“ถอยออกไปหน่อย พาย... นี่มันใกล้เกินไปแล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้สั่งการน้องในห้องเชียร์ บัดนี้กลับสั่นพร่าและแฝงไปด้วยความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด สิงห์เบี่ยงหน้าหลบสายตาที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความสงสัย พายที่ยืนค้างอยู่ตรงหน้าเขาในห้องซ้อมเชียร์ที่เงียบเชียบหลังเลิกดึก กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสที่คุ้นเคยของรุ่นพี่วิศวะทำเอาใจดวงน้อยของพายเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมาจากอก
พายขยับถอยหลังหนึ่งก้าวตามคำสั่ง แต่ทว่ารองเท้าผ้าใบของเธอกลับสะดุดเข้ากับขอบเสื่อโยคะที่ม้วนอยู่บนพื้น ทำให้ร่างเล็กเสียหลักหงายหลังลงไปโดยสัญชาตญาณ
“เฮ้ย!”
มือหนาของสิงห์คว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้ทันท่วงที แรงดึงมหาศาลทำให้พายเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาเต็มแรง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิดจนพายรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองชุดที่รัวไม่เป็นจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาคมกริบของสิงห์ที่ปกติดูเย็นชา บัดนี้กลับมีความหวั่นไหวบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนมองอย่างเธอแทบหยุดหายใจ
“พี่... พี่สิงห์” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
สิงห์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ความเงียบงันในห้องซ้อมเริ่มหนาแน่นขึ้นจนพายรู้สึกอึดอัด แต่ในความอึดอัดนั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เธอเพิ่งจะตระหนักได้ มันไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่มันคือความรู้สึก 'โหยหา' ที่เธอเองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่ามันเริ่มต้นมาจากตรงไหน
“กลับบ้านได้แล้วพาย ดึกมากแล้ว” สิงห์เป็นฝ่ายผละออกก่อน เขาขยับแว่นสายตาที่ดูเหมือนจะเอียงไปเล็กน้อยขณะหันไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
พายยืนงงอยู่ตรงนั้น ความร้อนผ่าวที่พวงแก้มยังไม่ยอมจางหาย เธอพยายามเรียบเรียงความคิดในหัว... ทำไมทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา เธอถึงรู้สึกเหมือนสูญเสียการควบคุม ทำไมรอยยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยของเขาถึงทำให้อารมณ์ของเธอแกว่งไกวได้ขนาดนี้ หรือที่มินชอบแซวว่าเธอ 'แพ้ทาง' รุ่นพี่จอมโหดคนนี้จะเป็นเรื่องจริง?
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่สิงห์!” พายตัดสินใจเรียกเขาก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินพ้นประตูห้องซ้อม
สิงห์หยุดกึกแต่ไม่ได้หันกลับมา “ว่าไง?”
“ทำไม... ทำไมพี่ต้องใจดีกับหนูแค่คนเดียวคะ?” คำถามที่พุ่งออกมาจากใจทำให้พายกัดริมฝีปากแน่น เธออยากถอนคำพูดทิ้งเสียตรงนั้น แต่ความอยากรู้มันมีมากกว่า
สิงห์หมุนตัวกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหว เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขาสองคนเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดใบหูของเธอ ก่อนจะกระซิบคำตอบที่ทำให้โลกของพายแทบจะหยุดหมุน
“เพราะถ้าฉันใจดีกับคนอื่นมากกว่านี้... ฉันก็กลัวว่าตัวเองจะควบคุมความรู้สึกที่มีต่อเธอไม่ไหวไงล่ะ”
พายยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป สิงห์ผละออกแล้วเดินหายออกไปจากห้องเชียร์ทิ้งให้เธอยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบ คำพูดของเขายังคงดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา นี่เขาหมายความว่าอย่างไร? เขาชอบเธอจริงๆ หรือแค่ปั่นหัวเธอเล่นกันแน่?
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงอาหารคณะอักษรฯ บรรยากาศแสนวุ่นวายไม่ได้ช่วยให้พายหลุดออกจากภวังค์แห่งความคิดได้เลย มินที่นั่งอยู่ตรงข้ามสังเกตเห็นอาการเหม่อลอยของเพื่อนสาวมาตั้งแต่เช้า
“ยัยพาย! เป็นอะไรเนี่ย จิ้มข้าวในจานจนจะกลายเป็นโจ๊กแล้วนะยะ” มินกระแทกถาดอาหารลงตรงหน้าพาย “เมื่อคืนไปทำอะไรมา บอกมาเดี๋ยวนี้!”
