“ถอยไป... พาย!”
เสียงทุ้มต่ำของสิงห์ตวาดก้องในความมืดที่ถูกฉาบด้วยแสงไฟสีแดงฉานจากระบบรักษาความปลอดภัย เขาดึงแขนฉันเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งของเขา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจในวินาทีนี้ สายตาของฉันจับจ้องไปที่คมมีดที่วาววับราวกับเขี้ยวของสัตว์ร้ายในมือของชายชุดดำเบื้องหน้า
“คุณสิงห์ ระวัง!”
ฉันไม่ได้ถอยตามคำสั่ง ร่างกายของฉันมันขยับไปเองตามสัญชาตญาณของการปกป้อง ฉันก้าวขาไปขวางหน้าเขาทันทีที่เห็นเงาร่างนั้นพุ่งตัวเข้ามา สิงห์พยายามจะคว้าตัวฉันกลับไปข้างหลัง แต่ความเร็วของมันเร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง สิงห์ใช้กระเป๋าเป้หนาๆ ในมือฟาดเข้าที่ข้อมือของชายชุดดำจนมันเสียจังหวะ แต่แรงเหวี่ยงนั้นก็ทำให้ร่างของเราทั้งคู่เซไปปะทะกับกำแพงตึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง แต่ฉันไม่มีเวลามาคร่ำครวญ หัวใจของฉันเต้นรัวเหมือนกลองศึก
“คุณเป็นใคร? ต้องการอะไรจากพวกเรา!” ฉันตะโกนถาม เสียงของตัวเองฟังดูสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความกล้าที่ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมี
ชายชุดดำคนนั้นไม่ได้ตอบ มันเพียงแค่นิ่งเงียบ สายตาใต้หน้ากากสีดำสนิทจับจ้องมาที่สิงห์เพียงคนเดียว ดูเหมือนว่าเป้าหมายของมันจะใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้มาก ไม่ใช่แค่การทำร้าย แต่มันเหมือนการมาเพื่อ “จัดการ” ใครบางคนให้หายไปจากโลกนี้
สิงห์หายใจหอบถี่ มือใหญ่ของเขาเลื่อนมาโอบไหล่ฉันไว้แน่น แรงบีบที่ไหล่ทำให้ฉันรู้ว่าเขากำลังกังวลมากแค่ไหน “พาย ฟังนะ... พอฉันให้สัญญาณ เธอต้องวิ่งไปที่ช่องลมตรงมุมตึกนั่น เข้าใจไหม?”
“ไม่ค่ะ! พายไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่ได้ร่วงหล่นลงมา “ทำไมคุณถึงไม่บอกความจริงกับพาย? เรื่องที่รุ่นพี่รินเคยเตือน... เรื่องที่เกี่ยวกับการทดลองลับในตึกคณะเรา มันเกี่ยวกันใช่ไหมคะ?”
สิงห์ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบของเขาสั่นไหวภายใต้แสงสีแดงสลัว “เธอไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้... พาย ออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!”
ในขณะที่เขาเบี่ยงความสนใจไปที่ฉัน ชายชุดดำคนนั้นก็อาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของมันคือช่องว่างระหว่างเรา สัญชาตญาณของฉันสั่งให้ขยับตัว ฉันหยิบขวดสเปรย์แอลกอฮอล์ที่มินเคยยัดใส่มือให้ติดตัวไว้เสมอออกมาฉีดใส่ดวงตาของมันอย่างแรง
*“อั่ก!”*
มันร้องออกมาเบาๆ ก่อนจะชะงักไปชั่วครู่ สิงห์ไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือ เขาถีบเข้าที่ยอดอกของมันจนร่างนั้นกระเด็นไปกระแทกกับแผงวงจรไฟฟ้าข้างฝา เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาจนเราต้องยกมือขึ้นบังหน้า
“วิ่ง!” สิงห์ตะโกนพร้อมกับคว้าข้อมือฉันแล้วออกตัววิ่งฝ่าความมืดไปตามทางเดินยาวเหยียดที่ไร้แสงสว่าง มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ของพวกเราที่สะท้อนกับผนังปูน เสียงฝีเท้าของชายคนนั้นไล่ตามมาติดๆ ราวกับปีศาจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เราวิ่งมาจนถึงหน้าห้องเก็บอุปกรณ์เก่าที่ประตูแง้มอยู่ สิงห์รีบผลักฉันเข้าไปข้างในแล้วตามเข้ามา ก่อนจะปิดประตูและดันชั้นวางของหนักๆ มาขวางไว้จนเกิดเสียงดังสนั่น
“เจ็บตรงไหนไหม?” เขาถามพลางจับตัวฉันหมุนไปมาด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าของรุ่นพี่วิศวะที่เคยเย็นชาและหยิ่งยโสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เห็นได้ชัดเจน
ฉันส่ายหน้า พยายามกลั้นเสียงสะอื้น “พายไม่เป็นไรค่ะ... แต่คุณสิงห์ บอกความจริงพายมาเถอะ ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? คนที่อยากให้คุณหายไป... คือคนที่ถืออำนาจในคณะใช่ไหม?”
