รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 11

บททดสอบความอดทน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ลุก-นั่ง อีกห้าสิบครั้ง! ปฏิบัติ!” เสียงตะโกนกร้าวของพี่ว้ากปีสองดังก้องทะลุเพดานโรงยิมเก่าจนแก้วหูสะเทือน แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึกไม่ใช่แรงเหวี่ยงของคำสั่ง หากแต่เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของพี่ริน ซึ่งยืนกอดอกมองลงมาจากอัฒจันทร์แถวบนสุด คำกระซิบที่เหมือนยาพิษของเธอยังคงดังก้องหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาทไม่ยอมจาง... *‘คนที่จะได้รับอันตรายจริงๆ ไม่ใช่พายหรอกค่ะ... แต่เป็นสิงห์... ที่กำลังจะถูกเปิดโปงความลับที่ซ่อนไว้มาตลอดสามปีเต็ม!’* “หนึ่ง!” ฉันกัดฟันเค้นเสียงตอบรับ ย่อตัวลงจนกล้ามเนื้อต้นขาปวดแสบเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมผ่านไรผมหยดลงบนพื้นปูนซีเมนต์ที่ร้อนระอุ “เสียงมีแค่นี้เหรอครับน้องพาย! คณะอักษรฯ มีแรงตะโกนแค่นี้ใช่ไหม ถึงได้คิดว่าจะมาทำตัวเด่นข้ามหน้าข้ามตากฎระเบียบร่วมของคณะอื่นเขาได้!” พี่ว้ากตัวสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน ปลายรองเท้าคอมแบทหนังสีดำขัดมันวับห่างจากปลายนิ้วฉันไม่ถึงคืบ กลิ่นความกดดันแผ่ออกมาจนบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ เพื่อนปีหนึ่งคนอื่นๆ ที่นั่งก้มหน้าอยู่แถวข้างๆ ต่างพากันเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ “พายไม่ไหวแล้วนะแก...” มินที่นั่งอยู่แถวหลังกระซิบเสียงสั่นระริก มือของเพื่อนเอื้อมมาแตะชายเสื้อฉันเบาๆ “พวกพี่เขาจงใจเล่นงานแกชัดๆ ตั้งแต่เริ่มกิจกรรมรวมสายรหัสตอนบ่าย แกโดนเรียกแยกออกมาสามรอบแล้วนะ!” “ฉันยังไหว มิน... อย่าพูด เดี๋ยวโดนไปด้วย” ฉันกระซิบลอดไรฟัน พยายามประคองลมหายใจที่เริ่มขาดห้วง ตั้งแต่เด็กจนโต คำว่า ‘ต้องอดทน’ และ ‘ห้ามทำตัวเป็นภาระใคร’ ถูกครอบครัวปลูกฝังลงในหัวของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า พ่อกับแม่มักจะพูดเสมอว่าถ้าฉันก้าวพลาดหรือแสดงความอ่อนแอแม้แต่นิดเดียว คนรอบข้างจะตราหน้าว่าฉันไม่คู่ควรกับความสำเร็จ ความคิดบ้าๆ นั้นมันสั่งให้สองขาที่สั่นเทาของฉันดันตัวเองลุกขึ้นยืนตรงอีกครั้ง แม้ว่ากระดูกสะบ้าจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ตาม “สอง!” ฉันตะโกนสุดเสียง ดวงตาจ้องตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่า ณ จุดที่สายตาของฉันปะทะเข้าอย่างจัง... คือร่างสูงสง่าในเสื้อช็อปสีเลือดหมูเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าแถวว้ากเกอร์ทั้งหมด พี่สิงห์. เขายืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกที แววตาของเขาสั่นไหว ลึกล้ำ และแฝงไปด้วยความรวดร้าวที่พยายามซ่อนไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉย สองมือของเขาที่ไพล่อยู่ด้านหลังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ฉันเห็น... เห็นชัดเจนว่าเขากำลังสู้กับตัวเองอย่างหนักหน่วงแค่ไหน เขารู้... เขารู้ว่าทำไมฉันถึงโดนเพ่งเล็ง และเขาก็รู้ดีว่าถ้าเขาก้าวเข้ามาช่วยฉันเพียงก้าวเดียว กฎเหล็กของระบบเชียร์จะพังทลาย และที่เลวร้ายกว่านั้น... มันอาจเป็นชนวนระเบิดที่ทำให้ ‘ความลับสามปี’ ของเขาถูกรินกระชากออกมาประจานต่อหน้าทุกคน! “ยังช้าไป! สองร้อยแปดสิบคนตรงนี้ต้องมารอน้องคนเดียว คิดว่าตัวเองพิเศษมาจากไหน!” พี่ว้ากตรงหน้ายังคงบดขยี้ด้วยวาจา ก้าวเข้ามากดดันจนฉันแทบจะถอยหลังล้ม “ขออนุญาตครับ!” เสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และเยียบเย็นดังก้องขึ้น ขัดจังหวะทุกสรรพสิ่งในโรงยิม พี่สิงห์ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เพียงแค่การขยับตัวเพียงครั้งเดียว สายตาทุกคู่ในโรงยิมก็ถูกตรึงไว้ที่เขา พี่ว้ากคนที่กำลังกดดันฉันชะงักไปทันที ลดทัศนคติกร้าวร้าวลงครึ่งหนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเฮดว้ากตัวจริง “พี่สิงห์...” เสียงพึมพำด้วยความโล่งอกของมินดังแว่วมาจากด้านหลัง แต่หัวใจของฉันกลับบีบรัดแน่นจนเจ็บแปลบ... *อย่าเข้ามานะพี่สิงห์ อย่าทำลายตัวเองเพราะพาย* “น้องรหัส 0412 ลุกขึ้นยืน” พี่สิงห์ออกคำสั่ง น้ำเสียงของเขาไร้ความปรานี ทว่าสายตาที่มองลงมาสบกับฉันกลับวูบไหวด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด “การลงโทษแบบไร้ประสิทธิภาพ มันไม่ได้ช่วยสร้างวินัย... มีแต่จะทำให้เสียเวลาของคนอื่น” พี่รินที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ขยับตัวทันที เธอเดินนวยนาดลงบันไดมาช้าๆ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษปรากฏชัดบนใบหน้าสวยสะกด “แหม... สิงห์ก็พูดเกินไปนะคะ” รินเอ่ยแทรกขึ้นมาพลางหยุดยืนเคียงข้างพี่สิงห์ ปรายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยาม “รินว่าน้องเขาก็ตั้งใจดีออก แค่อาจจะยัง ‘ไม่พร้อม’ สำหรับระบบนี้... หรือบางที น้องเขาอาจจะคิดว่ามี ‘คนคอยถือหาง’ อยู่ เลยไม่จำเป็นต้องเคารพกฎเหมือนเพื่อนคนอื่น จริงไหมคะน้องพาย?” คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทำให้เกิดเสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วแถวปีหนึ่ง “หนูไม่เคยคิดแบบนั้นค่ะ!” ฉันตอบกลับไปทันควัน สบตากับพี่รินอย่างไม่หลบเลี่ยง “หนูทำตามคำสั่งทุกอย่าง และหนูไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์เหนือใครทั้งนั้น!” “ปากเก่งใช้ได้นี่จ๊ะ...” รินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกนิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบ “ถ้างั้น... เพื่อพิสูจน์ว่าน้องพายบริสุทธิ์ใจจริงๆ และไม่ได้ใช้ ‘ความสัมพันธ์ส่วนตัว’ มาเอาเปรียบเพื่อน... กิจกรรมล่าลายเซ็นรุ่นพี่สี่สิบคนที่จะจัดขึ้นคืนนี้ น้องพายต้องไปเอาลายเซ็นจาก ‘คนในตึกร้างหลังมอ’ มาให้ได้... ลายเซ็นเดียว แลกกับการผ่านกิจกรรมทั้งหมดของวันนี้” บรรยากาศในโรงยิมพลันเงียบสงัดลงจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก ตึกร้างหลังมอ... สถานที่ต้องห้ามของมหาวิทยาลัยที่มีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน สถานที่ที่ไม่มีนักศึกษาคนไหนกล้าย่างกรายเข้าไปแม้แต่ตอนกลางวัน! “ริน! มันจะมากเกินไปแล้ว!” พี่สิงห์ตวาดลั่น เสียงของเขาไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยโทสะและความหวาดกลัวที่ปะทุออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ “ที่นั่นไม่ใช่พื้นที่ทำกิจกรรม และเธอไม่มีสิทธิ์สั่งอะไรนอกเหนือกฎ!” “ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ล่ะคะสิงห์?” รินหันไปเผชิญหน้ากับเขา ยิ้มเยาะอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “ในเมื่อรินเป็นหนึ่งในคณะกรรมการควบคุมวินัยกลาง... หรือว่าที่สิงห์เดือดร้อนขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะห่วงความปลอดภัยของน้อง แต่เพราะกลัวว่าน้องจะไปเจอ ‘อะไร’ หรือ ‘ใคร’ ที่สิงห์ซ่อนไว้ที่นั่นกันแน่คะ?” พี่สิงห์ชะงักค้าง ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาป ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวลงมาครอบงำ ฉันมองสลับระหว่างพี่สิงห์ที่กำลังตกอยู่ในมุมอับ กับพี่รินที่จ้องมองเขาด้วยสายตาของผู้ชนะ... ฉันไม่รู้หรอกว่าความลับเมื่อสามปีก่อนคืออะไร ไม่รู้ว่าตึกร้างนั่นซ่อนอดีตแบบไหนของเขาไว้ แต่สิ่งที่ฉันรู้ในวินาทีนี้คือ... ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ฉันเป็นเครื่องมือทำลายผู้ชายคนนี้เด็ดขาด! “ตกลงค่ะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน “หนูจะไปเอาลายเซ็นนั้นมาให้ได้ค่ะ พี่ริน” “พาย! บ้าไปแล้วเหรอ!” มินร้องลั่น ลืมสิ้นทุกกฎระเบียบแล้วถลาเข้ามายึดแขนฉันไว้แน่น “พาย... ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้” พี่สิงห์หันมาสั่งฉัน เสียงของเขาสั่นพร่า แววตาดุดันคู่นั้นเต็มไปด้วยการวิงวอนที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต “อย่าไป... พี่ขอร้อง” คำว่า ‘ขอร้อง’ จากปากของเฮดว้ากผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูด้านหลังของโรงยิมที่ปิดสนิทมาตลอดกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง *โครม!* ลมกระโชกแรงพัดพากลิ่นฝนและความเย็นเยียบกวาดเข้ามาด้านใน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงสลัวของทางเดิน ดวงตาของพี่สิงห์เบิกกว้างด้วยความตระหนกขีดสุด ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปในทันที ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นและไม่คุ้นเคยนั้นกำลังก้าวตรงเข้ามาในโรงยิมทีละก้าว... ทีละก้าว... ท่ามกลางเสียงกระซิบที่แว่วดังมาจากเงามืดด้านหลัง *“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... สิงห์”* *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พายกับพี่สิงห์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%