ดวงตาคู่คมของคีย์ที่ปกติมักจะเรียบนิ่งดั่งผืนน้ำในฤดูหนาว บัดนี้กลับไหววับด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะจนน่ากลัว สันจมูกโด่งคมกริบพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างสะกดกลั้น ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของรินเพื่อตรวจสอบข้อมูลดิบของภาพถ่ายนั้นอย่างละเอียด รอบตัวของอัลฟ่าหนุ่มเริ่มแผ่ซ่านกลิ่นอายฟีโรโมนป่าสนดิบอันเข้มข้นและเยียบเย็นออกมาโดยไม่รู้ตัว มันเป็นกลิ่นที่กดดันและทรงอำนาจจนทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนหรูหราอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด ราวกับออกซิเจนกำลังถูกสูบหายไปจากปอด
"พวกมัน... กล้าดียังไง" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ลอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่มันคือคำประกาศิตแห่งความตายที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่บังaาญมาแตะต้องคนของเขา
รินสะท้านเฮือกเมื่อกลิ่นป่าสนเข้มข้นนั้นโอบล้อมกาย ร่างบางสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อตัวอัลฟ่าหนุ่มตรงหน้า แต่เป็นเพราะความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านอยู่ในอก มีนา... เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา กำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของคนชั่วที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้เธอกักขังเขาไว้ในกรงทองแห่งนั้นอีกครั้ง
มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าแขนเสื้อของคีย์ไว้แน่น หยาดน้ำตาคลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวยโดยพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้สุดกำลัง "คีย์คะ... เราจะทำยังไงดี มีนาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย พวกมันต้องการตัวริน... พวกมันแค่อยากลากตัวรินกลับไป"
คีย์หันขวับมามองริน นัยน์ตาคมกริบอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นบนแพขนตางอนนั้น มือหนายื่นออกไปประคองแก้มเนียนนุ่มที่เริ่มเย็นเฉียบด้วยความตกใจ พร้อมทั้งพยายามดึงสติและควบคุมฟีโรโมนของตัวเองให้กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้กลิ่นอายอันดุดันของอัลฟ่าไปทำร้ายสัญชาตญาณความอ่อนไหวของโอเมก้าตรงหน้า
"มองหน้าฉัน ริน" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้กรามหนาจะขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน "ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเธอไปจากที่นี่... และเพื่อนของเธอ จะต้องปลอดภัย กลับมาหาเธออย่างครบถ้วนแน่นอน เชื่อใจฉัน"
กลิ่นวานิลลาหอมละมุนที่เจือจางด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ สงบลงเล็กน้อยภายใต้สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนา แต่หัวใจของรินยังคงเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก การตัดสินใจครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตของคนสำคัญ
ช่วงสายของวันเดียวกัน แผนการทุกอย่างถูกขับเคลื่อนอย่างเงียบเชียบแต่เด็ดขาด คีย์จัดเตรียมกำลังคนและเส้นทางหลบหลีกอย่างรัดกุมที่สุดเพื่อล่อให้กลุ่มคนที่สะقดรอยตามปรากฏตัว แต่รินกลับยืนกรานที่จะทำตามเงื่อนไขในข้อความขู่ฆ่านั้นครึ่งหนึ่ง—นั่นคือการก้าวเดินออกจากเขตปลอดภัย เพื่อเปิดช่องว่างให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจและนำไปสู่การช่วยเหลือมีนาได้อย่างปลอดภัย
รองเท้าหนังขัดมันก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อนของคฤหาสน์โอ่อ่า กลิ่นวานิลลาประจำตัวของรินลอยละลิ่วไปตามสายลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมละมุนดูโดดเด่นท่ามกลางความหรูหรา แต่เบื้องหลังความสง่างามนั้นคือหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมและความตึงเครียดที่เกาะกินหัวใจในทุกย่างก้าว
รินรู้ตัวดี... ตั้งแต่ก้าวพ้นประตูเหล็กดัดโบราณของคฤหาสน์ออกมาสู่ถนนใหญ่ มีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เขาจากมุมมืด
มันเป็นความรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ราวกับมีคมมีดจ่ออยู่ที่ต้นคออยู่ตลอดเวลา รินก้าวเดินช้าๆ ไปตามฟุตปาธริมถนนที่ผู้คนเริ่มบางตา แกล้งทำเป็นมองวิวทิวทัศน์รอบข้างเพื่อปกปิดความตื่นตระหนก แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังมาในระยะห่างที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป ทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นพร้อมกัน
*หนึ่งก้าว... สองก้าว... สามก้าว...*
เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้เดินตามจังหวะปกติ แต่มันพยายามทิ้งระยะและเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการก้าวของริน รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า พร้อมกับเหลือบมองเงาสะท้อนจากกระจกร้านค้าข้างทาง
ภาพที่ปรากฏในกระจกทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ ชายร่างสูงใหญ่สวมหมวกแก๊ปสีดำปีกกว้างจนบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง กำลังเดินก้มหน้าตามหลังเขามาในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร ในมือของอีกฝ่ายล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนาคล้ายกำลังกุมอาวุธบางอย่างไว้
รินเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว เลี้ยวเข้าสู่ตรอกซอกซอยแคบๆ ด้านข้างตึกเก่าที่ค่อนข้างเปลี่ยวและไร้ผู้คน เพื่อบีบให้คนที่สะกดรอยตามต้องเปิดเผยตัวตนออกมา ทันทีที่ก้าวเข้ามาในความเงียบสงบของซอกตึก กลิ่นอายแปลกปลอมบางอย่างก็โชว์หราขึ้นมาปะปนกับอากาศ
มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานของโอเมก้า และไม่ใช่กลิ่นป่าสนอบอุ่นของอัลฟ่า... แต่มันคือกลิ่นสังเคราะห์ฉุนกานพลูและสนิมเหล็ก—ฟีโรโมนของอัลฟ่าชั้นต่ำที่จงใจใช้กดขี่ข่มเหง
"เดินเร็วจังนะ เจ้าชายโอเมก้า..."
