กระบี่อหังการ์ดับดารา กับนางเซียนผู้ต้านลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 5

วิถีจอมยุทธ์ผู้โดดเดี่ยว

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นศิลา ก่อเกิดเสียงกังวานดั่งเสียงถอนหายใจของวิญญาณผู้ล่วงลับ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้าปกคลุมทั่วโถงรับรอง ผู้อาวุโสลำดับสองแห่งสำนักเมฆาจันทร์ไม่ได้เร่งเร้าลงมือ เขากลับยืนกอดอก แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวอัสนีทอดมองไปยังร่างระหงของเซียนจื่อเวยที่กำลังสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะพิษร้ายในร่างที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรจนถึงขีดสุด "อาจารย์อา... ท่าน..." สุ้มเสียงของเซียนจื่อเวยแหบพร่าลง นางพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อกดสะกดพิษประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ทว่าทุกคราที่โคจรพลัง ความเจ็บปวดดั่งถูกพันศาสตraทิ่มแทงก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อาวุโสลำดับสองเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม "จื่อเวย... เจ้าเป็นถึงประมุขผู้เกรียงไกร เหตุใดจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้?" ผู้อาวุโสลำดับสองแค่นเสียงหัวسخرเยาะหยัน "สำนักเมฆาจันทร์ของเรายืนหยัดมาได้นับร้อยปี มิใช่เพราะความเมตตาปรานี แต่เพราะเราสยบศัตรูด้วยความเด็ดขาด ทว่าเจ้า... กลับยอมก้มหัวให้แก่มือสังหารเดรัจฉานผู้หนึ่ง ผู้ที่สำนักใหญ่นับร้อยต้องการหัวมันไปบูชายัญ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าทำลายอนาคตของสำนักเพื่อบุรุษไร้ค่าผู้นั้น?" ฉินหานที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเซียนจื่อเวยไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขาสะท้อนกลิ่นอายความตายอันหนักหน่วง แววตาที่ทอดมองไปยังผู้อาวุโสลำดับสองว่างเปล่ายิ่งกว่าห้วงอวกาศ ทว่าลึกเข้าไปในความว่างเปล่านั้น กลับมีเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกกักเก็บมานานนับสิบปีปะทุขึ้นอย่างเงียบงัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิดของฉินหานราวกับสายฝนที่กระหน่ำซัด... ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ณ สำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ ฉินหานในวัยเยาว์เคยเป็นศิษย์เอกผู้สร้างชื่อเสียงเกริกไกรให้แก่สำนัก เป็นผู้ที่ถือครองกระบี่เบิกฟ้าด้วยความบริสุทธิ์ใจและคุณธรรมเต็มเปี่ยม ทว่าในโลกยุทธภพนี้ "ความสามารถที่โดดเด่นเกินหน้าผู้มีอำนาจ คือความผิดมหันต์" ในคืนที่ฝนดาวตกพาดผ่านท้องฟ้า ศิษย์น้องร่วมสำนักผู้เป็นบุตรชายแท้ๆ ของเจ้าสำนักได้ก่อคดีฆ่าล้างตระกูลพ่อค้าผู้บริสุทธิ์เพื่อแย่งชิงคัมภีร์ลับ ฉินหานบังเอิญไปพบเห็นเหตุการณ์เข้า จึงเข้าขัดขวางและพยายามนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎสำนัก ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมิใช่ความยุติธรรม หากแต่เป็นการหักหลังอย่างเลือดเย็นจากผู้เป็นอาจารย์และเหล่าผู้อาวุโสที่ร่วมมือกันบิดเบือนความจริง *‘ฉินหาน! เจ้าบังอาจสังหารศิษย์น้องและทรยศต่อสำนัก สมควรตายพันครั้ง!’* เสียงคำรามของเจ้าสำนักในวันนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ร่างกายของฉินหานถูกรุมทำร้ายจนเส้นชีพจรหลักขาดสะบั้น วิชาฝีมือถูกทำลายลงครึ่งหนึ่งก่อนจะถูกถีบตกจากหน้าผามรณะ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและความสะใจของคนที่เขาเคยเคารพรักดั่งบิดาบังเกิดเกล้า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา "ฉินหาน" ผู้มีคุณธรรมได้ตายไปจากยุทธภพ เหลือเพียง "มือสังหารเงาดารา" ผู้ใช้กระบี่อาบพิษเพื่อทวงคืนความยุติธรรมด้วยมือของตนเอง วิถีจอมยุทธ์ของเขาถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กลายเป็นความโดดเดี่ยวที่แม้แต่สายลมก็ยังไม่กล้าพัดผ่าน "เจ้าจดจำแววตานั้นได้หรือไม่... ผู้อาวุโส?" สุ้มเสียงของฉินหานดังขึ้นทำลายความเงียบ มันทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทำให้ผู้อาวุโสลำดับสองถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "หึ... เจ้าเด็กเหลือขอ ฉินหาน คิดว่าผ่านไปสิบปีแล้วปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วหรือ? เจ้าคิดว่าลำพังตัวคนเดียว จะต่อกรกับค่ายกลวิญญาณโลหิตที่ข้าเตรียมไว้ต้อนรับพวกเจ้าได้งั้นรึ?" ผู้อาวุโสลำดับสองแค่นเสียงคำราม สะบัดมือส่งสัญญาณให้เงาร่างนับสิบที่ซ่อนอยู่หลังผนังโถงพุ่งทะยานออกมาพร้อมกับอาวุธลับนับร้อยเล่มที่ประกายแสงสีเขียวเข้มบ่งบอกถึงพิษร้ายแรง เซียนจื่อเวยกัดริมฝีปากจนห้อเลือด นางฝืนยกกระบี่เซียนจันทร์ขึ้นหมายจะเข้าช่วย ทว่าฉินหานกลับยกมือขึ้นห้ามนางไว้เบาๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสที่ไหล่ระหง ความอบอุ่นอันมั่นคงก็ถ่ายทอดผ่านไปถึงหัวใจของนาง "พักเสียเถอะ... จื่อเวย" ฉินหานเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มนวลอย่างยิ่ง "หนี้เลือดในอดีต และหนี้ที่พวกมันบังอาจแตะต้องเจ้าในวันนี้... ให้กระบี่ในมือข้าเป็นผู้สะสางให้สิ้นซาก" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของฉินหานก็พลันหายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ราวกับภาพมายา ความเร็วของเขาในยามนี้ทะลุขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชนไปแล้ว ประกายกระบี่สีครามเข้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ดุจดั่งแสงดาวตกที่แหวกผ่านความมืดมิดของห้วงจักรวาล ฉับพลัน! เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องเป็นลวดลายอันน่าสยดสยอง ทว่าท่วงท่าของฉินหานกลับงดงามและพลิ้วไหวดั่งบทกวี ทุกย่างก้าวที่เขาผ่านพ้นไป มีเงาร่างของมือสังหารสำนักเมฆาจันทร์ร่วงหล่นลงพื้นไร้ลมหายใจทีละคน สองคน สามคน... โดยที่ไม่มีใครมองเห็นกระบวนท่าของเขาด้วยซ้ำ! ผู้อาวุโสลำดับสองเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ความเย่อหยิ่งทระงงตนเมื่อครู่มลายหาย Wไปสิ้นเมื่อพบว่าพลังยุทธ์ของฉินหานในยามนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์จะจินตนาการได้ไปไกลลิบแล้ว "เป็นไปไม่ได้! วิชาของสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์... เหตุใดเจ้าจึงหลอมรวมมันเข้ากับวิชาลี้ลับของสำนักมารจนไร้เทียมทานถึงเพียงนี้!" ผู้อาวุโสลำดับสองแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ขาถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ฉินหานหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโสลำดับสอง ปลายกระบี่ในมือชี้ลงพื้น หยาดโลหิตสีแดงฉานหยดลงตามคมกระบี่ทีละหยด... ทีละหยด... ดั่งเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังวาระสุดท้ายของชีวิต "วิชาความรู้ในโลกหล้า หาได้มีความดีหรือความชั่วไม่... ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ถือมันต่างหาก" ฉินหานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของอีกฝ่าย "และวันนี้... ข้าผู้เป็นวิญญาณแห่งความแค้น จะมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเจ้าเคยพรากไปจากมือของข้า!" ทว่า ในวินาทีที่ฉินหานกำลังจะตวัดกระบี่ปลิดชีพศัตรูตัวฉกาจ ท้องน้ายามราตรีภายนอกโถงรับรองก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต สายฟ้าสีดำทมิฬสายหนึ่งผ่าผ่าลงมากลางหลังคาเรือนจนพังทลายลงมาเป็นจุล พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจนฉินหานและเซียนจื่อเวยแทบทรุดฮวบลงกับพื้น และก่อนที่ฉินหานจะทันได้ตั้งตัว เสียงหัวเราะอันก้องกังวานและคุ้นเคยอย่างยิ่งจากอดีตเมื่อสิบปูก่อน ก็ดังสะท้อนมาจากบนซากปรักหักพัง พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากม่านสายฟ้า... บุตรชายของเจ้าสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ ผู้ที่ควรจะตายไปแล้ว! "ฮ่าๆๆๆ... ฉินหาน ศิษย์พี่ใหญ่ผู้แสนดี... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการล้างแค้นของเจ้าจะจบลงแค่นี้?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันคมกระบี่และสายหมอกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่อหังการ์ดับดารา กับนางเซียนผู้ต้านลิขิตสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%