"เก้าอี้แถวสองริมหน้าต่าง... ทำไมถึงยังว่างอยู่ล่ะคะ คุณปีหนึ่งคณะอักษรศาสตร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังจนสะטอนไปทั่วทั้งลานกิจกรรมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวของเหล่านักศึกษาใหม่นับร้อยชีวิตเงียบกริบลงทันทีราวกับกดปุ่มปิดเสียง พายเป็นเพียงคนเดียวที่เพิ่งก้าวขาพ้นซุ้มประตูเข้ามาพร้อมกับถุงน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ในมือ ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษารีดเรียบแต่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการวิ่งหน้าตั้งมาตลอดทางหยุดชะงักลง
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิด และพายก็รู้ดีว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
นาฬิกาข้อมือราคาประหยัดบอกเวลาแปดโมงสิบห้านาที เกินเวลานัดหมายของการเข้าร่วมกิจกรรมเชียร์กลางของมหาวิทยาลัยไปสิบห้านาทีเต็ม สำหรับคณะอื่น 'สิบห้ามนที' อาจเป็นเรื่องหย่อนยานได้ แต่สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มี 'พี่สิงห์' เป็นเฮดว้ากผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาด เวลาคือความศรัทธา และการมาสายคือการไม่ให้เกียรติสถานที่
มินที่นั่งหน้าซีดตัวลีบอยู่แถวสามพยายามส่งสัญญาณมือยิกๆ ให้พายก้มหน้ามุดหายเข้าไปในฝูงชน แต่สายตาดุจเหยี่ยวของรุ่นพี่ปีสามที่ยืนกอดอกอยู่หน้าแถวกลับล็อกเป้ามาที่เธอคนเดียวเสียแล้ว
"วิ่งมาจากหอในสินะคะ... คิดว่ามหาวิทยาลัยนี้เป็นสนามเด็กเล่นส่วนตัวหรือยังไง ถึงได้เดินเข้างานตามอำเภอใจแบบนี้" สิงห์ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาทีละก้าว ขายาวภายใต้กางเกงสแลคสีดำสนิททำให้เขายิ่งดูน่าเกรงขرام ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีกรมท่าปักตราคณะที่พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมชายชาตรี ปล่อยไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
พายกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นไหว้ระดับอกอย่างนอบน้อมตามมารยาท แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับมีกลองรัวอยู่ในอก
"ขอโทษค่ะรุ่นพี่ พอดีรถเมล์สายหน้ามอ—"
"ฉันไม่ได้ถามหาเหตุผลค่ะ!" สิงห์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาเข้มมองลอดแว่นสายตาไร้กรอบมาที่เธออย่างจับผิด "ที่นี่ไม่มีข้ออ้างสำหรับคนไม่ตรงต่อเวลา กฎก็คือกฎ ถ้ารักษาเวลาของตัวเองไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์มานั่งร่วมกิจกรรมกับเพื่อนคนอื่น เชิญไปยืนสำนึกผิดที่เสาธงกลางลานจนกว่ากิจกรรมภาคเช้าจะจบค่ะ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ปีหนึ่ง รินที่ยืนช่วยงานอยู่ข้างกองเชียร์แอบยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เธอจงใจเดินเข้ามาใกล้สิงห์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริตที่แฝงความเยาะเย้ย
"พี่สิงห์คะ น้องเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ก็ได้นะคะ อีกอย่างเด็กอักษรฯ บอบบางจะตาย เดี๋ยวจะเป็นลมแดดกลางลานซะก่อน..."
