“หยุดเดินเดี๋ยวนี้ พาย”
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ไม่ได้ดังมาจากข้างหลังเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนมันจะดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของฉันจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ฉันหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่ใช่เพราะเชื่อฟังคำสั่ง แต่เป็นเพราะขาทั้งสองข้างมันแข็งค้างไปเองราวกับถูกสาป ความมืดมิดของตึกวิศวะยามค่ำคืนที่เคยดูขลังและน่าเกรงขาม กลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้นลมหายใจจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ฉันยืน
ฉันค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับ ‘สิงห์’ พี่รหัสสุดโหดที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัว แสงจากไฟทางริมถนนส่องลอดเข้ามาเพียงเสี้ยวหนึ่ง กระทบกับใบหน้าคมสันที่ตอนนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่ความเย็นชา ไม่ใช่ความรำคาญ แต่เป็นความโหยหาที่เคลือบแฝงด้วยความโกรธเกรี้ยว
“พี่... พี่สิงห์... จะทำอะไรคะ?” ฉันถาม เสียงของฉันขาดห้วงและสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
เขาก้าวเข้ามาหาฉันหนึ่งก้าว—เพียงก้าวเดียว—แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม เขาไม่ได้พูดอะไร ร่างสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีเข้มดูเหมือนจะกลืนกินพื้นที่รอบตัวไปจนหมดสิ้น มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะยืนยันว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้ฉันเดินหนีไปจากวงโคจรของเขาอีก
“เธอคิดจะหนีฉันไปไหน พาย?” เขาถามซ้ำ แววตาคมกริบคู่นั้นเหมือนนักล่าที่จ้องมองเหยื่อด้วยความคลั่งไคล้ “รู้ไหมว่าการที่เธอแอบไปกับคนอื่นในขณะที่งานบำเพ็ญประโยชน์ยังไม่เสร็จ มันหมายความว่ายังไงสำหรับคนอย่างฉัน?”
“พายแค่จะไปช่วยมินเก็บของ... งานบำเพ็ญประโยชน์วันนี้มันก็จบไปแล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของพี่ที่จะต้องมาห้ามพายนะคะ” ฉันพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อโต้ตอบ แต่สายตาของเขากลับทำให้ประโยคของฉันดูไร้น้ำหนักไปถนัดตา
สิงห์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “หน้าที่เหรอ? งั้นฉันจะย้ำให้เธอจำใส่ใจไว้นะพาย... สำหรับฉัน กฎของคณะวิศวะไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และที่สำคัญที่สุด... ความเป็นของฉัน ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะเดินหนีไปได้ง่ายๆ”
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของฉัน ฉันได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นเหล็กและสีสเปรย์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา กลิ่นที่ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะเสมอมา ไม่ว่าฉันจะพยายามผลักไสเขาสักแค่ไหนก็ตาม
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างเรากำลังจะถึงจุดแตกหัก เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก ทำให้สิงห์ชะงักและผละตัวออกห่างจากฉันเพียงเล็กน้อย แต่เขายังคงไม่ปล่อยมือจากข้อมือของฉัน
“พี่สิงห์! พาย! อยู่นี่เองเหรอ?” เสียงของมินดังขึ้นตามด้วยแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามามั่วซั่ว “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! พวกเด็กกิจกรรมปีสองที่ไปเคลียร์พื้นที่อาคารร้างหลังตึกวิศวะเจอเรื่องไม่ชอบมาพากล... พวกเขาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาทางวิทยุสื่อสาร เสียงเหมือนมีการปะทะกัน!”
วินาทีนั้น แววตาของสิงห์เปลี่ยนไปทันที ความหึงหวงและอารมณ์คุกรุ่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเป็นมืออาชีพและความเด็ดขาดของเฮดว้าก เขาปล่อยมือจากฉันแล้วหันไปหามินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงไปถึงอาคารร้างนั่น?”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่เสียงในวิทยุมีคนร้อง... แล้วสัญญาณก็ตัดไปดื้อๆ เลย เหมือนมีคนพยายามทำลายเครื่องส่งสัญญาณ!” มินพูดด้วยความตื่นตระหนก
สิงห์หันกลับมามองฉัน สายตาของเขาแฝงความดุแต่ชัดเจนว่าเขาเป็นห่วง “อยู่ใกล้ๆ ฉันไว้ พาย อย่าไปไหนเด็ดขาด”
เราสามคนวิ่งไปยังอาคารร้างที่อยู่ห่างออกไป บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความเงียบสงัดเป็นความกดดันที่น่าสะพรึงกลัว เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ฉันต้องยกมือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ
ข้าวของในห้องเก็บอุปกรณ์กระจัดกระจายไปทั่ว เศษแก้วแตกละเอียด และที่สำคัญที่สุด... บนผนังปูนดิบมีรอยสีสเปรย์สีแดงสดที่เพิ่งพ่นเสร็จใหม่ๆ มันเป็นตราสัญลักษณ์ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ...
บนพื้นห้องตรงกลาง มีโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่หน้าจอแตกละเอียดวางอยู่ ข้างๆ กันนั้นคือรอยเลือดหยดเล็กๆ ที่ยังคงซึมอยู่บนพื้นปูน
สิงห์ก้มลงเก็บของสิ่งหนึ่งขึ้นมา มันคือเข็มกลัดรุ่นของวิศวะที่ตกอยู่ท่ามกลางเศษซาก เขามองมันด้วยสีหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองความมืดมิดบริเวณชั้นสองของอาคาร
“ริน...” เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “รินหายไป... แล้วนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
จังหวะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นบันได เสียงกริ๊ดของใครบางคนก็ดังขึ้นจากชั้นบน ตามด้วยเสียงประตูเหล็กกระแทกปิดดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือน ทันใดนั้น ไฟในตึกที่ควรจะดับสนิทกลับสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกันทุกดวง แต่มันไม่ใช่ไฟสีขาวนวลตา มันคือไฟสีแดงฉานที่ทำให้ตึกทั้งหลังกลายเป็นห้องแห่งความตาย
สิงห์หยุดกึก หันมามองฉันด้วยสายตาที่เด็ดขาดที่สุด “พาย ถอยไป... ข้างหลังฉัน!”
ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังออกมาจากลำโพงตามสายของตึกที่ถูกแฮกเข้า—เป็นเสียงของริน แต่มันไม่ใช่เสียงของรินคนเดิมที่ฉันรู้จัก “เล่นเกมไล่จับกันหน่อยไหมคะพี่สิงห์... ใครช้าที่สุด คนนั้นต้องเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุดไป”
ตึกทั้งหลังสั่นไหวราวกับมีแรงระเบิดจากชั้นใต้ดิน และก่อนที่เราจะทันได้ตั้งตัว ประตูทางออกเดียวที่เราเพิ่งเดินเข้ามาก็ถูกปิดตายด้วยระบบล็อกแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมกับร่างของบุคคลในชุดดำที่โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังสิงห์... มีดในมือของมันเงาวับสะท้อนแสงไฟสีแดง และเป้าหมายของมันไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นฉัน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 27
กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!