ปลายนิ้วของรินชาวาบราวกับถูกตรึงด้วยเข็มนับพันเล่ม ลมหายใจอุ่นที่เคยระบายเข้าออกอย่างสม่ำเสมอพลันสะดุดกึกอยู่กลางอก เมื่อคำว่า *‘หลานรัก’* จากริมฝีปากของชายวัยกลางคนผู้ทรงอำนาจเบื้องหน้า ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท บรรยากาศภายในห้องสมุดลับประจำตระกูลเวนน์เย็นเยียบลงฉับพลัน กลิ่นไอของกระดาษโบราณและเนื้อไม้โอ๊กเก่าแก่ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฟีโรโมนกดดันอันหนักหน่วงของอดีตผู้นำตระกูล
“คุณ... พูดเรื่องอะไร”
เสียงหวานสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ รินก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สัญชาตญาณโอเมก้าในกายสั่งให้เขาถอยหนีจากมวลอากาศอันตราย ทว่าแผ่นหลังบอบบางกลับชนเข้ากับอกแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นเปลือกไม้สนซีดาร์ผสานไอหิมะอันเป็นเอกลักษณ์ของคีย์โอบล้อมเขาไว้ทันทีอย่างปกป้อง หากแต่ในครั้งนี้ ฟีโรโมนของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์กลับไม่สงบนิ่งเหมือนเคย มันแปรปรวน เกรี้ยวกราด และแฝงไปด้วยความหวาดหวั่นที่รินไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน
“ถอยออกไปจากเขา ท่านพ่อ”
คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยียบยิ่งกว่าหยาดน้ำค้างแข็ง นัยน์ตาสีรัตติกาลของร่างสูงจับจ้องไปยังชายผู้เป็นบิดา—‘ท่านคเชนทร์’ ผู้นำรุ่นก่อนแห่งตระกูลเวนน์ ผู้กุมความลับอันดำมืดไว้ใต้รอยยิ้มเปี่ยมมารยาท
“สายตาแบบนั้นมันอะไรกัน คีย์? แกคิดว่าพ่อจะทำร้ายแก้วตาดวงใจของคนที่พ่อเคย ‘รักที่สุด’ อย่างนั้นหรือ” คเชนทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเหลือบมองรินที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังลูกชายของตน สายตานั้นเต็มไปด้วยความโหยหาที่บิดเบี้ยวและเย้ยหยันในคราเดียวกัน “โดยเฉพาะเมื่อเด็กคนนี้... มีใบหน้าและกลิ่นวานิลลาหอมหวานที่ถอดแบบมาจาก ‘รดา’ ราวกับพิมพ์เดียวกันขนาดนี้”
ชื่อของ ‘รดา’ ทำให้ดวงตากลมโตของรินเบิกกว้าง
แม่ของเขา... แม่ผู้ล่วงลับไปในกระท่อมผุพังชานเมือง แม่ที่ยอมทำงานหนักสายตัวแทบขาด และพร่ำบอกเขาเสมอว่าอย่าได้เฉียดกรายเข้ามาใกล้ตระกูลอัลฟ่าชั้นสูงเด็ดขาด
“คุณรู้จักแม่ของผมได้ยังไง...” รินเค้นเสียงถาม แม้ฟีโรโมนวานิลลาที่ปล่อยออกมาจะเริ่มฟุ้งกระจายด้วยความตื่นตระหนก แต่ความอยากรู้ก็มีมากกว่าความหวาดกลัว “แม่ผมเป็นแค่เบต้าธรรมดา... เป็นคนชั้นล่างที่พวกคุณเหยียดหยามไม่ใช่เหรอ!”