"ใครอนุญาตให้คุณแทรกเรื่องของผมครับ... เอ๊ย ค่ะ" สิงห์เผลอขมวดคิ้วสะบัดหน้าใส่รินด้วยความรำคาญใจที่อีกฝ่ายเข้ามายุ่มย่ามผิดจังหวะ ก่อนจะหันกลับมาจ้องพายด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความหงุดหงิด "ยังยืนอยู่อีกเหรอคะ? หรือต้องให้ฉันอุ้มไปส่งที่เสาธงด้วยตัวเอง"
คำพูดประชดประชันนั้นทำให้พายรู้สึกเหมือนมีไฟมาสุมอยู่บนใบหน้า ความอับอายผสมปนเปไปกับความน้อยเนื้อต่ำใจที่พุ่งขึ้นมาจุกอก เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห่อเลือด ความร่าเริงและมองโลกในแง่ดีที่เคยมีถูกความทิฐิและความดื้อรั้นเข้าครอบงำชั่วขณะ
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า เธอไม่ได้ก้าวเดินไปที่เสาธงตามคำสั่งทันทีอย่างที่ใครๆ คาดคิด แต่กลับเงยหน้าขึ้นสบตากับเฮดว้ากหนุ่มตรงๆ เป็นครั้งแรก ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่ยอมแพ้
"พายยอมรับค่ะว่ามาสาย และพายก็พร้อมจะรับโทษตามกฎของพี่สิงห์..." น้ำเสียงหวานใสแม้จะสั่นเครือเล็กน้อยแต่ก็ดังฟังชัดเจนไปทั่วลาน "แต่การที่รุ่นพี่ใช้อารมณ์ตัดสิน และไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้อธิบายเหตุผลเลยแม้แต่ครึ่งคำ... มันแสดงถึงความเป็นผู้นำที่ยุติธรรมจริงๆ หรือคะ?"
ความเงียบสงบชวนอึดอัดเข้าปกคลุมลานเกียร์อีกครั้ง เหล่านักศึกษาปีหนึ่งถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับ 'สิงห์' เฮดว้ากจอมโหดแห่งวิศวะต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้มาก่อน มินถึงกับยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความเครียด
สิงห์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มหรี่ลงพินิจพิเคราะห์เด็กสาวตรงหน้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง รังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขายิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนคนรอบข้างต้องถอยร่น
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวพายจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจางๆ ลอยแตะจมูกสิงห์ท่ามกลางกลิ่นเหงื่อและฝุ่นละอองของลานกิจกรรม หัวใจของเฮดว้ากหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาดกับความกล้าหาญที่เกินตัวของเด็กปีหนึ่งตัวเล็กๆ คนนี้
"กล้ามากนะคะที่กล้าต่อรองกับฉัน..." สิงห์โน้มใบหน้าลงมากระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง ทว่าแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้พายต้องขนลุกซู่ "คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าสอนฉันเรื่องความเป็นผู้นำ?"
"พายไม่ได้สอนค่ะ พายแค่วิจารณ์ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่สมควรได้รับความเคารพเท่าเทียมกัน" พายตอบกลับทันควันโดยไม่ยอมเบือนหน้าหนี แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
สิงห์จ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววพยศดื้อรั้นอย่างไม่เกรงกลัว ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นในอกข้างซ้าย
ก่อนที่สถานการณ์จะตึงเครียดไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนของอาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษาก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะพอดี
"เอ้า! ทุกคนเข้าแถวเตรียมตัวเคารพธงชาติได้แล้ว! ส่วนนักศึกษาที่ยืนอยู่ตรงกลาง... กลับเข้าแถวซะ เดี๋ยวค่อยเคลียร์กันหลังเลิกกิจกรรม!"
สิงห์ละสายตาออกจากใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปออกคำสั่งเสียงดังรกร้าวกลบเกลื่อนความรู้สึกวุ่นวายใจที่เกิดขึ้น
"แยกย้ายเข้าแถว!"
พายสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกึ่งวิ่งไปรวมกลุ่มกับมินที่แถวของตัวเองอย่างฮึดฮัด ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าลงมองพื้นสนามหญ้าเพื่อซ่อนความรู้สึกอับอาย สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อปของสิงห์ในจังหวะที่เขากลับตัวเมื่อครู่
มันเป็นภาพถ่ายโพลารอยด์เก่าๆ ที่มุมขวาขาดวิ่นเล็กน้อย... ภาพของเด็กผู้หญิงรอยยิ้มสดใสคนหนึ่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับเธอยิ่งนัก!
หัวใจของพายกระตุกวูบขึ้นมาทันทีด้วยความสงสัยและความตกใจระคนกัน ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไรต่อ เสียงเพลงมาร์ชวิศวะก็ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสิงห์ที่เดินกลับมาหยุดยืนมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำและซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 2
เผชิญหน้าเฮดว้าก
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!