร็จ: ปลดล็อกทักษะสายตาแห่งพระเจ้า (God's Eye) ขั้นสมบูรณ์ และสิทธิ์เข้าถึงหอคอยต้องห้ามชั้นที่สิบ]
[คำเตือนจากระบบ: นี่ไม่ใช่การทดสอบของสถาบัน... แต่นี่คือกับดักมรณะที่คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ]
ลูเซียนเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างห้องสมุด ท้องฟ้ายามบ่ายเริ่มถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีดำทะมึน ลมพัดโชยเข้ามาปะทะกระจกราวกับเสียงกรีดร้อง
มือขวาของเขาค่อยๆ ยกขึ้นมา ดีดนิ้วเบาๆ กลางอากาศที่ว่างเปล่า... แป๊ะ!
"กับดักน่ะ... มีไว้ให้พังทลายอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ เอลาร่า"
[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ]
เวทมนตร์ดีดนิ้วกับเด็กหนุ่มผู้พลิกตำราอาถรรพ์•ตอนที่ 11
ความกดดันที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีดนิ้วกับเด็กหนุ่มผู้พลิกตำราอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!