“เบต้าธรรมดาอย่างนั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี” คเชนทร์ก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินอ่อนส่งเสียงสะท้อนกังวาน มือที่สวมถุงมือหนังสีดำดึงแฟ้มเอกสารปกหนังสีทองเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานโบราณ “หล่อนโกหกเธอมาตลอดทั้งชีวิต ริน... ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ชื่อรดา และหล่อนไม่เคยเป็นเบต้า หล่อนคือ ‘เรเนีย เดอ ลา เวนน์’ โอเมก้าสายเลือดบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของตระกูลสาขาหลัก... และเป็นคู่หมั้นที่ถูกกำหนดไว้ของฉัน”
*เพล้ง!*
แจกันคริสตัลบนโต๊ะข้างประตูร่วงหล่นแตกกระจาย เป็น ‘มีนา’ ที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบตามเข้ามา ร่างเล็กของเพื่อนสนิทยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตู มือข้างหนึ่งปิดปากแน่นด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินความจริงอันเหลือเชื่อ
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
“มะ... แม่ผมเนี่ยนะ โอเมก้าสายเลือดบริสุทธิ์? คู่หมั้นของคุณ?” รินส่ายหน้าช้าๆ พยายามปฏิเสธภาพลวงตาตรงหน้า “ไม่จริง... ถ้าแม่เป็นคนของตระกูลนี้ แล้วทำไมแม่ถึงต้องหนีไป! ทำไมแม่ต้องทนให้พวกชนชั้นสูงถ่มน้ำลายใส่ ทำไมแม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในสลัมโสโครกนั่น!”
น้ำตาหยดใสเอ่อล้นคลอเบ้า รินนึกถึงความทรงจำวัยเด็กที่เขาต้องวิ่งหนีการถูกรังแก นึกถึงรอยแผลเป็นบนมือของแม่ที่เกิดจากการล้างจานในร้านอาหารราคาถูกเพื่อหาเงินมาซื้อยาระงับฮีทให้เขา ความอยุติธรรมทั้งหมดที่เขาและแม่เคยเผชิญ มันปะทุขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
“เพราะพ่อของฉัน... บังคับให้หล่อนต้องไป”
เสียงของคีย์ดังขึ้นข้างหู รินหันขวับไปมองอัลฟ่าหนุ่ม หัวใจของโอเมก้าตัวน้อยหล่นวูบลงสู่ก้นเหว เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย่อหยิ่งและมั่นใจ บัดนี้กลับซีดเผือด ริมฝีปากของคีย์เม้มแน่น นัยน์ตาคู่นั้นไม่ยอมสบตากับเขาตรงๆ
“คีย์...?” รินกระซิบ กลิ่นวานิลลารอบตัวเริ่มเจือจางลงด้วยความสับสน “คุณ... รู้อยู่แล้วเหรอ?”
ความเงียบของคีย์คือคำตอบที่กรีดลึกยิ่งกว่าคมมีด
“ตอบสิ คีย์! บอกเด็กคนนี้ไปสิว่าทำไมแม่ของเขาถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุน” คเชนทร์แสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอำมหิต “บอกเขาไปสิว่าแกสืบรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่... บอกไปสิว่าพันธสัญญาที่แกยอมรับเด็กชั้นต่ำคนนี้เข้ามาในคฤหาสน์ ไม่ใช่เพราะความเมตตา ไม่ใช่เพราะกลิ่นวานิลลาบ้าบอนั่น... แต่เพราะแกต้องการ ‘ลบล้างความผิดบาป’ ที่พ่อของแกเคยก่อไว้!”
“หุบปาก!” คีย์ตวาดลั่น ฟีโรโมนข่มขู่ระดับเอสคลาสระเบิดออกมารอบทิศทางจนกระจกหน้าต่างห้องสมุดสั่นสะเทือน มีนาทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว รินเองก็รู้สึกแน่นหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวหัวใจที่กำลังแตกสลาย
ภาพถ่ายเก่าแก่ใบหนึ่งลอยละลิ่วมาตกอยู่ตรงปลายเท้าของริน
มันคือภาพถ่ายขาวดำของหญิงสาวในชุดเดรสลูกไม้หรูหรา ใบหน้านั้นงดงาม อ่อนหวาน และมีรอยยิ้มที่เหมือนกับแม่ของเขาไม่มีผิดเพี้ยน ด้านหลังของภาพมีลายมือหวัดๆ เขียนไว้ด้วยหมึกจางๆ ว่า *‘แด่เรเนีย... โอเมก้าผู้เป็นดั่งลมหายใจ แต่ไม่อาจครอบครอง’*
คเชนทร์เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าเชือดเฉือน “ฉันปฏิเสธพันธะแห่งโชคชะตากับแม่ของเธอ เพื่อแต่งงานกับอัลฟ่าหญิงตระกูลใหญ่เพื่ออำนาจทางการเมือง... ฉันขังหล่อนไว้ ขโมยผลงานวิจัยพันธุกรรมโอเมก้าของตระกูลหล่อนมาเป็นของตัวเอง จนกระทั่งหล่อนทนไม่ไหวและหนีไปพร้อมกับลูกในท้อง... ลูกที่เกิดจากอัลฟ่าพเนจรชั้นต่ำที่หล่อนเลือกเพื่อล้างแค้นฉัน”
รินทรุดฮวบลงกับพื้น ไม่อาจพยุงร่างกายที่อ่อนแรงได้อีกต่อไป สองมือประคองภาพถ่ายของแม่ไว้แนบอก น้ำตาหยดแหมะลงบนแผ่นกระดาษ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ความทุกข์ทรมานทั้งชีวิตของแม่ ความจนตรอกที่เขาต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคชะตา แต่เกิดจากความละโมบและความเห็นแก่ตัวของตระกูลเวนน์!
