พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 38

รินที่สูญเสียเป้าหมาย

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
“ถ้าเธอจะออกไปจากชีวิตฉัน ก็อย่าได้แม้แต่จะหันหลังกลับมามอง เพราะฉันเองก็ไม่คิดจะเสียเวลาทวงคืนเศษซากความทรงจำที่มันเน่าเฟะนี่เหมือนกัน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของรินจนเป็นแผลเหวอะหวะ คำพูดเย็นชาของคีย์ในวินาทีสุดท้ายที่คฤหาสน์ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นความจริงที่ไร้ซึ่งข้อโต้แย้ง ในเมื่อเป้าหมายเดียวที่รินยึดเหนี่ยวไว้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคือ ‘การยืนเคียงข้างคีย์’ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะผลักไส รินก็ไม่ต่างอะไรกับเรือที่ขาดหางเสือกลางพายุโหม รินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเก่าๆ ในห้องพักซอมซ่อของเขาย่านชานเมือง กลิ่นอับของฝุ่นและเชื้อราทำให้จมูกของเขาแสบไปหมด มันช่างต่างจากกลิ่นไม้สนและหยาดฝนที่ติดอยู่บนสูทราคาแพงของคีย์อย่างสิ้นเชิง โอเมก้าหนุ่มกอดเข่าตัวเองแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แต่กลิ่นวานิลลาจางๆ ที่เคยหอมหวานกลับดูหม่นหมองคล้ายกับดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉา “ริน... นี่เธอจริงๆ ด้วย” เสียงประตูที่ไม่ได้ลงกลอนถูกเปิดออกเผยให้เห็นมีนาที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง เพื่อนสนิทของเขามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความสงสารและตระหนก เธอไม่คิดว่ารินจะกลับมาที่นี่จริงๆ ที่ที่พวกเขาเคยสัญญากันว่าจะไม่มีวันหวนกลับมาอีก “คีย์... เขาไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม” มีนาถามพลางก้าวเข้ามาในห้อง แคบๆ นี้ รินไม่ได้ตอบ แต่แววตาที่ว่างเปล่าของเขาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด รินเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท มุมปากยกขึ้นเป็นยิ้มที่ดูน่าเวทนา “เขาทิ้งฉันแล้วล่ะ มีนา” รินเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าสั่นเครือ “เขาบอกว่าอย่าหันหลังกลับไป... เพราะเขาไม่ต้องการเศษซากที่เน่าเฟะแบบฉันอีกแล้ว” มีนาขบกรามแน่น เธอรู้ดีว่าคีย์ไม่ได้เป็นคนใจร้ายขนาดนั้น แต่มันต้องมีอะไรบางอย่างที่คีย์พยายามปกปิดเอาไว้จนต้องใช้วิธีที่รุนแรงที่สุดเพื่อผลักรินออกไปให้ไกลจากรัศมีอันตราย “เธอเชื่อเขาจริงๆ เหรอ? ริน... คีย์เป็นอัลฟ่าที่ฉลาดขนาดนั้น เขาไม่ปล่อยให้คนของตัวเองหลุดมือไปง่ายๆ หรอกถ้าไม่มีเหตุผลที่ใหญ่กว่าความตาย” “เหตุผลหรือ?” รินแค่นหัวเราะ “ต่อให้มีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพัน แต่มันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าฉันไม่มีที่ให้ยืนแล้วไม่ได้หรอกนะ เป้าหมายของฉันพังไปแล้วมีนา... ทุกอย่างที่ฉันพยายาม ทุกอย่างที่ฉันอดทน เพื่อที่จะได้เห็นเขาในฐานะคนรัก วันนี้มันกลายเป็นศูนย์” รินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานเล็กที่มองเห็นแสงไฟจากถนนภายนอก เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนบางอย่างที่ลอยมากับลม มันไม่ใช่กลิ่นของคีย์ แต่มันเป็นกลิ่นฉุนกึกเหมือนสนิมเหล็กที่ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในท้อง ความรู้สึกคุ้นเคยแบบประหลาดเริ่มกัดกินจิตใจ เหมือนมีใครบางคนกำลังจับจ้องเขาจากเงามืดฝั่งตรงข้าม “ฉันเคยภูมิใจนะที่มีกลิ่นวานิลลา...” รินพึมพำขณะมองหยดน้ำที่เริ่มเกาะตัวบนกระจก “แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่ดึงดูดความโชคร้ายเข้ามา ทั้งเขา... และคนที่เขากำลังกลัว” “เธอพูดถึงใคร?” มีนาขยับเข้ามาใกล้ “คนที่เขากลัวที่สุดในชีวิต” รินหันกลับมา แววตาที่เคยหม่นหมองกลับมีความกังวลฉายชัด “คืนที่เขาส่งฉันออกมา เขาไม่ได้โกรธ... แต่เขากำลังสั่น มีนา... มือที่เขาผลักฉันออกไป มันสั่นเทาเหมือนคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความตาย” บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ดังแข่งกับจังหวะหัวใจของคนทั้งคู่ ก่อนที่ความเงียบนั้นจะถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเชื่องช้า... หนักแน่น... และเยือกเย็น *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* รินและมีนาสบตากันด้วยความตกใจ รินขยับตัวไปหยิบมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ สัญชาตญาณโอเมก้าในตัวเขากำลังกรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้อง กลิ่นสนิมเหล็กที่เขาสัมผัสได้เมื่อครู่ทวีความรุนแรงจนแทบจะกลบกลิ่นวานิลลาของเขาจนสิ้น “ใครคะ?” รินตะโกนถาม เสียงของเขาแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ไม่มีเสียงตอบกลับจากภายนอก มีเพียงเสียงแง้มกลอนประตูที่ค่อยๆ ถูกหมุนจากข้างนอกอย่างช้าๆ รินถอยหลังกรูดไปจนชิดผนัง มีนารีบคว้าโคมไฟเก่าๆ เตรียมใช้เป็นอาวุธ ประตูห้องค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาที่วาวโรจน์เหมือนนักล่าในความมืดนั้นทำให้รินแทบหยุดหายใจ “คุณไม่ใช่คนของคีย์...” รินเอ่ยเสียงสั่น ร่างนั้นก้าวเข้ามาในห้องเพียงก้าวเดียว กลิ่นฟีโรโมนกดขี่ที่รุนแรงจนน่าอึดอัดก็แผ่ออกมาทันที มันรุนแรงเสียจนเข่าของรินอ่อนแรงลงจนทรุดลงกับพื้น สิ่งที่คนแปลกหน้านั่นทำไม่ได้มีแค่การคุกคาม แต่มันคือการประกาศตัวตนที่ทำให้รินถึงกับตัวเย็นวาบ “คีย์ไม่ได้ผลักไสเจ้าหรอกริน...” เสียงแหบพร่าดังก้องในห้องแคบๆ “เขาแค่กำลังโยนเหยื่อที่หอมหวานที่สุด... มาให้ข้ากินเพื่อดึงความสนใจของข้าไปจากตัวเขา” มือที่เรียวบางและซีดเผือดเอื้อมมาเชยคางรินขึ้น แสงไฟจากหลอดไฟเก่าๆ ที่กะพริบถี่ๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปจันทร์เสี้ยวที่หลังมือของผู้มาเยือน... รอยสักเดียวกับที่คีย์เคยพร่ำบอกว่าเป็น ‘ตราปีศาจ’ ที่จะทำลายทุกอย่างที่เขารัก “เอาล่ะ ริน... บอกข้าซิ ว่ากลิ่นวานิลลาของเจ้าเนี่ย... มันจะหวานได้สักแค่ไหนตอนที่เจ้ากำลังร้องขอชีวิต?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้าง และร่วมเดินทางไปค้นหาความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะไม่ทิ้งกระต่ายพระจันทร์ไปไหนนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%