พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 44

การหลบหนีที่ล้มเหลว

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
เงาดำทะมึนที่ทาบทับลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับประกายตาคู่คมกริบที่จ้องมองทะลุกรรมบังตาของความมืดมิด รินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ปอดแฟบแฟบและหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นอายอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ มันไม่ใช่กลิ่นอายอันคุ้นเคยของคีย์ แต่เป็นกลิ่นสนซีดาร์ปนกลิ่นโลหะสนิมคาวคลุ้ง—กลิ่นของคนที่ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้กองเถ้าถ่านแห่งความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน "ไม่... เป็นไปไม่ได้" ริมฝีปากสั่นระริกของรินพึมพำออกมาได้เพียงเท่านั้น ร่างกายของโอเมก้าหนุ่มแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยเสียงแหลมสูงในโสตประสาท แต่มือเรียวกลับเย็นเฉียบและไร้เรี่ยวแรงจะก้าวถอยหลัง แม้แต่กลิ่นวานิลลาหอมละมุนประจำตัวที่เคยควบคุมได้ดี ก็เริ่มรั่วไหลออกมาราวกับเด็กน้อยที่กำลังตื่นตระหนกท่ามกลางฝูงสัตว์ร้าย คีย์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าขยับตัวอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน มือหนาคว้าเอวบางของรินเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับใช้แผ่นหลังของตนเองบังร่างของรินไว้มิดชิด ฟีโรโมนกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นเจือกลิ่นพริกไทยดำถูกปลดปล่อยออกมาทันทีเพื่อต้านทานและกดดันกลิ่นสนซีดาร์ที่คุกคามเข้ามา บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเหน็บ รังสีอำมหิตพุ่งปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเป็นแรงกดดันทางกายภาพที่ทำให้ผนังห้องพักแขกวีไอพีสั่นสะเทือน "ถอยไป ริน" เสียงทุ้มต่ำของคีย์รอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือการประกาศสงคราม บุคคลปริศนาในเงาย่างก้าวออกมาทีละน้อย แสงไฟสลัวจากโคมไฟคริสตัลบนเพดานสาดส่องลงบนใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองคีย์และรินด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ฝังรากลึกอยู่ในฝันร้ายของคีย์มาตลอดห้าปีเต็ม—เอ็ดเวิร์ด บุคคลที่ทุกคนต่างไว้อาลัยและจารึกชื่อไว้ในสุสานหลวง "ช่างเป็นภาพที่... น่าประทับใจเสียจริง" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทุ้มนุ่มแต่น่าขนลุก "ไม่นึกเลยว่าอัลฟ่าผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลหลัก จะลดตัวลงมาลักพาตัวโอเมก้ากลิ่นวานิลลาหนีออกจากคฤหาสน์ในยามวิกาลแบบนี้... น่าสมเพชสิ้นดีนะ คีย์" รินแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมาท่ามกลางความตื่นตระหนก สมองที่หมุนวนอย่างรวดเร็วประเมินสถานการณ์ตรงหน้า ประตูทางหนีไฟที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรถูกบล็อกไว้ด้วยร่างของเอ็ดเวิร์ดและบอดี้การ์ดอีกสองคนที่กำลังเดินตามออกมาจากมุมมืด การปะทะกันตรงๆ ในตอนนี้มีแต่จะพากันไปตายทั้งคู่ ยิ่งคีย์ต้องห่วงความปลอดภัยของเขาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความสามารถในการต่อสู้ลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง "คุณ... คุณรอดมาได้อย่างไร" คีย์ถามลอดไรฟัน ดวงตาสสีนิลหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง มือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวรินไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปในอากาศ "ในเมื่อวันนั้น ฉันเป็นคนเห็น..." "เห็นฉันถูกเผาไหม้เป็นจุลอย่างนั้นเหรอ?" เอ็ดเวิร์ดหัวנסในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุก "ความตายมันเป็นเรื่องง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างฉัน คีย์... แต่การได้กลับมาดูพวกแกดิ้นรนในวังวนแห่งอำนาจ มันสนุกกว่ากันตั้งเยอะ" จังหวะนั้นเอง รินสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หางตา บอดี้การ์ดด้านหลังของเอ็ดเวิร์ดกำลังยกมือขึ้นแตะหูเพื่อสื่อสารกับใครบางคน หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้ กำลังเสริมของคฤหาสน์จะต้องแห่กันมาสมทบอย่างแน่นอน และนั่นหมายถึงการหลบหนีครั้งนี้จะล้มเหลวโดยสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่ได้อิสระ แต่ความลับเรื่องที่คีย์ช่วยเหลือเขาจะถูกเปิดโปง และโทษทัณฑ์ที่จะได้รับคงไม่ใช่แค่การกักบริเวณ รินขยับมือเล็กน้อย แอบหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทส่งสัญญาณเตือนไปยังมีนา ซึ่งรออยู่ ณ จุดนัดพบนอกคฤหาสน์ หวังว่าเพื่อนสนิทจะไหวตัวทันและสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจได้ทันเวลา "คุณเอ็ดเวิร์ดคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ" รินตัดสินใจก้าวออกมาจากด้านหลังของคีย์ น้ำเสียงที่เอ่ยแม้จะยังสั่นเล็กน้อยแต่ก็มีความแข็งกร้าวเจืออยู่ "พวกเราไม่ได้กำลังหลบหนี... แต่พวกเรากำลังปฏิบัติภารกิจลับตามคำสั่งของสภาสูงต่างหาก" เอ็ดเวิร์ดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองโอเมก้าหนุ่มด้วยความสนใจ "ภารกิจลับงั้นหรือ? หึ... ช่างกล้าพูดนะ เจ้าโอเมก้ากลิ่นวานิลลา กลิ่นตัวเธอมันฟ้องอยู่โต้งๆ ว่ากำลังหวาดกลัวจนตัวสั่น แล้วยังกล้ามาตบตาฉันอีกเหรอ?" "ถ้าไม่เชื่อ คุณก็ลองติดต่อสภาสูงดูสิคะ" รินเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ขาจะแทบไม่มีแรงทรงตัว "แต่ถ้าหากคุณขัดขวางภารกิจนี้ แล้วทำให้แผนการใหญ่เสียหาย... คิดหรือว่าตระกูลของคุณจะรอดพ้นจากความผิดฐานกบฏ?" คำขู่กึ่งจริงกึ่งเท็จได้ผล เอ็ดเวิร์ดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีอำพันฉายแววครุ่นคิด เขาไม่แน่ใจว่าข่าวลือเรื่องการเคลื่อนไหวของสภาสูงในช่วงนี้เป็นความจริงแค่ไหน และคีย์ก็เป็นบุคคลที่คาดเดาไม่ได้เสียด้วย คีย์เหลือบมองรินด้วยหางตา แววตาชื่นชมฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่งท่ามกลางความตึงเครียด ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสจากจังหวะที่เอ็ดเวิร์ดกำลังลังเล มือหนากระชับมือรินแน่น ก่อนจะใช้ระเบิดควันพกพาที่ซ่อนไว้ปาลงกับพื้นหินอ่อนทันที! *ปึง!* กลุ่มควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้นปกคลุมทางเดินยาวในชั่วพริบตา กลิ่นฉุนของสารเคมีผสมผสานกับกลิ่นฟีโรโมนที่ถูกขับออกมาอย่างรุนแรงเพื่อพลางกลิ่นแท้จริง "ตามมันไป! อย่าให้หนีไปได้!" เสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของเอ็ดเวิร์ดดังทะลุกลุ่มควันตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งกรูเข้ามา คีย์ไม่สนใจเสียงเหล่านั้น เขากระชากร่างของรินให้วิ่งฝ่าความมืดและกลุ่มควันไปตามเส้นทางลัดที่จำไว้ขึ้นใจ หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงหอบหายใจดังประสานกันท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นเบื้องหน้า ปลายทางคือประตูหนีฉุกเฉินที่เชื่อมต่อไปยังสวนด้านนอก ซึ่งมีรถของมีนารออยู่ อีกเพียงไม่กี่ก้าว... อีกนิดเดียวเท่านั้นอิสรภาพก็จะอยู่แค่เอื้อม ทว่า ในวินาทีที่คีย์กำลังจะผลักบานประตูเหล็กหนาออกไปนั้นเอง แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าก็สาดส่องลงมาจากด้านบนจนแสบตา เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นคฤหาสน์ พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่ปิดล้อมเส้นทางหนีของพวกเขาไว้ทุกด้านจากด้านนอก! ประตูด้านหน้าถูกบล็อก ประตูด้านหลังถูกปิดตาย รินเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นเงาร่างของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตยืนดักรออยู่พร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุดเพื่อต้อนรับพวกเขากลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นผู้นำตระกูลสูงสุด ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของคีย์เอง "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... หลานรัก" รี้ดเดอร์คะ อ่านตอนนี้แล้วใจหายวาบเลยใช่ไหมคะ อย่าเพิ่งโกรธกระต่ายพระจันทร์นะรีบตามไปลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าทั้งคู่จะรอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้อย่างไร แล้วพบกันตอนที่ 45 ค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%