"ถ้าคิดว่าการก้มหน้าหลบสายตาแล้วจะทำให้รอดพ้นจากความรับผิดชอบได้... น้องคงประเมินคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่ำไปนะคะ ปีหนึ่งอักษรฯ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเย็นชาดังขึ้นเหนือศีรษะของพายอย่างกะทันหัน แรงกดดันรอบตัวราวกับลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก หัวใจดวงน้อยที่เพิ่งสงบลงจากจังหวะกระตุกวูบเมื่อครู่ กลับมากระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิมจนเจ็บแปลบที่หน้าอก พายเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาที่หลุบต่ำค่อยๆ เงยขึ้นเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ภายในใจจะสั่นไหวจนแทบจะก้าวถอยหลังหนี
ร่างสูงใหญ่ของสิงห์ในชุดเสื้อช็อปสีีกรมท่าที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงยืนตระหง่านบังแสงไฟจากเสาโรงอาหารคณะไปเสียมิด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเข้มคู่นั้นไม่ได้ทิ้งความอ่อนโยนใดๆ ไว้เลย มันเต็มไปด้วยความดุดันและอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ความมั่นใจของเด็กปีหนึ่งให้แหลกคราบคราบ พายสูดลมหายใจเข้าลึก, เพื่อเรียกสติและศักดิ์ศรีของเด็กอักษรฯ ที่ถูกท้าทายซึ่งหน้า
"ฉันไม่ได้ก้มหน้าหนีความรับผิดชอบค่ะรุ่นพี่... ฉันแค่กำลังคิดว่า กฎระเบียบของพวกคุณ มันมีความยืดหยุ่นเหลือไว้ให้ความเป็นมนุษย์บ้างไหม" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่พุ่งพล่านจนปิดไม่มิด
รอบตัวพวกเขาทั้งคู่ เสียงพูดคุยจอแจของนักศึกษาปีอื่นๆ ค่อยๆ เงียบเสียงลงราวกับนัดกันไว้ สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังจุดเกิดเหตุ มินที่ยืนอยู่ไม่ไกลส่งเสียงอุทานเบาๆ พร้อมกับทำท่าจะพุ่งเข้ามาดึงแขนเพื่อนสนิท แต่ถูกสายตาคมกริบของรุ่นพี่ปีสามอีกคนตวัดห้ามไว้เสียก่อน รินที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเสาอีกต้นมุมหนึ่งของโรงอาหาร ยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจที่เห็นเด็กอักษรฯ ปากดีกำลังหาเรื่องใส่ตัว
สิงห์ไม่โกรธ... หรืออย่างน้อยเขาก็ไม่ได้แสดงความเกรี้ยวกราดออกมาตามคาด ทว่ารอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากนั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะคอก เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้พายอีกหนึ่งก้าว จนกลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการทำกิจกรรมลอยเข้ามาชิดปลายจมูก พายเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ความเป็นมนุษย์งั้นเหรอคะ?" สิงห์ทวนคำเสียงแผ่ว ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "การที่น้องและเพื่อนๆ มาสายสิบหนาว และทำลายตารางเวลาซ้อมเชียร์ของคณะเราทั้งคณะ... นั่นคือสิ่งที่น้องเรียกว่าความมีมนุษยธรรมเหรอคะน้องพาย รู้ไหมว่าความหย่อนยานของคนไม่กี่คน ทำให้คนอื่นต้องมารับกรรมร่วมกันกี่ชีวิต"
"มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ! รถเมล์สายที่พวกเรานั่งยางแตกกลางทาง ใครจะไปคาดเดา..."
