“ถ้าพี่สิงห์จะใจร้ายใส่พายได้ขนาดนี้... ก็รบกวนช่วยใจร้ายให้สุดไปเลยนะคะ ไม่ต้องมาทำเป็นแคร์ หรือทำเป็นห่วงให้พายสับสนแบบนี้อีก”
เสียงของพายสั่นเครือ แม้จะพยายามบังคับให้มันราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บอุปกรณ์หลังตึกวิศวะที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นจางๆ และความกดดันที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของหญิงสาวจับจ้องไปยังใบหน้าคมคายที่ดูเหมือนจะแตกสลายลงทีละน้อยภายใต้แสงสลัวจากไฟนีออนกะพริบถี่
สิงห์ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ไร้วิญญาณ มือหนาของเขาที่เคยกุมมือเธอไว้เมื่อครู่ยังคงสั่นระริกอยู่ข้างกาย ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดสามปีพังทลายลงไม่เป็นท่า ในนาทีนี้ เขาไม่ได้เป็นเฮดว้ากที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง
“เธอคิดว่าฉันอยากทำเหรอพาย” สิงห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่า “ฉันพยายามหนี... พยายามจะผลักไสให้เธอไปเจอกับคนที่ดีกว่า คนที่ไม่ได้มีบาดแผลเต็มตัวเหมือนฉัน แต่ทุกครั้งที่เห็นเธอถอยห่าง มันกลับกลายเป็นฉันที่ใจสลายเสียเอง”
เขาก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว ระยะห่างที่เคยมีกลับลดน้อยลงจนพายสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา สิงห์ยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะหยุดค้างไว้ที่อากาศเพียงไม่กี่นิ้วจากแก้มใสของเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายความอ่อนล้าที่ซ่อนความรักไว้จนล้นปรี่
“พี่สิงห์...”
“อย่าพูดอะไรอีกเลย” เขาขัดขึ้นเบาๆ “คืนนี้... ขอแค่ช่วงเวลานี้ช่วงเวลาเดียว ที่ฉันจะยอมซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง”
สิงห์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนพายได้รับรู้ถึงลมหายใจที่แปรปรวน มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนหรือรุนแรง แต่มันคือการสัมผัสที่แฝงไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงำมานาน ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศ รอบตัวของทั้งคู่ราวกับหยุดหมุนไปโดยสิ้นเชิง ในวินาทีนั้น พายรู้สึกได้ว่ากำแพงน้ำแข็งที่สิงห์เคยสร้างไว้ได้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่า... ความสุขนั้นกลับอยู่ได้เพียงไม่นาน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในตึกหลังนั้นดังสะท้อนผ่านความมืด ตามมาด้วยแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่สาดส่องเข้ามายังทิศทางที่ทั้งคู่อยู่ สิงห์ผละออกจากพายอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาเยือกเย็นในทันที เมื่อร่างของใครบางคนก้าวพ้นเงามืดออกมา
รินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอนิ่งสนิทจ้องมองมายังทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ ในมือของหญิงสาวถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา... เอกสารที่ควรจะอยู่ในห้องทำงานของภาควิชาเท่านั้น
“ภาพเหตุการณ์เมื่อกี้... ถ้าฉันส่งให้คณะกรรมการนักศึกษาดู พี่สิงห์คิดว่าตำแหน่งเฮดว้ากของพี่จะยังเหลืออยู่ไหมคะ?” รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทว่าแฝงไปด้วยความนัยที่น่าขนลุก “หรือพายอยากจะลองเสี่ยงดู ว่าอนาคตในรั้วมหาวิทยาลัยของเธอ จะจบลงที่ตรงไหน?”
พายเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของริน ในขณะที่สิงห์ก้าวขึ้นมาบังพายไว้ข้างหลัง แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวด้วยความโกรธจัดที่ถูกกดทับไว้ภายใน
ความลับที่ควรจะถูกฝังลืมในคืนนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนพวกเขาอย่างเลือดเย็น และดูเหมือนว่า... พายุลูกใหญ่ที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มก่อตัวขึ้นหลังจากนี้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้ และเตรียมใจไว้ให้ดีนะคะ เพราะตอนต่อไปความจริงทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตลอดกาลค่ะ
ชานมไข่มุกหวานร้อย
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 29
ช่วงเวลาที่หยุดนิ่ง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!