รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 13

ความสงสัยของริน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“พี่สิงห์คะ... รินว่าเราควรจัดการเรื่องตารางงานซ้อมเชียร์ของเด็กปีหนึ่งใหม่ดีไหมคะ ช่วงนี้ดูเหมือนจะผ่อนปรนเกินไปจนขาดความศักดิ์สิทธิ์แล้ว” น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยความนัยถูกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องประชุมเฮดว้าก รินในชุดเสื้อช็อปสีเข้มที่พับแขนขึ้นอย่างทะมัดทะแมง ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่ สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่กองเอกสารตรงหน้า แต่มองตรงไปยังชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ทว่าเย็นชาจนน่าเกรงขามที่กำลังนั่งจรดปากกาเซ็นชื่อลงบนกระดาษอย่างใจจดใจจ่อ สิงห์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที เขาเว้นจังหวะหายใจเนิ่นนานราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะวางปากกาลงแล้วประสานมือเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นดูเรียบเฉย แต่มันกลับทำให้รินรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ถอยหลังด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น “ความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้อยู่ที่ความเข้มงวดจนเกินพอดี ริน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก “ระเบียบก็ส่วนระเบียบ แต่การจัดการแบบเอื้อต่อพัฒนาการเด็กปีหนึ่งคือสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมากกว่าในตอนนี้” “เอื้อต่อพัฒนาการ... หรือเอื้อต่อเด็กบางคนกันแน่คะ?” รินแค่นยิ้ม มุมปากของเธอกระตุกเล็กน้อย สายตาของเธอพุ่งตรงไปที่ซองขนมสีชมพูหวานแหววที่วางทิ้งไว้ข้างขวดน้ำบนโต๊ะทำงานของสิงห์อย่างโดดเด่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่เข้ากับบุคลิกของคนที่เกลียดความหวานและของจุกจิกอย่างสิงห์เอาเสียเลย สิงห์ชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เขามองตามสายตาของรินไปที่ขนมชิ้นนั้นโดยไม่ได้คิดจะซ่อนหรือทำลายทิ้ง “เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ” “รินไม่ได้ตาบอดนะคะพี่สิงห์” รินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธออบอวลไปทั่วบริเวณ แต่มันกลับไม่ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงเลย “ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่แทบไม่เคยดุเด็กปีหนึ่งที่ชื่อพายเลยสักครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ยัยนั่นทำพลาดเรื่องจังหวะแปรอักษร พี่กลับเลือกที่จะสอนงานให้ด้วยตัวเอง... ทั้งที่ปกติคนอย่างพี่สิงห์จะไล่ให้ไปทำโทษรวมกับคนอื่นๆ” ความเงียบเข้าครอบงำห้องประชุมอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท สิงห์ยังคงนั่งนิ่ง ราวกับเขากำลังประเมินว่าควรจะตอบโต้ความสงสัยนี้อย่างไร “หน้าที่ของรุ่นพี่คือการดูแลรุ่นน้อง” สิงห์ตอบสั้นๆ “ถ้าเธอมีเวลาว่างมากพอจะมาจับผิดเรื่องการสอนงานของฉัน ฉันแนะนำให้เธอเอาเวลาไปตรวจเช็กความพร้อมของพรอปประกอบการแสดงให้ดีกว่านี้ดีกว่านะ” “นั่นไม่ใช่คำตอบที่รินต้องการ!” รินเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะรีบควบคุมอารมณ์ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามจะแสดงความนิ่งสงบแบบที่เธอเคยทำมาตลอด “พี่รู้ตัวไหมคะว่าพี่กำลังทำให้ตัวเองดูเปลี่ยนไป ความเย็นชาที่พี่เคยสร้างไว้ มันกำลังถูกเด็กคนนั้นทำลายลงทีละน้อย... และรินยอมให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้” สิงห์เงยหน้าขึ้นมองรินเต็มตา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันมีความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจ “เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเธอ ริน ถ้าไม่มีเรื่องงานแล้ว เชิญออกไปได้” รินเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดลึกๆ ในใจถูกเปลี่ยนให้เป็นความแค้นเคืองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าสวยสง่า เธอหมุนตัวเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะออกไป เธอหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองสิงห์ที่เริ่มกลับไปสนใจเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง “รินหวังว่าสิ่งที่พี่สิงห์ทำอยู่... มันจะคุ้มค่ากับสิ่งที่พี่กำลังจะเสียไปนะคะ โดยเฉพาะชื่อเสียงที่พี่สร้างมาตลอดสามปี” ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่นพอให้คนข้างในรู้สึกได้ถึงแรงอารมณ์ที่ทิ้งไว้ ทว่าสิงห์กลับไม่ได้สนใจสิ่งนั้น มือหนาเอื้อมไปหยิบซองขนมหวานชิ้นนั้นขึ้นมามองด้วยสายตาที่อ่อนแสงลงอย่างประหลาด ความนึกคิดของเขาไม่ได้อยู่ที่คำเตือนของริน แต่อยู่ที่ใบหน้ากลมมนและรอยยิ้มสดใสของเด็กสาวที่เขาเผลอใจไปมองทุกครั้งที่เธอเผลอ ในขณะเดียวกัน ที่ใต้ตึกคณะอักษรฯ พายกำลังนั่งเหม่อมองโทรศัพท์ในมือด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย มินที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำมานั่งข้างๆ เอามือสะกิดแขนเพื่อนสนิทเบาๆ “เป็นอะไรไปพาย? ดูใจลอยนะวันนี้ หรือว่ากำลังคิดถึงใครบางคนอยู่?” “เปล่าสักหน่อยมิน... แค่รู้สึกว่าช่วงนี้พี่สิงห์ดู... แปลกๆ” พายถอนหายใจยาว “เหมือนเขาใจดีกับฉันจนน่ากลัว แต่วันนี้ตอนที่ฉันเดินผ่านรุ่นพี่คนหนึ่งที่ดูสนิทกับพี่สิงห์ สายตาที่เขามองมา... มันเหมือนกับว่าฉันไปทำอะไรผิดร้ายแรงเลย” มินหรี่ตาลงมองเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง “พาย แกต้องระวังตัวนะ คนสวยมักจะมีศัตรูที่มองไม่เห็นเสมอ โดยเฉพาะถ้าศัตรูคนนั้นเป็นระดับตัวท็อปของวิศวะ” พายก้มหน้ามองพื้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกถึงสายตาของสิงห์ที่มองมายังเธอในชั่วโมงซ้อมเชียร์ครั้งล่าสุด มันเป็นความรู้สึกที่เธอยังหาคำจำกัดความไม่ได้ แต่มันทำให้เธอรู้สึกพิเศษ... และรู้สึกกลัวในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของพายก็ดังขึ้น ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นบนหน้าจอ เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความที่ปรากฏกลับทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น *[มาหาฉันที่หลังหอประชุมคณะวิศวะเดี๋ยวนี้ อย่าให้ใครเห็น]* พายตัวชาวาบ เธอรีบเงยหน้ามองไปรอบๆ ก่อนจะพบกับสายตาคมกริบของใครบางคนจากมุมตึกที่มองมาทางเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก สิงห์... เขากำลังยืนรอเธออยู่ตรงนั้น และท่าทีของเขามันดูเคร่งเครียดกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พายกับพี่สิงห์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ จากชานมไข่มุกหวานร้อยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%