กลิ่นหอมกรุ่นของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ และฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในอากาศ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายดินหลังฝนตกของสถานีขนส่งจังหวัดเล็กๆ ทางภาคเหนือ... พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามขับไล่ภาพดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความแตกสลายของสิงห์ในคืนนั้นให้ออกไปจากห้วงความคิด แต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน
รถทัวร์ปรับอากาศเที่ยวตีห้าพาเธอกลับมาถึงบ้านเกิดโดยไม่ได้บอกกล่าวใครล่วงหน้า แม่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมวัตถุดิบทำขนมไทยในห้องครัวถึงกับวางทัพพีในมือลงทันทีเมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม ดวงตาของคนเป็นแม่ไหววับด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนขั้นสุด สวมกอดร่างบางที่สั่นเทาเล็กน้อยไว้แนบอกโดยไม่เอ่ยถามอะไรสักคำ ปล่อยให้ความเงียบและความอบอุ่นจากอ้อมกอดของบ้านโอบอุ้มเยียวยารอยแผลสดๆ ในใจของเด็กสาวปีหนึ่งที่กำลังเปราะบางจนแทบจะแตกสลาย
"กลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำแล้วนอนพักผ่อนก่อนเถอะลูก... บ้านเรายังต้อนรับพายเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามนะ" เสียงนุ่มนวลของแม่กระซิบเบาๆ ข้างหูในค่ำคืนวันที่สองของการหลบพักใจ
พายพยักหน้ารับช้าๆ เธอนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนอนตัวเดิมในห้องนอนสมัยมัธยม ผนังห้องที่เคยเต็มไปด้วยโปสเตอร์วงดนตรีที่ชื่นชอบ บัดนี้กลับสะท้อนเงาความอ้างว้างในใจ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบกับโทรศัพท์มือถือที่นอนนิ่งสนิทบนโต๊ะ หน้าจอมืดสนิทไร้การแจ้งเตือนใดๆ จากคนพี่... ไร้ข้อความอธิบาย ไร้คำแก้ตัว ไร้แม้แต่คำว่าขอโทษ สิงห์เลือกที่จะก้าวถอยหลังตามคำบัญชาของครอบครัว หรือเขาเลือกที่จะปล่อยมือเธอไปตั้งแต่แรกกันแน่? คำถามเหล่านี้วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง จนขอบตาของเธ้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอก
ในขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังกลับคุกกรุ่นไปด้วยแรงกดดัน สิงห์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง เบื้องหน้าคือแฟ้มเอกสารโครงการก่อสร้างมูลค่าหลายร้อยล้านบาทที่ผู้เป็นพ่อโยนลงบนโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยว
"แกยังติดต่อกับเด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่อีกใช่ไหมสิงห์?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้นอย่างคาดคั้น ผู้เป็นพ่อจ้องมองบุตรชายคนเดียวด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีด "อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทนนะ แกก็รู้ว่าอนาคตของแกถูกกำหนดไว้กับใคร รินเขานั่งรอเวลาที่จะเข้ามาช่วยงานฝั่งเราอยู่แล้ว อย่าเอาอนาคตของบริษัทที่ปู่กับพ่อสร้างมาทั้งชีวิตไปแล่นเรือสำราญไร้สาระกับเด็กอักษรฯ คนนั้น!"
สิงห์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นฉายแววว้าวุ่นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าภาระหน้าที่บนบ่ามันหนักหนาสสาหัสแค่ไหน แต่ภาพรอยยิ้มสดใสของพายในวันที่เธอนั่งกินไอศกรีมด้วยกันใต้ร่มไม้ริมคณะ มันกลับฝังรากลึกอยู่ในความรู้สึกจนยากจะตัดใจ
"ผมรู้ว่าผมต้องรับผิดชอบอะไรครับพ่อ..." สิงห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมเงยขึ้นสบตากับผู้เป็นพ่ออย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในใจจะเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "แต่เรื่องหัวใจ... ผมขอเป็นคนกำหนดเอง"
พูดจบ สิงห์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงคว้ากุญแจรถยนต์คู่ใจแล้วเดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องทำงานทันท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกด้วยความเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อที่ไล่หลังมา เสียงปิดประตูปังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วตึกใหญ่ เป็นสัญญาณเด็ดขาดว่าสงครามเงียบระหว่างเขากับครอบครัวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทางด้านพาย หลังจากพยายามข่มตาหลับอยู่หลายชั่วโมง เธอกตัดสินใจลุกขึ้นมาเดินเล่นรับลมเย็นๆ ที่สวนสาธารณะประจำอำเภอในยามวิกาล ความเงียบสงบของต่างจังหวัดช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นบ้าง แต่ความรู้สึกโหว่งเหวงในอกยังคงไม่จางหาย เธอนั่งลงบนม้าไม้สีขาวตัวเก่า ทอดสายตาเหม่อมองไปยังผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนแสงจันทร์
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันหนาวดังขึ้นทำลายความเงียบ พายสะดุ้งเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นิ้วเรียวสั่นเทาขณะปลดล็อกหน้าจอด้วยความคาดหวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
ทว่า... ชื่อผู้ส่งกลับไม่ใช่คนที่เธอเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่เป็นข้อความจากมิน เพื่อนสนิทสายซัพพอร์ตที่ส่งลิงก์ข่าวซุบซิบในเพจมหาวิทยาลัยมาให้ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของพายเย็นเฉียบลงฉับพลัน
*[พาย! แกดูนี่ด่วนเลย... รุ่นพี่รินเพิ่งโพสต์ภาพคู่กับพี่สิงห์หน้าคณะวิศวะเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พร้อมแคปชั่นประกาศตัวชัดเจนมาก... แกโอเคไหมวะเพื่อน!]*
ภาพถ่ายบนหน้าจอแสดงให้เห็นร่างสูงของสิงห์ที่ยืนอยู่เคียงข้างริน รุ่นพี่สาวสวยหน้าตาคมคายกำลังคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม แม้สีหน้าของสิงห์จะดูเรียบเฉยและเย็นชาตามแบบฉบับของเขา แต่ภาพนั้นก็ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายบางอย่างลงกลางใจพายอย่างจัง
น้ำใสๆ ไหลรินอาบแก้มเนียนเงียบๆ โดยไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น พายแค่นหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่เผลอมีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะวิ่งตามเธอกลับมา เธอกำลังจะกดปิดหน้าจอเพื่อซ่อนความอ่อนแอทั้งหมดลงก้นบึ้งของหัวใจ แต่ทว่า... จู่ๆ ก็มีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างกะทันหัน พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่เธอไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล
พายเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด...
ดวงตาคู่คมของสิงห์แดงก่ำและเหนื่อยล้าจากการขับรถข้ามจังหวัดมาตลอดทั้งคืน เสื้อผ้าของเขายับยู่ยี่ไม่เป็นระเบียบ และที่สำคัญที่สุด... มือหนาข้างหนึ่งของเขากำโทรศัพท์มือถือค้างไว้ ขณะที่สายตาคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนเกินคำบรรยาย
"พี่... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?" พายถามเสียงสั่นเครือ ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจปนน้อยใจ
สิงห์ไม่ตอบคำถาม แต่ก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือบางไว้มั่นแล้วดึงร่างของเธอเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและสั่นเทาไม่แพ้กัน เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหูของเธอในความมืดสลัว
"พี่ไม่ได้เลือกใครนอกจากพาย... และพี่ก็ไม่ได้อนุญาตให้หนูหนีพี่มาไกลขนาดนี้คนเดียว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พายกับพี่สิงห์มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 38
หลบไปพักใจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!