"โลกภายนอกไม่มีคำว่าอุบัติเหตุสำหรับคนที่ไม่เตรียมตัวให้พร้อมหรอกนะคะ" สิงห์ตัดบทเสียงเฉียบขาด ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพายราวกับจะทะลุเข้าไปในความคิด "ถ้าแค่นี้ยังจัดการเวลาชีวิตตัวเองไม่ได้ วันข้างหน้า... น้องจะเอาอะไรไปรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ไร้สาระ"
คำว่า 'ไร้สาระ' หลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนั้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เย็นชาไร้ความรู้สึก มันไม่ใช่แค่การตำหนิการกระทำ แต่มันเป็นการดูถูกตัวตนและความตั้งใจของพายอย่างเลือดเย็น หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อรื้นขึ้นมาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ พายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกในสายตาของคนใจร้ายคนนี้ ทั้งที่เธอพยายามวิ่งหน้าตั้งมาถึงมหาวิทยาลัยแทบตายเพื่อไม่ให้มาสาย แต่สุดท้ายความพยายามทั้งหมดก็ถูกเหยียบย่ำด้วยอีโก้บ้าอำนาจของเฮดว้ากวิศวะ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉันแบบนี้นะคะ!" พายเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาที่กลั้นไว้หยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือ "คุณรู้จักฉันดีแค่ไหนถึงกล้าพูดจาดูถูกกันแบบนี้ รุ่นพี่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหน ถึงเที่ยวชี้นิ้วสั่งคนอื่นแล้วเหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นเล่นตามอำเภอใจแบบนี้!"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง มินยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ขณะที่รุ่นพี่ปีสามคนอื่นๆ เริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ด้วยความกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลาย การต่อปากต่อคำกับเฮดว้ากเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดในระบบ SOTUS ของที่นี่ และไม่เคยมีเด็กปีหนึ่งคนไหนกล้าจ้องตาและตอกกลับสิงห์ด้วยถ้อยคำรุนแรงขนาดนี้มาก่อน
สิงห์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยราบเรียบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเยียบเย็นดังเดิม เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าคมสันอยู่ระดับเดียวกับพายที่กำลังตัวสั่นด้วยความโกรธ
"ฉันไม่ได้ดูถูกน้องค่ะ... ฉันแค่กำลังพูดความจริงที่เด็กโลกสวยอย่างน้องไม่เคยกล้าเผชิญหน้าต่างหาก" สิงห์กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ถ้าทนระบบของฉันไม่ไหว... ทางออกก็ง่ายนิดเดียวค่ะ เดินไปลาออกจากการเข้าร่วมกิจกรรมซะ แล้วก็ไม่ต้องมาเหยียบที่ลานเกียร์นี่อีก"
พูดจบ สิงห์ก็ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง สะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พายยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของเพื่อนๆ และสายตานับร้อยที่มองมา ความรู้สึกเกลียดชังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในใจของเด็กสาวอักษรฯ คนนี้ เธอเกลียดรอยยิ้มหยันนั้น เกลียดความเผด็จการนั้น และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดผู้ชายที่ชื่อสิงห์เข้ากระดูกดำ
พายยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ ความโกรธเข้าแทนที่ความอ่อนแอในตอนแรก เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววสดใสบัดนี้เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้น
*ลาออกจากกิจกรรมงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!* พายบอกตัวเองในใจ *ฉันจะอยู่ทนให้ครบทุกวัน จะอยู่ดูวันที่คนใจร้ายอย่างคุณต้องพ่ายแพ้ให้ดูเหมือนกัน!*
มินวิ่งเข้ามาประคองไหล่เพื่อนสนิทด้วยความห่วงใย พายหันไปส่งยิ้มฝื่อนๆ ให้เพื่อนเพื่อบอกว่าเธอยังไหว ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา แต่ทว่า... ก่อนที่พ and มินจะทันได้ก้าวขาออกจากบริเวณนั้น เสียงประกาศจากไมโครโฟนกลางสนามของคณะวิศวะก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"ประกาศจากฝ่ายวินัย... น้องพาย ปีหนึ่งอักษรฯ รบกวนพบผมที่ห้องสโมสรนักศึกษาชั้นสอง 'เดี๋ยวนี้' ครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไมโครโฟนไม่ได้เป็นเสียงของสิงห์... แต่เป็นเสียงของใครอีกคนหนึ่งที่ทำให้พายและมินต้องหันขวากับมามองหน้ากันด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง เพราะน้ำเสียงนั้น... คุ้นหูอย่างประหลาด และมันมาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกส่งตรงมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความใจร้ายของพี่สิงห์และร่วมกอดปลอบน้องพายไปด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนที่ 4 เด็ดขาดเพราะความลับกำลังจะระเบิดแล้วค่ะ!
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 3
ความประทับใจแง่ลบ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!