เสียงปรบมือเยาะเย้ยรอบสนามประลองทรงกลมดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงกบร้องในบ่อน้ำแห้งขอด พื้นหินแกรนิตสีดำสนิทสลักลวดลายวงแหวนเวทมนตร์โบราณที่กำลังเปล่งแสงสีฟ้าเรื่อ ทว่า ณ ใจกลางสนามนั้น กลับมีเพียงเด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทผู้ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นสลัก ลูเซียนไม่ได้ถือไม้เท้าเวทมนตร์ ไม่ได้ร่ายรำวงมือ และไม่ได้เปล่งเสียงคำรามเรียกมานาจากธรรมชาติรอบตัว สิ่งเดียวที่เขาถือครองคือสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง ที่เปิดค้างไว้ ณ หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวเลขและสมการยั้วเยี้ย
"เด็กคนนั้นเสียสติไปแล้วหรือไง?"
เสียงกระซิบกระซาบจากอัฒจันทร์ฝั่งขวา ดังมาจากพวกคุณหนูตระกูลใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างมองลงมาด้วยสายตาสมเพชเวทนา บนลานประลองเบื้องหน้าของลูเซียน บัดนี้ร่างของโกเลมศิลาสูงสามเมตรกำลังคำรามก้อง พื้นดินสั่นสะเทือนทุกครั้งที่มันขยับก้าว มันถูกสร้างขึ้นจากศิลาแกรนิตผสมแร่เหล็กไหล อัดแน่นด้วยพลังเวทโจมตีระดับสามที่สามารถบดขยี้กระดูกมนุษย์ให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา
กฎของสนามประลองแห่งนี้เรียบง่ายและโหดร้าย: ผู้เข้ารับการทดสอบต้องหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของโกเลม โดยไม่อนุญาตให้ใช้มานาโจมตีโดยตรง ห้ามใช้ศาสตราวุธเวท และห้ามหลบหนีออกนอกเขตวงแหวน
กล่าวคือ นี่ไม่ใช่การทดสอบพละกำลัง... แต่มันคือการทดสอบ "ความเข้าใจในโครงสร้าง"
เอลาร่าที่นั่งกอดอกอยู่บริเวณแถวหน้าสุดของขอบสนาม ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในความอัจฉริยะของลูเซียนเพียงใด แต่ทฤษฎีเวทสายคำนวณที่เขากำลังจะใช้ ยังไม่เคยมีใครทดสอบมันสำเร็จมาก่อนในรอบสองร้อยปี
"ลูเซียน..." เอลาร่าพึมพำเบาๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
โกเลมศิลายกหมัดขนาดยักษ์ขึ้นสูง มวลอากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมคม มันเหวี่ยงหมัดลงมาหมายจะบดขยี้เด็กหนุ่มให้จมดิน แรงลมจากการโจมตีทำให้เส้นผมสีดำของลูเซียนปลิวไสว ดวงตาสีนิลของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สะท้อนภาพกำปั้นศิลาที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เวลาในสายตาของลูเซียนราวกับถูกยืดออกให้ยาวนานขึ้น
*[ตรวจพบสภาวะกดดันขั้นวิกฤต กลไกการคำนานด่วนทำงาน]*
*[วิเคราะห์จุดศูนย์ถ่วงของเป้าหมาย: 65% บริเวณอกขวา]*
*[คำนวณความถี่การไหลเวียนของมานาในโครงสร้างศิลา: 14.2 เฮิรตซ์]*
*[คำแนะนำ: ดีดนิ้วที่จุดโหนดพลังงานลำดับที่สาม เพื่อทำลายวงจรสมดุล]*
ลูเซียนไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายกมือซ้ายขึ้น นิ้วชี้และนิ้วโป้งแนบชิดเข้าหากัน ท่าทางเรียบง่ายราวกับเด็กหนุ่มกำลังจะดีดเล่นแก้เบื่อท่ามกลางบรรยากาศการเรียนในห้องเรียนอันน่าเบื่อหน่าย
"เขาจะทำบ้าอะไรของเขา?" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากอาจารย์ผู้คุมสอบที่นั่งอยู่บนแท่นสูง "ไร้สาระสิ้นดี! ดีดนิ้วเนี่ยนะจะหยุดโกเลมศิลาได้? ส่งหน่วยแพทย์ไปเตรียมตัวได้เลย เด็กคนนั้นกระดูกแหลกแน่!"
แต่ทว่า...
*แป๊ก!*
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นเบาๆ แทบจะกลืนหายไปกับเสียงคำรามของโกเลม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อากาศรอบปลายนิ้วของลูเซียนกลับเกิดระลอกคลื่นพลังงานสั่นพ้องสีทองจางๆ พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างแม่นยำ มันพุ่งเข้าปะทะเข้ากับรอยต่อบริเวณหน้าอกของโกเลมศิลาอย่างพพอดีเป๊ะ
เปรี๊ยะ! เสียงคล้ายกระจกร้าวเบาๆ ดังขึ้นจากจุดที่พลังงานสัมผัส
ทันใดนั้นเอง โกเลมศิลายักษ์ที่กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงก็หยุดชะงักกะทันหัน ราวกับถูกหยุดเวลาไว้ด้วยคทาแห่งเทพเจ้า แรงเฉื่อยทั้งหมดถูกหักล้างด้วยการสั่นพ้องของคลื่นความถี่ที่ลูเซียนคำนวณไว้ รอยร้าวสีทองสายเล็กๆ แผ่ขยายลามเลียไปทั่วร่างของโกเลมจากอกลามไปจนถึงฐานราก
ครืนนน!
ร่างมหึมาของโกเลมศิลาแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงละเอียดในพริบตา เหลือไว้เพียงละอองมานาสีฟ้าที่ค่อยๆ ลอยระเหยสู่อากาศอย่างไร้พิษภัย
ความเงียบงันเข้าปกคลุมสนามประลองขนาดใหญ่ทันที ไม่มีใครส่งเสียงพูดอะไรออกมาสักคนเดียว แม้แต่เสียงลมหายใจของผู้ชมบนอัฒจันทร์ยังราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด อาจารย์ผู้คุมสอบถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ปากอ้าค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งใบ
เด็กหนุ่มผู้ไม่มีมานาแฝง... ใช้เพียงการคำนวณและเสียงดีดนิ้วครั้งเดียว... ทำลายโกเลมศิลาเกรดเอได้อย่างไร้ร่องรอย?
ลูเซียนค่อยๆ ลดมือลง ปิดสมุดบันทึกในมืออย่างแผ่วเบา ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย เย็นชา และสงบนิ่ง ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงแค่การปัดฝุ่นออกจากไหล่เสื้อเท่านั้น
เขากวาดสายตามองขึ้นไปบนอัฒจันทร์ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกย่องขึ้นเล็กน้อย
"กฎของสนามประลองบอกไว้ว่าห้ามใช้มานาโจมตี..." ลูเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังฟังชัดไปทั่วบริเวณ "แต่ไม่ได้บอกนี่ครับ... ว่าผมห้ามใช้ 'คณิตศาสตร์' ในการบอกให้มันหยุดเดิน"
เอลาร่าที่นั่งมองอยู่ด้านล่าง เผลอยิ้มออกมาอย่างโล่งอก แววตาของเธอยามนี้เต็มไปด้วยประกายความทึ่งและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังเปลี่ยนเป็นเสียงซุบซิบนินทาและเสียงฮือฮาระลอกใหม่ ท้องฟ้าเหนือสนามประลองที่เคยโปร่งใสก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำให้ทุกคนบนอัฒจันทร์หายใจไม่ออกพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบน
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังขึ้นในโสตประสาทของลูเซียนอย่างรุนแรง
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนภายนอกระดับ SSS]*
*[เป้าหมาย: ผู้ถือครองตำราอาถรรพ์บทที่ศูนย์ กำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนทดสอบ]*
*[คำสั่งฉุกเฉิน: จงวิ่งหนี หรือไม่ก็... เตรียมรับมือกับผู้คุมกฎตัวจริงที่จะลงมาตัดสินคุณด้วยชีวิต]*
ลูเซียนหรี่ตาลงทันที เขากวาดสายตามองไปยังรอยแยกของมิติที่กำลังฉีกขาดออกกลางอากาศเบื้องหน้า เงาร่างของใครบางคนค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับตัวละครของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เวทมนตร์ดีดนิ้วกับเด็กหนุ่มผู้พลิกตำราอาถรรพ์•ตอนที่ 5
กฎของสนามประลอง
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีดนิ้วกับเด็กหนุ่มผู้พลิกตำราอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!