ความตายในยุทธภพไม่เคยเคาะประตูก่อนมาเยือน มันมักคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดุจเงาพยัคฆ์ซุ่มรอเหยื่อในพงหญ้าหนาทึบ
"ในเมื่อพวกเจ้ารู้ความลับกันแล้ว... เช่นนั้นก็จงตายอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งคู่เสียเถิด!"
เสียงคำรามเหี้ยมเกรียมสะท้อนก้องเรือนรับรองไผ่เขียว แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นที่แปดแผ่ซ่านกดทับจนโครงไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ด ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักพยัคฆ์อัคคี "เกาเทียนเหิง" ฉีกหน้ากากสุภาพชนทิ้ง เผยแววตาอำมหิตดุจสัตว์ร้าย มันซัดฝ่ามือประกบเพลิงโลกันตร์เข้าใส่กลางอกของเซียนจื่อเวยโดยไม่ให้ตั้งตัว รวดเร็ว ร้ายกาจ และมุ่งปลิดชีพในคราเดียว
ทว่า... ร่างของนางเซียนผู้สง่างามกลับไม่แม้แต่จะขยับถอย
เซียนจื่อเวยหลับตาลงครึ่งหนึ่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่หมุนวนรอบกายอย่างเยือกเย็น นางมิได้หวาดกลัวความตาย หากแต่ผิดหวังในจิตใจมนุษย์ที่เน่าเฟะยิ่งกว่าศากศพ ในเมื่อคนสนิทที่ไว้ใจที่สุดกลับกลายเป็นงูพิษที่เลี้ยงไว้แว้งกัด สำนักเมฆาจันทร์แห่งนี้... คงถึงคราวต้องชำระล้างด้วยโลหิตแล้วจริงๆ
*เปรี้ยง!*
ก่อนที่ฝ่ามืออัคคีจะทันสัมผัสชายเสื้อ ปลายกระบวนท่าของเกาเทียนเหิงกลับต้องชะงักงันกลางอากาศ ราวกับถูกกำแพงล่องหนขวางกั้นไว้
เงาร่างหนึ่งพุ่งวูบผ่านหน้าเซียนจื่อเวยไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ กลิ่นอายโลหิตจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายกระบี่อันเย็นเยียบโชยเข้าจมูกของนาง ฉินหานก้าวเท้าเหลื่อมล้ำ มือขวาจับด้ามกระบี่เหล็กดำที่ยังไม่ทันชักออกจากฝักอย่างมั่นคง ปลายนิ้วโป้งกดทับสลักกระบี่ไว้เพียงครึ่งนิ้ว แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้เปลวเพลิงในมือของเกาเทียนเหิงถึงกับสั่นกระพิก ราวกับเทียนไขที่ต้องลมพายุ
"เจ้า..." เกาเทียนเหิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันประเมินเด็กหนุ่มผู้นี้ต่ำเกินไป คิดว่าเขาเป็นเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อนไร้ชื่อเสียง แต่ยามนี้ เมื่อเผชิญหน้ากันในระยะประชิด สัญชาตญาณดิบในตัวมันกลับกรีดร้องเตือนภัยราวกับคนกำลังจะจมน้ำ
"มือสังหารสำนักพยัคฆ์อัคคีฝึกวิชาถึงขั้นกลืนกินโลหิตโลกันตร์แล้วสินะ" ฉินหานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความระทึกใจ ดวงตาสนทนากับอีกฝ่ายราวกับกำลังพิจารณาสินค้าไร้ค่าในตลาดสด "น่าเสียดาย... วิชาสายมารที่ใช้โลหิตบริสุทธิ์ของศิษย์ร่วมสำนักมาหล่อเลี้ยงพลัง แม้จะก้าวหน้าเร็ว แต่กลิ่นอายคาวเลือดของมัน... ต่อให้เจ้าอาบน้ำด้วยกลีบดอกไม้พันลี้ ก็กลบเกลื่อนความเหม็นเน่านี้ไม่พ้นหรอก"
"สารเลว! เจ้าเป็นใครกันแน่!" เกาเทียนเหิงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังลมปราณระเบิดออกรอบทิศทางจนหน้าต่างกระดาษฉีกขาดเป็นจุล มันสะบัดมือซ้าย วาดกรงเล็บเพลิงพยัคฆ์หมายฉีกกระชากศีรษะของฉินหานให้หลุดจากบ่า
ฉินหานเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกองศาของการเคลื่อนไหวกลับแม่นยำราวจับวาง ปลายจมูกของเขาขยับเล็กน้อย สูดกลิ่นอายที่เจือจางในอากาศ
