“ถ้าคิดจะใช้แชทพวกนี้มาขู่ฉัน รินคงจะประเมินความอดทนของฉันต่ำไปหน่อยนะคะ”
ฉันเค้นเสียงพูดออกไปทั้งที่หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกในวินาทีนั้นเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง รินไม่ได้ตอบโต้ในทันที เธอเพียงแต่เอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้แสงไฟนีออนจากโถงทางเดินสาดกระทบใบหน้าสวยเฉี่ยวจนเกิดเงาทอดทับ ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องมาที่ฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงช้าๆ ราวกับจงใจทรมานกัน
“พาย... เธอคิดว่าพี่สิงห์เขาจะเลือกใคร ระหว่างผู้หญิงที่เขารู้จักมาเป็นปี กับเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาวุ่นวายในชีวิตเขาได้ไม่กี่เดือน?” รินก้าวเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด “อย่ามั่นใจนักเลยค่ะ ว่าความใสซื่อของเธอจะเอาชนะความผูกพันของพวกเราได้”
ฉันกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านไม่ให้แสดงออกไปมากเกินความจำเป็น ในขณะที่เสียงวุ่นวายจากการจัดงานครบรอบกิจกรรมคณะจากห้องประชุมใหญ่ยังคงดังแว่วมาเป็นระยะ ทั้งเสียงตอกไม้ เสียงตะโกนสั่งงานของรุ่นพี่วิศวะ และเสียงถอนหายใจของเพื่อนร่วมรุ่น ทุกอย่างมันประเดประดังเข้ามาจนฉันรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่พร้อมจะพังทลายลงมาทุกเมื่อ
“ถ้าพี่รินมั่นใจขนาดนั้น ก็คงไม่จำเป็นต้องเอาแชทพวกนี้มาโชว์ให้พายดูหรอกค่ะ” ฉันสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด แม้ขาจะเริ่มสั่น
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านไปโดยไม่ทิ้งคำพูดใดไว้อีก ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ตรงนั้นพร้อมกับคำถามที่ค้างคาใจ... ในแชทนั้นมีอะไรกันแน่? ทำไมสิงห์ถึงไม่เคยบอกอะไรฉันเลย?
ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานตลอดสามวันสามคืนถาโถมเข้าใส่จนฉันแทบทรุดลงไปกับพื้น กลิ่นสีทาฉาก กลิ่นฝุ่นจากกองอุปกรณ์ และความอ่อนเพลียทำให้ฉันรู้สึกมึนหัวไปหมด ฉันพยายามรวบรวมสติแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ ที่นั่น... พี่สิงห์กำลังยืนสั่งการอยู่กลางวงล้อมของรุ่นพี่วิศวะ ใบหน้าคมคายที่เคยเย็นชาบัดนี้ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ คิ้วหนาขมวดมุ่นขณะดูแปลนงานในมือ
“พาย! ไปอยู่ไหนมาเนี่ย ฉันตามหาตั้งนาน!” มินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาฉัน มือถืออุปกรณ์ตกแต่งเต็มสองมือ “งานใกล้จะเริ่มแล้วนะ เฮดว้ากกำลังหัวเสียใหญ่เลยว่าทำไมไฟเวทีถึงยังไม่เข้าที่น่ะ”
“ขอโทษทีนะมิน ฉันไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ” ฉันพยายามฝืนยิ้มให้เพื่อนสนิท แม้ในใจจะพายุลงก็ตาม
สิงห์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษในมือ สายตาคมกริบกวาดมามองที่ฉันเพียงเสี้ยววินาที มันเป็นสายตาที่ว่างเปล่า... หรือบางที ฉันอาจจะแค่คิดไปเองเพราะคำพูดของรินที่ยังติดอยู่ในหัว ไม่ทันที่ฉันจะได้เดินเข้าไปหาเขา เสียงทุ้มต่ำก็สั่งการต่อ
“อักษรฯ ไปช่วยฝั่งจัดโต๊ะลงทะเบียนให้เรียบร้อย ส่วนพวกปีสามไปเตรียมจุดเช็คอิน... อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด งานนี้สำคัญกับชื่อเสียงคณะเรามาก”
เขาสั่งงานโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าฉันซ้ำสอง ความห่างเหินที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ ฉันก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่งด้วยความรู้สึกมึนชา เวลาผ่านไปแต่ละนาทีดูเชื่องช้าเหลือเกิน ร่างกายของฉันล้าไปทุกส่วน แต่สิ่งที่ล้ากว่าคือจิตใจที่ถูกกัดกินด้วยความระแวง
ตกดึก... เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ คลอไปกับบรรยากาศการซ้อมใหญ่ พี่สิงห์แยกตัวออกไปยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียงด้านหลังตึกเพียงลำพัง ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป
“พี่สิงห์คะ...”
ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมา เขาพ่นควันสีจางออกมาทางจมูก ดวงตาคู่คมจ้องมองฉันด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ “ทำไมยังไม่กลับไปพัก พรุ่งนี้งานใหญ่ ต้องใช้แรงเยอะ”
“พายแค่... อยากถามอะไรบางอย่าง” ฉันกลืนน้ำลายลงคอ “รินเขาเอาอะไรให้พี่ดูหรือเปล่าคะ?”
สิงห์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วขยี้ด้วยปลายรองเท้าหนัง ก่อนจะก้าวเข้ามาหาฉันช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ ความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาทำเอาฉันทำตัวไม่ถูก
“เธอไปเจออะไรมา พาย” เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบสนิท แต่ลึกซึ้งไปด้วยความกดดัน
“รินเขามีแชท... แชทที่พายไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขาดูมั่นใจมากว่ามันจะทำให้พายถอยห่างจากพี่”
สิงห์ถอนหายใจยาว แววตาของเขาอ่อนลงเพียงวูบเดียว ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง “อย่าไปฟังรินมากนัก ทุกอย่างที่เธอเห็น... มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดเสมอไป”
“ถ้ามันไม่มีอะไร แล้วทำไมพี่ต้องทำเหมือนพายไม่สำคัญแบบนี้ล่ะคะ?” ฉันโพล่งออกไปพร้อมกับหยดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า “หรือจริงๆ แล้วพี่ก็แค่... เล่นสนุกกับเด็กปีหนึ่งอย่างพาย เพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น?”
สิงห์ชะงักไปราวกับถูกตบหน้า เขาเอื้อมมือขึ้นมาเหมือนจะเช็ดน้ำตาให้ฉัน แต่แล้วเขาก็ชะงักมือกลางอากาศ ก่อนจะถอนหายใจแล้วลดมือลงข้างลำตัวตามเดิม ท่าทีที่ห่างเหินนั้นสร้างความเจ็บปวดให้ฉันยิ่งกว่าถ้อยคำใดๆ
“ถ้าเธอคิดแบบนั้น... พี่ก็คงไม่มีอะไรจะพูด”
เขากำลังจะเดินจากไป แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นกลางความเงียบ สิงห์หยิบขึ้นมาดูแล้วชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะกดรับสายด้วยสีหน้าที่ดูสับสนอย่างเห็นได้ชัด และประโยคที่เล็ดลอดออกมาจากปลายสายนั้น ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนลงในวินาทีนั้นเอง
“สิงห์... ลูกเรางอแงไม่หยุดเลย คุณช่วยกลับมาดูหน่อยได้ไหมคะ?”
ฉันยืนนิ่งเป็นหิน ปลายนิ้วชาไปจนถึงหัวใจ เมื่อหันไปมองสิงห์ เขากำลังจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความลับที่ปิดบังมาตลอด... ความลับที่ว่า ฉันไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
หวังว่าตอนจบที่ทิ้งปมไว้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามอ่านตอนต่อไปกันนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อยจะรีบมาอัปเดตความเข้มข้นในตอนหน้าให้ไวที่สุดเลยค่ะ!
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 31
วันครบรอบกิจกรรมคณะ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!