“คนตาย... ไม่ควรเดินเหินในห้องนี้ได้ไม่ใช่หรือไง”
เสียงของรินสั่นพร่าขณะขยับกายถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังเย็นเฉียบ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นสู่หัวใจ ชายในชุดคลุมสีดำที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าช่างดูไม่ผิดเพี้ยนไปจากภาพถ่ายที่ติดประกาศเมื่อห้าปีก่อนแม้แต่น้อย
“นั่นสินะ” ร่างนั้นเอ่ยเสียงแหบพร่าคล้ายเศษแก้วที่บาดลึก “แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะอยากให้ผมกลับมา ‘ทวงคืน’ อะไรบางอย่าง”
ก่อนที่คนแปลกหน้าจะก้าวเข้ามาอีกก้าว ร่างสูงใหญ่ของคีย์ก็พุ่งผ่านรินไปราวกับพายุหมุน มือหนาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่นแรงบีบนั้นรุนแรงจนเส้นเลือดบนหลังมือของคีย์ปูดโปน
“ออกไปจากห้องของฉัน เดี๋ยวนี้” เสียงของคีย์ต่ำลึก ทว่าไม่ใช่เสียงปกติของอัลฟ่าที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี แต่มันแฝงไปด้วยความ ‘กระหาย’ และ ‘คุกคาม’ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“หึ... กลิ่นวานิลลาของเธอเริ่มหวานหอมเกินไปแล้วนะ คีย์” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะสลายร่างเป็นเงามืดที่หายวับไปกับอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานจางๆ ที่ชวนให้คลื่นเหียน
ทันทีที่ความกดดันมลายหายไป สัญชาตญาณโอเมก้าในตัวรินก็เริ่มสั่นสะท้าน กลิ่นวานิลลาที่เคยหอมละมุนเริ่มฟุ้งกระจายอย่างไม่อาจควบคุมเพราะความหวาดกลัว ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือกลิ่นของคีย์ที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่กลิ่นไม้สนที่เยือกเย็นและสะอาดตา แต่มันคือกลิ่นของ ‘เพลิงไหม้ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง’
คีย์หันกลับมา แววตาสีเข้มที่เคยราบเรียบดุจผืนน้ำยามค่ำคืน บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยสีแดงฉานจางๆ ที่ขอบตา
“ค...คีย์?” รินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงแห้งผาด เขาพยายามถอยหนี แต่ทว่าขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง
“อย่าเข้ามาใกล้...” คีย์กัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งกุมขมับราวกับกำลังต่อสู้กับบางอย่างในหัว “ริน... หนีไป!”
แต่คำสั่งนั้นสายเกินไป ความหิวโหยในตัวอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ถูกกระตุ้นด้วยความหวาดระแวงและสัญชาตญาณปกป้องที่พุ่งสูงจนเกินขีดจำกัด คีย์ก้าวเข้าหารินในพริบตาเดียว ร่างของรินถูกกดลงกับโซฟาหนานุ่ม กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่รุนแรงและร้อนระอุแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องจนอากาศดูจะบางเบาลงจนแทบหายใจไม่ออก
“คีย์! มันเจ็บ!” รินร้องประท้วงเมื่อมือแกร่งจับข้อมือเขาไว้แน่นเกินความจำเป็น
คีย์ก้มหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอขาวเนียน กลิ่นวานิลลาที่รินปล่อยออกมาเพราะความตื่นตระหนกเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง อัลฟ่าหนุ่มไม่ได้สูดดมด้วยความหลงใหลแบบชายหนุ่มทั่วไป แต่มันคือความต้องการ ‘ทำเครื่องหมาย’ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของท่ามกลางความสับสนในสภาวะจิตใจ
“ของฉัน...” คีย์พึมพำชิดผิวเนื้อ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนรินขนลุกชัน “ห้ามใครหน้าไหนแตะต้อง... ไม่มีใครรอดไปได้ถ้ามันกล้าเข้าใกล้เธอ”
รินเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นคีย์ในมุมนี้ มุมที่ไร้ซึ่งเหตุผลและเต็มไปด้วยความดิบเถื่อน มือที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยพละกำลังของสัตว์ป่า รินรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมด ผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายออก
“ฉันไม่ใช่สมบัติของใคร! คีย์... ได้สติสิ!”
แรงผลักนั้นเหมือนเป็นการดึงสติชั่วขณะ คีย์ชะงักไป ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ จางลงเหลือเพียงสีนิลดั่งเดิม เขาผละออกห่างราวกับโดนของร้อน ร่างกายของเขาสั่นเทา มือที่เคยจับข้อมือรินไว้อย่างแน่นหนาบัดนี้กลับสั่นระริก
“ฉัน... ฉันทำอะไรลงไป” คีย์มองมือตัวเองด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่าตัวตนอีกด้านหนึ่งเพิ่งเข้ายึดครองร่างของเขาไปเมื่อครู่
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ รินขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เขาพยายามจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ ความหวาดกลัวในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัย
"คนที่เข้ามาเมื่อกี้... เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมคุณถึงดูเหมือนจะรู้จักเขา และทำไม... ทำไมคุณถึงควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนที่เขาพูดเรื่องนั้น"
คีย์ไม่ตอบ เขาเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกสะท้อนภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและปิดบังอะไรบางอย่างไว้อย่างมิดชิด
"ริน... ออกไปจากคฤหาสน์นี้ซะ" เขาพูดโดยไม่หันมามอง "ก่อนที่สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด... จะกลายเป็นจริง"
"ไม่! คุณจะให้ฉันทิ้งคุณไปตอนที่กำลังเกิดเรื่องแบบนี้เหรอ? เรามีพันธะกันนะคีย์!"
คีย์หันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเย็นชา แต่มันคือ ‘ความสิ้นหวัง’ เขาเดินตรงเข้ามาหารินอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้คุกคาม เขากลับคุกเข่าลงแทบเท้าของริน มือหนาประคองใบหน้าของรินไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด
"ริน... ถ้าฉันบอกว่าสิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้ ไม่ใช่แค่ภาพหลอน... แต่เป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่ฉันทำหายไปเมื่อห้าปีก่อนล่ะ?"
รินนิ่งงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่ตกลงกลางอก ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยถามต่อ ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ มีนาพุ่งตัวเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกจนซีดเผือด
"คีย์! ริน! หนีเร็ว! พวกเขา... พวกเขาไม่ได้มาแค่คนเดียว!"
รินหันไปมองทางประตู ความมืดมิดที่ปลายทางเดินค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างของชายในชุดคลุมนับสิบคน แต่สิ่งที่ทำให้รินแทบหยุดหายใจคือใบหน้าของคนเหล่านั้น... ทุกคนมีใบหน้าเหมือนกับชายคนเดิมไม่ผิดเพี้ยน—นับสิบคนที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มเยือกเย็นแบบเดียวกัน!
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับ "กระต่ายพระจันทร์" นะคะ*
พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 9
ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!