เสียงแหบพร่าและติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลัง รินหยุดฝีเท้าลงทันที ร่างบางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบก็ตาม
ชายร่างสูงถอดหมวกแก๊ปออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวตั้งแต่หางคิ้วลงมาถึงมุมปาก ดวงตาคู่เล็กหรี่มองรินด้วยความกระหายและเหยียดหยาม "นายท่านฝากความคิดถึงมาให้... และบอกว่า ถ้าไม่อยากเห็นศพเพื่อนสนิทกลายเป็นอาหารปลา ให้หุบปากแล้วเดินตามฉันมาดีๆ"
รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้เรียวขาจะสั่นเทาแต่แววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลือให้อีกฝ่ายได้ใจ "มีนาอยู่ไหน? พาฉันไปพบเธอก่อน... ไม่อย่างนั้น ต่อให้พวกแกฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่ยอมขยับไปไหนทั้งสิ้น"
ชายมีแผลเป็นหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช มันก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นมือหยาบกร้านพยายามจะคว้าข้อแขนเรียวของรินไว้ "ไม่มีสิทธิ์ต่อรองหรอกวะ ไอ้คุณหนู—"
*แคว่ก!*
เสียงแหวกอากาศเฉียบพลันดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสีดำที่พุ่งทะยานออกมาจากมุมตึกอย่างไม่มีี่สัญญาณเตือน มือหนาอันทรงพลังคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของชายมีแผลเป็นบิดจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกรอบด้วยความเจ็บปวด ชายคนนั้นร้องโหยหวนออกมาเสียงหลงก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับผนังปูนอิฐอย่างแรงจนฝุ่นตลบ
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้ ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคีย์... แต่อัลฟ่าหนุ่มไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำอีกหลายนายปิดล้อมปากซอยไว้หมดแล้ว
คีย์หันกลับมามองรินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วง and โกรธเกรี้ยวระคนกัน กลิ่นป่าสนดิบที่แผ่ซ่านออกมาในตอนนี้รุนแรงเสียจนชายมีแผลเป็นที่นอนกุมข้อมืออยู่บนพื้นถึงกับสำลักฟีโรโมนจนหน้าเขียวคล้ำ
"ฉันบอกแล้วไง... ว่าฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องเธอ" คีย์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ขณะก้าวเข้ามาใกล้รินแล้วใช้ท่อนแขนแข็งแรงรวบเอวบางเข้าหาตัวเพื่อสำรวจความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความโล่งใจกำลังจะแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ เสียงคลิกโลหะเย็นเฉียบก็ดังขึ้นจากด้านหลังของคีย์ พร้อมกับกระบอกปืนสีดำสนิทที่จ่อตรงมาที่ศีรษะของอัลฟ่าหนุ่มอย่างไร้ความปรานี
"คิดว่าพาคนมาล้อมแล้วจะรอดงั้นเหรอ ท่านอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์?"
เสียงเย็นเยียบของผู้มาใหม่คนสุดท้ายดังขึ้นจากมุมมืดที่ไม่มีใครคาดคิด รินชะงักงันและกวาดสายตาผ่านไหล่ของคีย์ไปมอง
และหัวใจของรินก็หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่ก้าวออกมาจากเงาตึก... บุคคลที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน!
กระต่ายพระจันทร์ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้อย่างเสมอมานะคะ
พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 43
อุปสรรคระหว่างทาง
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!