รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 4

เพื่อนใหม่หัวใจเดิม

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ฉันสาบานเลยนะพาย ว่าถ้าซองเอกสารสีน้ำตาลในมือเธอนั่นระเบิดได้ เราสองคนคงกลายเป็นจุลไปตั้งแต่สามวินาทีแรกที่เสียงประกาศนั่นดังขึ้นแล้ว" เสียงกระซิบกระซาบของมินลอดไรฟันออกมา พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่สะกิดแขนเสื้อฉันยิกๆ บรรยากาศภายในห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ยามบ่ายแก่ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันจากกิจกรรมรับน้องที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดสติเราทั้งคู่ให้ออกจากความเหนื่อยล้า กลับไม่ใช่เสียงบ่นงึมงำของเหล่ารุ่นพี่ปีสอง หากแต่เป็นซองเอกสารตราครุฑที่เพิ่งถูกส่งต่อมาจากมือของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำภาควิชา ผ่านรุ่นพี่เฮดว้ากหน้าดุอย่างพี่สิงห์... และเสียงประกาศลึกลับทางไมโครโฟนเมื่อครู่ที่ยังคงก้องกังวลอยู่ในโสตประสาท ฉันก้มมองซองเอกสารในมือ ปลายนี้วที่สัมผัสถูกกระดาษหนาเย็นเฉียบจนน่าประหลาดใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจมืดของพี่ว้าก แต่เป็นเพราะความลับบางอย่างที่ถูกผนึกอยู่ข้างใน... ความลับที่ฉันพยายามวิ่งหนีมาตลอดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ "แกคิดว่าข้างในคืออะไรวะมิน..." ฉันกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะเหลือบสายตาไปมองทางด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดที่พี่สิงห์ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเย็นชาและยากจะคาดเดา เขายังคงมองตรงมาที่เราสองคนด้วยสายตาที่เหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงความคิดในหัวของฉัน "ฉันไม่รู้หرอกพาย แต่ที่แน่ๆ..." มินกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวงไม่แพ้กัน "สายตาที่ไอ้พี่สิงห์มองแกอยู่ตอนนี้ มันเหมือนคนพร้อมจะพิพากษาโทษประหารชีวิตโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมเลยว่ะ" ก่อนที่ฉันจะได้ทันเอ่ยปากเถียง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเราเสียก่อน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าเข้มถูกพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อพอเหมาะ ใบหน้าคมเข้มที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนๆ เสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับเรียบสนิทจนน่ากลัว... พี่ดิน รองเฮดว้ากผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และรู้ทันเกมของเด็กปีหนึ่งทุกรูปแบบ "ไง... สาวน้อยจากอักษรฯ" พี่ดินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของฉันลุกชัน "ดูท่าทางพวกเธอจะตื่นเต้นกับของขวัญต้อนรับเปิดเทอมชิ้นนี้กันเสียเหลือเกินนะ" "พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะรุ่นพี่" มินรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าฉันไว้ครึ่งหนึ่ง ทำหน้าที่เพื่อนสนิทสายปกป้องได้อย่างไม่เสียแรงที่คบกันมา "อีกอย่าง นี่มันเอกสารส่วนตัวของอาจารย์ ทำไมพวกพี่ถึงต้องทำท่าเหมือนเราเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ขนาดนี้ด้วยล่ะคะ" พี่ดินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับฉันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีฟ้า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำกิจกรรมลอยเข้าจมูก แต่สิ่งที่ตรึงสายตาฉันไว้ไม่ใช่ท่าทีคุกคามนั้น... หากแต่เป็นรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนความหมายบางอย่างเอาไว้ "ส่วนตัวงั้นเหรอ... มินตราสินะ" พี่ดินหันไปมองมินแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ฉัน "ถ้ามันเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ป่านนี้อาจารย์คงไม่เรียกให้เฮดว้ากสายโหดของเราอย่างไอ้สิงห์ลงนามรับทราบหรอก... จริงไหมครับ คุณพาย?" ฉันสะดุ้งสุดตัว ชื่อเล่นของฉันหลุดออกมาจากปากของเขาได้อย่างราบรื่น ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกในกิจกรรมแนะนำคณะวันนี้เท่านั้น รอยยิ้มของพี่ดินไม่ได้เป็นมิตร แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในเขาวงกต "รุ่นพี่หมายความว่ายังไงคะ..." ฉันเค้นเสียงถามออกไป พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "พายไม่เข้าใจในสิ่งที่รุ่นพี่กำลังจะสื่อ" "ไม่ต้องเข้าใจตอนนี้หรอ" พี่ดินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องประชุมที่ตอนนี้เพื่อนๆ ในคณะเริ่มทยอยเดินออกไปจนเกือบหมด เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันหัวใจจนแทบหยุดเต้น "เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า... เธอจะได้รู้เองว่าทำไม 'เสียง' ที่เธอได้ยินเมื่อกี้ ถึงทำให้คนบางคนในที่นี้ ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้" สิ้นคำพูดนั้น พี่ดินก็ผายมือไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นมุมมืดของห้องประชุมที่ถูกบดบังด้วยเสาปูนต้นใหญ่ ร่างสูงสง่าของใครอีกคนก้าวออกมาจากเงาสลัว ก้าวเดินที่มั่นคงและทรงพลัง เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ และทันทีที่ใบหน้าของคนผู้นั้นต้องกับแสงไฟนีออนจากเพดาน... ลมหายใจของฉันก็พลอยสะดุดกึกไปทันที ไม่ใช่สิงห์... และไม่ใช่ดิน ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมาที่ฉัน มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความผิดหวัง ความโกรธขึ้ง และความอาลัยอาวรณ์ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปที่สะอาดสะอ้านไร้รอยเปื้อนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซองเอกสารในมือฉัน ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมออกมารับซองสีน้ำตาลนั้นไปอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในประโยคเดียว "ยินดีต้อนรับกลับมานะ... พาย... ไม่คิดเลยนะ ว่าคนที่เราตามหามาตลอดสามปี จะซ่อนตัวอยู่ในคณะอักษรศาสตร์ใกล้ๆ ตัวแค่นี้เอง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ร่างกายของฉันชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟช็อต ภาพความทรงจำเก่าๆ ที่พยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งกาลเวลาเมื่อสามปีก่อน กลับพรั่งพรูขึ้นมาในหัวราวกับเขื่อนแตก... เขานั่นเอง... เจ้าของเสียงประกาศทางไมโครโฟน และเป็นคนเดียวกับที่ทำให้หัวใจดวงนี้เคยแหลกสลายมาแล้วครั้งหนึ่ง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของชานมไข่มุกหวานร้อยเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%