“เปล่าสักหน่อย แค่... นอนน้อยน่ะ” พายรีบแก้ตัวพลางก้มหน้าทานข้าวอย่างเลิ่กลั่ก
“เหรอ? แต่นี่รอยคล้ำใต้ตาเธอมันฟ้องนะว่าไม่ได้นอนน่ะคิดมากเรื่องพี่สิงห์ล่ะสิ” มินจ้องตาเพื่อนอย่างรู้ทัน “บอกไว้ก่อนนะพาย พี่สิงห์น่ะของอันตราย ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งอันตรายต่อหัวใจ เธอไม่เห็นรึไงว่ายัยรินตามติดเขาเป็นเงาขนาดไหน”
เมื่อพูดถึงชื่อริน ความมั่นใจที่พายเพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นมาก็พังทลายลง ใช่... ริน รุ่นพี่ปีสามสาวสวยที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ต่างจากเธอที่เป็นแค่เด็กปีหนึ่งธรรมดาที่ไม่มีอะไรดีไปกว่าความรั้น
“ฉันรู้ค่ะมิน... แต่ว่า...”
“นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ” มินพยักพเยิดไปทางประตูโรงอาหาร
ร่างโปร่งระหงของรินเดินเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำในมือ เธอตรงดิ่งไปทางกลุ่มรุ่นพี่วิศวะที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโรงอาหาร พายเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอเห็นรินยื่นน้ำให้สิงห์พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับทำให้พายเบิกตากว้าง
สิงห์ไม่ได้ยิ้มตอบ เขาเพียงแค่พยักหน้ารับน้ำขวดนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะวางมันไว้ข้างตัวโดยไม่แม้แต่จะเปิดดื่ม เขากวาดสายตามองไปรอบๆ โรงอาหาร ราวกับกำลังมองหาใครบางคน และทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับพายที่แอบมองอยู่ไกลๆ สิงห์ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยกยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่เป็นของเธอเพียงคนเดียว
แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อจู่ๆ รินก็โน้มตัวลงไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของสิงห์ พร้อมกับถือวิสาสะวางมือลงบนไหล่ของเขา สิงห์ไม่ได้ปัดมือออก แต่นิ่งค้างไปเหมือนกับกำลังตกใจกับสิ่งที่รินพูด พายรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ เธอตัดสินใจลุกขึ้นทันที
“ฉันไปก่อนนะมิน มีเรียนคาบเช้า”
“เฮ้ย เดี๋ยวสิพาย!”
พายเดินหนีออกมาด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน เธอไม่ได้ตรงไปที่ตึกเรียน แต่เลือกที่จะเดินเลี่ยงไปทางสวนหลังคณะเพื่อตั้งสติ แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดลง เมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนดักรอเธออยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“คิดจะหนีไปไหนล่ะ พาย?”
เสียงที่คุ้นเคยทำเอาพายใจกระตุก เธอหันไปเผชิญหน้ากับสิงห์ที่เดินตามเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมกว่าปกติ และดูเหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่เขากำลังปิดบังเอาไว้
“พี่ตามหนูมาทำไมคะ?” พายถามเสียงแข็งพยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
สิงห์เดินเข้ามาใกล้จนถึงระยะประชิด เขาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ แววตาของเขาในตอนนี้ดูสับสนและรวดร้าวเกินกว่าที่พายจะจินตนาการได้ “เธอกำลังเข้าใจผิดเรื่องที่โรงอาหาร... และเรื่องที่รินพูดกับฉันเมื่อกี้ มันสำคัญมาก... มันเกี่ยวกับอดีตที่ฉันพยายามลืม แต่มันกำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอ”
พายมองหน้าเขาด้วยความสับสน “เรื่องอะไรคะ? พี่พูดเรื่องอะไร?”
สิงห์สูดหายใจลึกก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงที่เขาสะสมมานาน “รินไม่ได้มาหาฉันเพราะความรัก... แต่เธอมาเพื่อเตือนฉันว่า... คนที่เคยทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่างในอดีต กำลังจะกลับมาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้... และเป้าหมายต่อไปของมัน ก็คือเธอ พาย”
ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางความรักของพายและพี่สิงห์มาถึงตรงนี้นะคะ เรื่องราวต่อจากนี้จะทวีความเข้มข้นขึ้นจนหยุดไม่อยู่แน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะจากชานมไข่มุกหวานร้อยนะคะ
รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา•ตอนที่ 15
ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักหมดใจยัยปีหนึ่งกับรุ่นพี่วิศวะสายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!