สิงห์เงียบไปนาน ความเงียบนั้นทำเอาอากาศในห้องที่แคบอยู่แล้วดูจะเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมพูดสิ่งที่เขาเก็บไว้คนเดียวมาตลอด
“พ่อของริน... เขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารทุนวิจัยนี้ พาย... เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่เธอเห็นมาก การที่ฉันพยายามตรวจสอบงบประมาณกิจกรรมรับน้องที่หายไป มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันเป็นหลักฐานของการฟอกเงินผ่านตึกทดลองนี้”
คำพูดของเขาราวกับน้ำแข็งที่ราดลงมาบนหัวใจฉัน ทุกอย่างที่ฉันคิดว่าเป็นกิจกรรมวัยรุ่น ความรักความสัมพันธ์ของรุ่นพี่รุ่นน้อง แท้จริงแล้วมันถูกฉาบไว้ด้วยผลประโยชน์สกปรก และริน... รุ่นพี่ที่ฉันเคยพยายามเข้าใจ ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้
“แล้วคุณจะสู้คนเดียวเหรอคะ?” ฉันถามพลางเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา “พายอาจจะเป็นแค่เด็กปีหนึ่งที่ไม่มีอำนาจอะไร แต่พายจะไม่ยอมให้คุณต้องโดดเดี่ยว...”
สิงห์ขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเราจรดกัน ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนที่ข้างแก้มของฉัน “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ... ฉันไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้เลย รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเย็นชาใส่เธอ? เพราะฉันไม่อยากให้เธอก้าวเข้ามาในนรกขุมนี้”
จังหวะที่หัวใจของเรากำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงทุบประตูก็ดังขึ้นอย่างแรง! *ปัง! ปัง! ปัง!* พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยจนฉันต้องเบิกตากว้าง
“พี่สิงห์... เลิกซ่อนตัวอยู่หลังเด็กอักษรนั่นสักทีเถอะค่ะ”
เสียงของรินดังลอดผ่านเข้ามาจากด้านนอก ความเย็นชาในน้ำเสียงของเธอทำเอาขนลุกไปทั้งตัว และสิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น คือเสียงโลหะหนักๆ ของปืนที่ถูกขึ้นลำอยู่ด้านนอกประตู... เธอไม่ได้มาคนเดียว เธอพาคนมาปิดตายเราไว้จริงๆ
สิงห์ดึงฉันเข้ามากอดไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาปะปนกับกลิ่นอับของห้องเก็บของ แต่มันกลับเป็นกลิ่นเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยที่สุดในโลกที่กำลังจะพังทลายลงนี้
“พาย... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากประตูบานนี้เปิดออก ห้ามปล่อยมือจากฉันเด็ดขาดนะ” เขาเอ่ยเสียงกระซิบที่ดูหนักแน่นกว่าครั้งไหนๆ
มือของเขาเอื้อมไปหยิบเหล็กแหลมจากชั้นวางของขึ้นมาเตรียมพร้อม ในขณะที่บานประตูเริ่มสั่นไหวและยุบตัวลงตามแรงกระแทกจากภายนอก รินไม่ได้แค่มาเตือน... เธอมาเพื่อจบเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยมือของเธอเอง
แล้วเรื่องราวในคืนนี้... จะกลายเป็นความลับที่ถูกฝังไปพร้อมกับตึกหลังนี้ หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงที่ไม่มีใครคาดถึงกันแน่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงจับมือเดินทางไปกับพายและสิงห์ในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้นะคะ!
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 28
ความกล้าของรุ่นน้อง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!