เวทมนตร์ดีดนิ้วกับเด็กหนุ่มผู้พลิกตำราอาถรรพ์•ตอนที่ 8

มิตรภาพท่ามกลางความสงสัย

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมกับคราบน้ำยาฟอร์มาลีนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องสมุดใต้ดินเขตหวงห้าม แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สีฟ้าอมเขียวสาดส่องกระทบโครงกระดูกสัตว์เวทที่ถูกดองไว้ในโหลแก้วขนาดใหญ่ ทอดเงายาวน่ากลัวทาบทับลงบนชั้นหนังสือที่เรียงรายสูงจรดเพดาน "คุณกำลังเล่นกับไฟอยู่, ลูเซียน" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันดังขึ้นจากความมืด เอลาร่าก้าวออกมาจากมุมอับของชั้นหนังสือ ดวงตาสีไพลินของเธอจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านยาก นิ้วเรียวบางของเธอกำม้วนกระดาษหนังแก้วสีเหลืองกรอบแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ลูเซียนไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขายังคงใช้ปลายนิ้วเขี่ยวงแหวนเวทคำนวณที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แสงสีทองจางๆ จากสมการเวทสะท้อนในดวงตาสีดำสนิทที่เย็นชาและนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ "ไฟเหรอครับ, เอลาร่า?" ลูเซียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "ผมคิดว่านี่คือ 'ความจริง' ต่างหาก... สิ่งที่คุณกำลังปิดบัง และสิ่งที่สถาบันแห่งนี้พยายามกวาดซุกไว้ใต้พรมมาตลอดหลายร้อยปี" เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่น เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนในตะเกียงวูบไหวตามแรงถอนหายใจของเธอ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อระบายน้ำใต้ดินที่ดังเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจากระบบปริศนาที่เชื่อมต่อกับสมองของลูเซียนได้ชี้ชัดว่า เหตุการณ์ความผิดปกติของมานากลางสถาบันไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ รอยแยกของมิติระดับต่ำที่ปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าล้วนมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่หอคอยโบราณด้านหลังโรงประลอง ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด ทว่าเบาะแสชิ้นสำคัญที่สุดกลับถูกพบในบันทึกโบราณที่สมาชิกระดับสูงของตระกูลขุนนางเวทเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้... และหนึ่งในนั้นก็คือตระกูลอาร์คไลท์ของเอลาร่านั่นเอง "คุณพบมันที่ไหน..." เอลาร่าเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเธอลดความแข็งกร้าวลง เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและความหวาดระแวงที่ซ่อนเร้น "บันทึกหน้าสุดท้ายของมหาปราชญ์โฃรุส... มันหายไปจากห้องลับของตระกูลฉันเมื่อสามวันก่อน และจู่ๆ คุณก็บังเอิญใช้สมการคำนวณแบบเดียวกันนี้ในการปลดล็อกค่ายกลห้องสมุด" ลูเซียนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงสัยและการชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย เด็กหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คำว่า 'บังเอิญ' ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของผมหรอกครับ" ลูเซียนก้าวเข้าไปใกล้เธอช้าๆ เว้นระยะห่างที่พอเหมาะเพื่อให้เกียรติสุภาพสตรี "แต่ถ้าคุณกลัวว่าความลับสกปรกของตระกูลขุนนางจะแปดเปื้อนละก็... คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใครว่า การเก็บความลับที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซ่อนมันไว้ในที่มืด แต่เป็นการร่วมมือกับคนที่รู้ทันมันต่างหาก" เอลาร่าชะงักไป ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอมองเด็กหนุ่มผู้ไม่มีมานาไหลเวียนในเส้น ชีพจรตามตำราปกติ แต่กลับมีความเข้าใจในโครงสร้างมานาลึกซึ้งยิ่งกว่าศาสตราจารย์บางคนในสถาบันเสียอีก ความกล้าบ้าบิ่นและสายตาที่มองทะลุปรุโปร่งของลูเซียนทำให้เธอทั้งรู้สึกหงุดหงิดและทึ่งในเวลาเดียวกัน "คุณต้องการอะไรกันแน่, ลูเซียน?" เอลาร่าถามตรงประเด็น น้ำเสียงจริงจังขึ้น "ความจริง... และทางรอด" ลูเซียนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง "สถาบันแห่งนี้กำลังใช้พวกเราเป็นเครื่องสังเวยเพื่อปลุกบางอย่างขึ้นมาจากใต้ดิน หากเรายังมัวแต่ระแวงกันเอง สุดท้ายเราก็จะเป็นแค่ชื่อบนป้ายหลุมศพในสุสานของโรงเรียน" เด็กสาวนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สมองของเธอกำลังประเมินความเสี่ยงทั้งหมด ความรู้ด้านเวทสายมืดที่เธอแอบศึกษามาบอกเธอว่า สิ่งที่ลูเซียนพูดไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย รอยแยกมานาเมื่อวานนี้เกือบจะกลืนกินนักเรียนปีหนึ่งไปครึ่งห้องแล้ว หากปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานภัยพิบัติจะมาเยือน เอลาร่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจปลดผนวงแหวนเวทป้องกันส่วนตัวออก ส่งม้วนกระดาษหนังแก้วในมือให้กับลูเซียน "ตกลง... เรามาร่วมมือกัน" เอลาร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "แต่จำไว้ ถ้าคุณหักหลังฉัน ฉันจะเป็นคนแรกที่จะส่งวิญญาณคุณไปลงทัณฑ์ด้วยเวทบทที่รุนแรงที่สุดของตระกูลอาร์คไลท์" ลูเซียนรับม้วนกระดาษมาด้วยท่าทีสุขุม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นอีกครั้ง "ผมเป็นคนรักษาสัญญาเสมอครับ, พาร์ทเนอร์" ทว่า ในวินาทีที่มือของทั้งคู่เกือบจะประสานกันเพื่อยืนยันข้อตกลง บรรยากาศรอบตัวก็พลันหนาแน่นขึ้นอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องสมุดใต้ดินดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ตะเกียงเวทสีฟ้าอมเขียวทั้งหมดดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทเข้ากลืนกินทุกสิ่ง มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้าคู่หนึ่งที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดมิดเบื้องลึก — *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* — มันไม่ใช่เสียงของนักเรียน หรือแม้แต่ของอาจารย์ผู้ดูแลหอคอย แต่มันคือเสียงลากของโลหะที่ขูดไปกับพื้นหิน พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าจนแทบทรุดฮวบ ดวงตาของลูเซียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในห้วงความคิดของเขา [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับหายนะ (Cataclysm Class) นอกขอบเขตการคำนวณ] [คำเตือน: วัตถุเป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิด — รหัสลับ: 'ผู้เฝ้าประตูแห่งซากศพ'] [ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: จงเอาตัวรอดจากการเผชิญหน้าใน 60 วินาที!] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และลุ้นระทึกไปกับความลับอันดำมืดของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ด้วยกันเสมอมาครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์ดีดนิ้วกับเด็กหนุ่มผู้พลิกตำราอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%