กลิ่นอายคาวโลหิตเจือจางในสายหมอกยามราตรี ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นภายในเขตอาคมพิทักษ์สำนักเมฆาจันทร์ ทว่าเวลานี้ ประตูหินผาศิลาอัคนีเบื้องหน้ากลับสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกมหาศาลจนเศษฝุ่นร่วงหล่นดั่งหิมะโปรย
"พวกมันมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้สามั่วยาม"
เสียงของเซียนจื่อเวยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่แววตาคู่คมที่ทอดมองออกไปเบื้องล่างผ่านระเบียงหยกขาวกลับสะท้อนประกายความเยียบเย็น นางยืนสง่างามในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ชายผ้าพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่ปั่นป่วนรอบกาย ร่างระหงดั่งเซียนสลักจากหยกสวรรค์ ทว่าในมือเรียวบางกลับกำกระบี่ประจำกาย 'จันทร์กระจ่าง' แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ฉินหานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองเหยื่อไปยังความมืดเบื้องล่าง แสงจันทร์เพ็ญในคืนนี้ถูกบดบังด้วยกลุ่มเมฆสีชาด ราวกับท้องนฟ้ากำลังร่ำไห้ให้แก่การนองเลือดที่จะอุบัติขึ้น ชายหนุ่มอยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล เส้นผมสีดำสนิทถูกมัดรวบไว้ด้วยผ้าคาดเรียบง่าย บนหลังของเขาไม่มีกระบี่ประดับ... เพราะกระบี่ที่แท้จริงหาได้ต้องการฝักหุ้มห่อตัวตน
"พวกมันไม่ใช่สำนักมารธรรมดา" ฉินหานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ความหวาดหวั่น ทว่าเต็มไปด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่ที่หล่อหลอมผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "ค่ายกลสะกดวิญญาณสี่ทิศ... วิธีการเดินลมปราณแบบนี้ เป็นฝีมือของพวก 'เงาโลหิตทมิฬ' มือสังหารรับจ้างจากดินแดนรกร้างทางเหนือ"
เซียนจื่อเวยหันมามองชายหนุ่มแวบหนึ่ง ภายในใจที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งมานับร้อยปีกลับอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ท่ามกลางวิกฤตที่อาจถึงคราวล่มสลายของสำนักเมฆาจันทร์ที่บรรพบุรุษร่วมสร้างมา การมีบุรุษผู้นี้เคียงบ่าเคียงไหล่ ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่นางแบกรับไว้บนบว
กผ่อนคลายลงครึ่งหนึ่ง
"เจ้ายังคงใจเย็นได้เช่นเคยนะ ฉินหาน" นางกล่าวเบาๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายเย้ยหยันฟ้าดิน คล้ายทอดถอนใจ "สำนักเมฆาจันทร์ของเรามีศิษย์ไม่ถึงร้อยชีวิต ทว่าเบื้องล่างนั่น... เกรงว่าจะมีมือสังหารระดับปรมาจารย์ไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน พร้อมด้วยค่ายกลธนูเพลิงทลายศิลา"
"ต่อให้มีสามพันคน หากพวกมันเหยียบย่างเข้ามาในรัศมีสามเชียะรอบตัวข้า..." ฉินหานก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างทันที แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น "พวกมันก็เป็นได้เพียงปุ๋ยบำรุงรากไม้บนยอดเขานี้เท่านั้น"
*ตูม!*
ประตูกลศิลาอัคนีด้านล่างทานแรงกระแทกไม่ไหวอีกต่อไป มันระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินนับร้อยพุ่งแหวกอากาศดั่งห่าฝน ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ร่างนับร้อยในชุดดำสนิทสวมหน้ากากอสูรพรั่งพรูเข้ามาดั่งฝูงตั๊กแตนปาทาน แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยจิตสังหารอันดุร้ายและกระหายเลือด
"ตั้งรับ!" เซียนจื่อเวยสะบัดมือขวา กระบี่จันทร์กระจ่างส่งเสียง "กริ๊ง" ใสราดกังวาน พลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์แผ่พุ่งออกไปเป็นรูปวงแหวนน้ำแข็ง บดขยี้ศิษย์แถวหน้าที่พุ่งเข้ามาจนแหลละเอียดกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงฉาน
ทว่า จำนวนที่มากกว่าทำให้พวกมันหาได้หวาดกลัวไม่ คลื่นระลอกที่สองพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับพลังปราณธาตุไฟรุนแรงที่แผดเผาทุกสิ่ง ท้องฟ้าเหนือสำนักเมฆาจันทร์ถูกย้อมเป็นสีแดงฉานด้วยเพลิงโลกันตร์ที่ถูกซัดสาดเข้ามา
ฉินหานพุ่งทะยานลงไปในวงล้อมราวกับพญาเหยี่ยวร่อนลม มือขวาของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่เมื่อนิ้วเรียวยาวดั่งหยกถูกดีดออกไปย่อมเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคมดั่งเสียงคำรามของมังกร
*ฉับ!*
ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ถูกหลอมรวมจากเจตจำนองแห่งกระบี่อันแข็งแกร่ง พุ่งทะลวงร่างของมือสังหารระดับสูงสามคนในคราเดียว หัวของพวกมันหลุดจากบ่าโดยที่ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าความตายมาเยือนจากทิศใด
"ระวังตัวด้วย! ผู้นำฝ่ายซ้ายของพวกมันซ่อนอยู่..." เซียนจื่อเวยร้องเตือนเสียงหลง เมื่อเงาร่างสีเทาดำสายหนึ่งพุ่งวาบด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ตรงเข้าหาฉินหานจากมุมอับ สายตาของนางเต็มไปด้วยความกังวลที่หาได้ยากยิ่ง
ฉินหานแค่นเสียงฮึในลำคอ ร่างของเขาหมุนตัวกลางอากาศสามรอบอย่างงดงาม หลบหลีกกระบี่อาบยาพิษที่พุ่งเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดง ฝ่ามือซ้ายแบออกเกิดเป็นกระแสลมวนรุนแรง ดึงดูดร่างของมือสังหารลึกลับผู้นั้นเข้ามาหาตัวโดยไม่ทันตั้งตัว
"วิชาดูดกลืนวิญญาณ... เจ้าเป็นใครกันแน่!" มือสังหารผู้นั้นร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนก หน้ากากอสูรหลุดร่วงเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว
"ข้าคือผู้ที่จะส่งเจ้าไปลงนรก" ฉินหานกล่าวเสียงเย็นเยียบ นิ้วมือดั่งกรงเล็บเหล็กตะปบเข้าที่ชีพจรหัวใจของมันอย่างแม่นยำ ปราณกระบี่พุ่งเข้าทำลายเส้นลมปราณภายในพริบตา ร่างนั้นทรุดฮวบลงสิ้นใจตายคาที่
ทว่า ความวุ่นวายหาได้ลดน้อยลงไม่ บนท้องนฟ้าเหนือยอดเขา เมฆหมอกสีดำมืดเริ่มหมุนวนเป็นรูปอักขระโบราณ แรงกดดันระดับกดทับวิญญาณแผ่ซ่านลงมาจนศิษย์สำนักเมฆาจันทร์หลายคนกระอักเลือดออกมาคำโต
"นั่นมัน... ค่ายกลผนึกสวรรค์ขั้นเก้า!" เซียนจื่อเวยใบหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก นางตระหนักทันทีว่าเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่การทำลายสำนักเมฆาจันทร์ แต่เป็นการใช้ชีวิตของผู้คนนับร้อยบนยอดเขานี้เป็นเครื่องสังเวยเพื่อปลดผนึกบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึก
"พวกมันต้องการปลดปล่อย 'ราชันโลหิต' ที่ถูกผนึกไว้เมื่อร้อยปีก่อน" นางหันมาสบตาฉินหาน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าค่ายกลนี้สมบูรณ์ แผ่นดินยุทธภพจะนองไปด้วยเลือดอย่างแท้จริง"
ฉินหานหรี่ตาลง มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กลุ่มควันสีดำกำลังก่อตัวเป็นเงาร่างอสูรกษัตริย์ขนาดมหึมา รอยแผลเป็นในอดีตที่กลางหลังของเขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวนั้น
"ราชันโลหิตงั้นหรือ..." มุมปากของฉินหานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำมหิต "ต่อให้มันเป็นเทพยดาตกลงมาจากสรวงสวรรค์ หากขวางวิถีกระบี่ของข้า... ข้าก็จะฟันมันให้ขาดเป็นสองท่อนเช่นกัน"
เซียนจื่อเวยมองแผ่นหลังของบุรุษผู้ยืนหยัดท้าทายฟ้าดินเบื้องหน้า ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ขยายไปทั่วหัวใจ นางสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายเข้าสู่กระบี่จันทร์กระจ่าง แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นราวกับดวงจันทร์เต็มดวงในคืนวิกฤต
"ถ้าเช่นนั้น..." นางก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา ไหล่เรียอบแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นอายหอมเย็นของดอกเหมันต์ผสมผสานกับกลิ่นอายคาวโลหิตได้อย่างลงตัว "วันนี้พวกเราจะร่วมกันต้านลิขิตสวรรค์... ดูซิว่าฟ้าดินจะกล้าลงทัณฑ์พวกเราหรือไม่!"
สิ้นเสียงของนาง ท้องฟ้าพลันคำรามกึกก้อง สายฟ้าสีเลือดผ่าผ่าลงมาตรงกลางลานพิธี เผยให้เห็นเงาร่างลึกลับผู้หนึ่งยืนอยู่บนยอดเสาศิลาโบราณ ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่ฉินหานราวกับสหายเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานแรมปี...
"ฉินหาน... ในที่สุดเจ้าก็กลับมาบ้านเกิดของเจ้าเสียที" เสียงแหบพร่าดั่งภูตผีดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคน "การล้างแค้นเมื่อร้อยปีก่อน... บัดนี้ถึงเวลาสะสมบัญชีเลือดแล้ว!"
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันคมกระบี่และสายหมอกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่อหังการ์ดับดารา กับนางเซียนผู้ต้านลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 7
ม่านหมอกแห่งความลวง
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่อหังการ์ดับดารา กับนางเซียนผู้ต้านลิขิตสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!