*กลิ่นนี้มัน... พิษผีเสื้อเหมันต์พันปี?*
ฉินหานขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นตรง เมื่อครู่ตอนที่พวกเขานั่งดื่มชาด้วยกัน กลิ่นชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีได้กลบกลิ่นพิษชนิดนี้ไปจนหมดสิ้น หากไม่ใช่เพราะประสาทสัมผัสอันเป็นเลิศจากการผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในฐานะอดีตมือสังหาร เกรงว่าคงไม่มีใครสังเกตเห็นว่า "ใบชา" ทุกใบในจอกนั้น ถูกเคลือบด้วยพิษเย็นที่ค่อยๆ กัดกร่อนเส้นชีพจรทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ
สายตาของฉินหานเหลือบมองไปยังถ้วยชาบนโต๊ะหินอ่อนที่เซียนจื่อเวยเพิ่งดื่มเข้าไปครึ่งจอก ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉยดุจหยกสลัก แต่บริเวณปลายนิ้วมือข้างที่ถือกระบี่กลับปรากฏรอยดำคล้ำจางๆ แผ่ขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว
"จื่อเวย..." ฉินหานเอ่ยเรียกเสียงต่ำ
เซียนจื่อเวยหันมาสบตาเขา แววตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะ นางเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ฝ่ามือที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย นางฝืนโคจรลมปราณเมฆาเพื่อกดพิษเอาไว้ แต่ยิ่งโคจรกลับยิ่งทำให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจเร็วขึ้น ลมหายใจของนางเริ่มติดขัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมขาวสะอาด
"ข้า... ไม่เป็นไร..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าดวงตายังคงทอประกายความเด็ดเดี่ยว นางไม่ยอมให้ความอ่อนแอของตนเองกลายเป็นภาระแก่ชายหนุ่มผู้นี้เด็ดขาด
"เจ้าดื้อด้านเกินไปแล้ว" ฉินหานทอดถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงเจือความระอาแกมเอ็นดูอย่างประหลาด ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ นางยังคงรักษาความเย่อหยิ่งถือดีของเจ้าสำนักไว้ไม่เสื่อมคลาย
"ฮ่าๆๆๆ โง่เขลาทั้งคู่!" เกาเทียนเหิงระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเมื่อเห็นอาการของเซียนจื่อเวย มันถอยหลังไปสองก้าว ประสานอินทร์ด้วยมือทั้งสองข้าง บังคับให้ไอร้อนแผดเผาบรรยากาศรอบตัวจนบิดเบี้ยว "พิษผีเสื้อเหมันต์พันปีเป็นพิษลับเฉพาะของแดนเหนือ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตสวรรค์ หากดื่มเข้าไปครึ่งจอก ย่อมต้องถูกแช่แข็งเส้นชีพจรภายในเจ็ดลมหายใจ! นังสารเลว... วันนี้สำนักเมฆาจันทร์ของเจ้าต้องสิ้นชื่อที่นี่!"
เกาเทียนเหิงสะบัดมือ พลังเพลิงพยัคฆ์รวมตัวเป็นหอกอัคคีความยาวสามเชียะ พุ่งตรงปักทะลวงใส่แผ่นหลังของเซียนจื่อเวยที่กำลังนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณต้านพิษอย่างเต็มกำลัง
รวดเร็วเกินกว่าที่คนทั่วไปจะรับมือได้ทัน!
แต่ฉินหานหาใช่คนทั่วไปไม่
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ท่าร่าง "ก้าวอัสนีไร้เงา" ทำงานในเสี้ยววินาที ร่างของฉินหานหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเซียนจื่อเวยราวกับภูตผี มือขวาของเขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก หากแต่ใช้ "ฝักกระบี่เหล็กดำ" เป็นโล่ปะทะเข้ากับหอกอัคคีโดยตรง!
