คราบน้ำตาบนหมอนใบนั้นยังคงอุ่นอยู่ ร่องรอยของกลิ่นวานิลลาจางๆ ที่เคยอบอวลอยู่ทั่วห้องนอนใหญ่ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของอากาศยามวิกาล คีย์ยืนนิ่งอยู่กลางห้องราวกับรูปปั้นสลักหิน นัยน์ตาคมกริบสีอำพันคู่นั้นแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ สะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวที่กำลังกัดกินวิญญาณของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ทีละน้อย
เขาสูญเสียการควบคุม
ฟีโรโมนกลิ่นสนป่าและพายุฝนที่ทรงพลังและกดดันถูกปล่อยออกมาอย่างไร้การยับยั้ง จนกระจกหน้าต่างบานใหญ่สั่นสะเทือนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว แจกันดอกไม้คริสตัลบนโต๊ะข้างเตียงแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ จากแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เขาส่งออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ท่านคีย์คะ... นายท่านใจเย็นๆ ก่อนเถอะค่ะ ได้โปรดถอนฟีโรโมนลงหน่อยเถอะค่ะ บ่าว... บ่าวหายใจไม่ออกแล้ว" พ่อบ้านเฒ่าคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อสัญชาตญาณการคุกุกคามของอัลฟ่าเหนือหัว
คีย์ไม่ได้สนใจเสียงร้องขอชีวิตนั้น เขาก้มลงหยิบสร้อยข้อมือเงินเส้นเล็กที่ตกอยู่ใต้พรม มันคือสร้อยที่รินสวมติดตัวไว้ตลอดเวลา รินไม่มีทางถอดมันออกเองเด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่า... จะเกิดเรื่องบังคับขึ้น
"มันไปทางไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา ราวกับเสียงคำรามจากสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหายที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางทาง
"คะ... คือว่า ทางหน่วยข่าวกรองรายงานว่า มีรถม้าปริศนาติดตราสัญลักษณ์ตระกูลดยุกมิลлер มุ่งหน้าออกไปยังเขตชายแดนทิศเหนือเมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้วค่ะนายท่าน!"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่น่ากลัวจนพ่อบ้านต้องก้มหน้าจนชิดพื้น ตระกูลมิลเลอร์ผู้สูงศักดิ์ที่เคยเหยียดหยามริน กล้าดียังไงถึงกล้าแตะต้องของยึดครองของเขา กล้าดียังไงถึงกล้าพรากเจ้าของกลิ่นวานิลลาหวานละมุนนี้ไปจากอกของเขา
"เตรียมรถม้า แล้วเรียกหน่วยล่าสังกัดพิเศษทั้งหมดตามฉันมา ใครก็ตามที่แตะต้องริน มันจะต้องชดใช้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพวกมัน"
ในขณะเดียวกัน ภายในรถม้าที่แล่นตะบึงฝ่าความมืดของป่าทึบ รินกำลังพยายามขยับข้อมือที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกเวทมนตร์
"ปล่อยฉันนะ! พวกคุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!" รินส่งเสียงตวาด แม้ใบหน้าจะซีดเผือดแต่แววตากลับดื้อรั้น มีนาที่นั่งตัวสั่นอยู่มุมรถม้าพยายามเอื้อมมือมาจับชายเสื้อของรินด้วยความหวาดกลัว
"เงียบซะเถอะน่า โอเมก้าชั้นต่ำอย่างพวกแก เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่จะใช้ต่อรองกับท่านคีย์เท่านั้นแหละ" เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำเอ่ยขึ้น พร้อมกับบีบคางของรินจนแน่น รินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ริมฝีปากยังคงเม้มแน่นไม่ยอมปริปากร้องขอความเมตตา
รินรู้ดีว่าคีย์ต้องตามมา รินสัมผัสได้ถึงคลื่นความโกรธที่แผ่ซ่านมาตามสายสัมพันธ์ทางวิญญาณของคู่แห่งโชคชะตา แม้จะอยู่ห่างกันหลายไมล์ แต่ความรู้สึกห่วงหาและเร่าร้อนนั้นชัดเจนเสียจนหัวใจของรินสั่นไหว
*อย่ามานะ... คีย์ ได้โปรด... พวกมันวางกับดักไว้...* รินภาวนาในใจ น้ำตาไหลรินอาบแก้มเมื่อนึกถึงอันตรายที่กำลังรอคอยอัลฟ่าหนุ่มอยู่เบื้องหน้า
ตัดกลับมาที่คีย์ รถม้าควบทะยานด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน ทิวไม้สองข้างทางพร่ามัว กลิ่นฟีโรโมนของคีย์ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนสัตว์ป่าในละแวกนั้นต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว เขารู้ว่านี่คือกับดัก เขารู้ว่าตระกูลมิลเลอร์จงใจปล่อยข่าวเพื่อให้เขาเดินเข้าสู่รัศมีสังหาร แต่สมองส่วนเหตุผลของเขาถูกแผดเผาจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของอัลฟ่าที่ต้องการทวงคืน "ดวงใจ" ของตัวเองกลับคืนมา
เมื่อรถม้าหยุดลงตรงซากปรักหักพังของโบสถ์โบราณกลางป่าลึก คีย์ก้าวลงจากรถอย่างไร้ความลังเล ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีอำพันเข้มจัดยามต้องแสงจันทร์ เขากวาดสายตามองไปรอบกาย ความเงียบงันปกคลุมราวกับป่าแห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่... แต่มันไม่ใช่
"ออกมา!" คีย์ตะโกนก้อง กลิ่นฟีโรโมนพายุฝนระเบิดออกรัศมีวงกว้าง ทำลายเสาหินโบราณรอบด้านจนพังครืนลงมาในพริบตา
จากเงาดำมืดหลังแท่นบูชา ร่างสูงโปรดของชายผู้สวมหน้ากากเงินก้าวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในมือของเขามีมีดสั้นจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของรินที่ถูกมرัดติดกับเสาหิน
"ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของแก เจ้าชายอัลฟ่าผู้โง่เขลา..."
คีย์หยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นหยาดเลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อผ้าสีขาวของริน รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นสื่อความหมายลึกซึ้งที่คีย์เข้าใจดีที่สุด — *หนีไป*
แต่ทว่า... ก่อนที่คีย์จะได้ขยับตัวเข้าประชิด ร่างของชายสวมหน้ากากกลับชะงักงือกะทันหัน ดวงตาเบิกโพงด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อก้มลงมองที่หน้าอกของตัวเอง
เงาดำสายหนึ่งพาดผ่านแสงจันทร์ ปลายดาบคมก్రిบทะลุผ่านแผ่นหลังของศัตรูออกมาอย่างเงียบเชียบ ไร้เสียงเตือน ไร้สัญญาณชีพจรที่ผิดปกติ กลิ่นอายฟีโรโมนแปลกประหลาดที่เย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าความตายแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่
ชายสวมหน้ากากล้มลงกองกับพื้น เปิดเผยให้เห็นร่างของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ด้านหลัง — บุคคลที่รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ส่วนคีย์ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่คาดคิด
"คิดจะเล่นสนุกอะไรกันอยู่เหรอ... พี่ชาย" เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มอาบเลือดที่สะท้อนกับแสงจันทร์...
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุน "กระต่ายพระจันทร์" เสมอนะคะ
พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 49
อัลฟ่าออกตามหา
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!