และคนที่ยืนอยู่ข้างเขาตอนนี้... ทายาทเพียงคนเดียวของชายที่ทำลายชีวิตแม่ของเขา
“ริน... ฟังฉันก่อน” มือหนาของคีย์เอื้อมลงมาหมายจะประคองไหล่บาง แต่รินกลับสะบัดตัวหนีอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่พวกเขารู้จักกัน
“อย่ามาจับผม!”
ดวงตากลมโตที่เคยทอประกายสดใส บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน กลิ่นวานิลลาที่เคยหอมหวานอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นไหม้เกรียมของหัวใจที่แหลกสลาย “ที่คุณยอมให้ผมอยู่ที่นี่... ที่คุณคอยปกป้องผม คอยทำดีกับผม... เพราะคุณแค่รู้สึกผิดแทนพ่อของคุณใช่ไหม? หรือเพราะผมมีหน้าตาเหมือนคนที่พ่อคุณทำลาย!”
“ไม่ใช่แบบนั้น...” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนอย่างที่ไม่เคยทำกับใครในชีวิต อัลฟ่าผู้เย่อหยิ่งย่อเข่าลงตรงหน้าริน นัยน์ตาสั่นไหวอย่างรุนแรง “ตอนแรกฉันอาจจะเริ่มตามหาเพราะเบาะแสเรื่องอดีต... แต่ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอ กลิ่นวานิลลาของเธอ... ทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริง ริน ได้โปรด...”
“พอเถอะครับ” รินกัดริมฝีปากจนได้รสคาวเลือด ความจริงที่ถาโถมเข้ามาฉีกทึ้งความเชื่อใจที่เขาสร้างมาตลอดหลายเดือนจนไม่เหลือชิ้นดี “เจ้าชายอัลฟ่าผู้สูงส่งอย่างคุณ... จะมาเกลือกกลั้วกับลูกของคนที่พ่อตัวเองขับไล่ทำไมกัน”
รินพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออก เขาหันหลังให้คีย์ เดินตรงไปยังประตูที่มีนายืนรออยู่ด้วยสายตาเป็นห่วงสุดหัวใจ
ทว่า ก่อนที่ปลายเท้าของรินจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องสมุด เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของคฤหาสน์ก็ดังหวีดหวิวขึ้นไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสว่างวาบสลับกับความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของกองกำลังติดอาวุธนับสิบคู่ที่ปิดล้อมทางออกทุกทางเอาไว้
คเชนทร์ไม่ได้ขยับไปไหน เขายืนจิบไวน์มองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยประโยคสุดท้ายที่แช่แข็งทุกคนในห้องให้อยู่นิ่งกับที่
“คิดว่าจะเดินออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ หลานรัก... ในเมื่อคืนนี้ คือคืนที่ผลการตรวจพันธุกรรมยืนยันว่า เลือดโอเมก้าบริสุทธิ์ในตัวเธอ คือ ‘กุญแจดอกสุดท้าย’ ที่จะปลดล็อกห้องนิรภัยใต้ดินของตระกูล และคีย์... ลูกชายที่แสนดีของพ่อ ก็เป็นคนเซ็นอนุมัติคำสั่งขังเธอไว้ที่นี่ด้วยตัวเองตั้งแต่แรกแล้ว”
รินหันกลับไปมองคีย์เป็นครั้งสุดท้าย แววตาของอัลฟ่าหนุ่มเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่ไม่อาจปิดมิด ความเงียบงันที่ไร้คำปฏิเสธของคีย์เปรียบเสมือนตะปูตัวสุดท้ายที่ตอกฝาโลง ปิดตายหัวใจของโอเมก้าตัวน้อยลงอย่างสมบูรณ์
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยส่งกำลังใจให้ความรักของทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้นะคะ
พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 45
ความจริงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!