*ตูม!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะระเบิดออกจนเรือนรับรองไผ่เขียวพังทลายลงมาครึ่งแถบเศษไม้ไผ่ปลิวว่อนดุจหิมะโปรยปราย ฉินหานพ่นลมหายใจออกทางจมูกเล็กน้อย เลือดสดๆ สายหนึ่งไหลซึมที่มุมปากของเขา แรงกระแทกเมื่อครู่ไม่เพียงแต่เผาไหม้เสื้อผ้าบริเวณแขนเสื้อจนไหม้เกรียม แต่ยังสะท้อนความร้อนเข้าสู่ภายในร่างกายของเขาด้วย
ทว่า เขากลับไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ยืนหยัดตระหง่านดุจขุนเขาที่ค้ำจุนผืนฟ้า ปกป้องหญิงสาวไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด
"เจ้า... เจ้าปกป้องนางทำไม? เจ้าเป็นแค่นักดาบเร่ร่อน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับสำนักเมฆาจันทร์เสียหน่อย!" เกาเทียนเหิงคำรามด้วยความเหลืออด มันไม่เข้าใจเหตุใดเด็กหนุ่มผู้นี้จึงยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสตรีที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน
ฉินหานปาดคราบเลือดที่มุมปากออกอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายเย็นชาบาดลึกถึงวิญญาณ เขาค่อยๆ เลื่อนมือซ้ายไปสัมผัสที่ข้อมือเรียวบางของเซียนจื่อเวย ถ่าย
"ในวิถีกระบี่ของข้า... การมองเห็นคนผู้หนึ่งถูกลอบกัดต่อหน้าต่อหน้า เป็นเรื่องที่อภัยให้ไม่ได้ยิ่งกว่าการดูถูกฝีมือเสียอีก" ฉินหานกล่าวเสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง
ปลายนิ้วของฉินหานกดลงที่จุดชีพจร "ฮุ่ยหยิน" บนข้อมือของเซียนจื่อเวยอย่างแม่นยำ ลมปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งที่มีคุณสมบัติเย็นยะเยือกแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของนางทันที ปราณของเขาเข้าควบคุมและสกัดกั้นพิษผีเสื้อเหมันต์ที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็วให้อยู่หมัด ราวกับเข็มเงินนับพันเล่มที่ปักตรึงความเคลื่อนไหวของพิษร้ายเอาไว้
เซียนจื่อเวยสะดุ้งเล็กน้อย ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อกระแสลมปราณอันอบอุ่นและทรงพลังของฉินหานแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นางสัมผัสได้ถึงหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคง ความเย็นชาที่เคยปกคลุมจิตใจมาเนิ่นนานนับปี บัดนี้กลับถูกหลอมละลายลงด้วยความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้ในยามวิกฤต ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าชีวิตและความตายค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนางอย่างเงียบงัน
"ข้า... ดีขึ้นแล้ว..." เซียนจื่อเวยกระซิบเสียงเบา ลมหายใจของนางเริ่มกลับมาเป็นปกติ รอยดำคล้ำที่ปลายนิ้วจางหายไปจนหมดสิ้น
"ดี" ฉินหานพยักหน้าน้อยๆ เขาค่อยๆ ชักกระบี่เหล็กดำออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหิตกระทบฝักดัง *กริ๊ก* สะท้อนกังวานบาดลึกในความเงียบงัน คมกระบี่สีดำสนิทไร้เงาสะท้อนประกายใดๆ ดุจหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่างทั้งหมดในรัศมีสิบจั้ง
แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนากราวกระแสคลื่นยักษ์ เมฆฝนบนท้องฟ้ามืดครึ้มฉับพลัน สายฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของฉินหาน
เกาเทียนเหิงหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันตระหนักแล้วว่า ต่อให้มันมีพิษร้ายกาจเพียงใด หรือมีวิชาพยัคฆ์อัคคีที่ฝึกฝนมานับสิบปี แต่ต่อหน้าบุรุษผู้ถือกระบี่เล่มนี้... มันก็เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่... มือสังหารระดับตำนานคนนั้น... หรือว่าเจ้าคือ..." เกาเทียนเหิงละล่ำละลักเอ่ยออกมาด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อนึกถึงฉายาที่มันเคยได้ยินจากปากของชาวยุทธภพ
ฉินหานไม่ตอบคำถาม ร่างของเขาก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่คอหอยของเกาเทียนเหิงอย่างไร้ความปรานี
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะสะบั้นคอของศัตรูเพื่อปิดฉากความแค้น...
*ฉึก!*
เสียงโลหะคมกริบทะลวงเนื้อดังขึ้นจากด้านหลังอย่างกะทันหัน เซียนจื่อเวยที่เพิ่งฟื้นตัวจากพิษ กลับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางก้มมองลงที่หน้าอกของตนเอง ปลายกระบี่อาบยาพิษเล่มหนึ่งพุ่งทะลุผ่านเสื้อผ้าและแผ่นหลังของนางออกมาอย่างเลือดเย็น!
"ศิษย์น้อง... เจ้าไว้ใจคนง่ายเกินไปแล้วกระมัง?"
เสียงกระซิบอันแหบพร่าและคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังของเซียนจื่อเวย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาหักหลังสุดขีดฉายชัดบนใบหน้าของผู้อาวุโสลำดับสองแห่งสำนักเมฆาจันทร์ ที่ก้าวออกมาจากเงาเสาเรือนพร้อมกับรอยยิ้มของมัจจุราช
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่อหังการ์ดับดารา กับนางเซียนผู้ต้านลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 4
พิษร้ายในจอกชา
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่อหังการ์ดับดารา กับนางเซียนผู้ต้านลิขิตสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!