พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 32

การเผชิญหน้ากับครอบครัวคีย์

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
"ถอยออกไปให้ห่างจากตัวเขา เดี๋ยวนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดั่งเสียงคำรามของพญาเสือที่ถูกปลุกให้ตื่นก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง ร่างสูงใหญ่ของคีย์ก้าวผ่านความมืดมิดเข้ามาเหมือนพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนในชุดขาวที่กำลังก้าวล่วงอาณาเขตของริน รินที่ยืนตัวสั่นระริกอยู่มุมห้อง สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายฟีโรโมนของคีย์ที่แผ่ออกมาปกคลุมพื้นที่จนอากาศรอบกายดูจะหนาแน่นขึ้น กลิ่นป่าสนหลังฝนตกที่แสนเย็นเยียบแต่มั่นคงนั้นกำลังโอบอุ้มเขาไว้ ต่างจากกลิ่นสารเคมีที่ฉุนกึกของพวกคนชุดขาวที่พยายามจะก้าวเข้ามาจับตัวเขา "คุณคีย์ครับ พวกเราเพียงแค่ทำตามหน้าที่... กฎหมายฉบับใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อเช้านี้ระบุชัดเจนว่า 'โอเมก้าที่มีตราประทับไม่ระบุที่มา' ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของสายเลือดอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์" ชายคนหนึ่งที่ดูจะเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นพลางขยับแว่นสายตา ท่าทีของเขาไร้ความเกรงกลัวต่อแรงกดดันจากฟีโรโมนของคีย์แม้แต่น้อย "หน้าที่?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเฉียบจนรินรู้สึกหนาวสะท้าน "ใครเป็นคนสั่งให้พวกแกมาเหยียบเรือนหอของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือว่าคนในตระกูลของฉันเริ่มจะลืมไปแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้" รินกำชายเสื้อของตัวเองแน่น กลิ่นวานิลลาของเขาที่ควรจะหอมหวานกลับแปรเปลี่ยนเป็นความขมปร่าด้วยความหวาดกลัว รอยตราที่หลังคอยังคงร้อนผ่าวราวกับมีถ่านแดงฉานนาบลงมาไม่หยุด แต่มันกลับไม่ใช่ความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียวที่เขารู้สึก... มันมีความรู้สึกบางอย่างเชื่อมโยงกับคีย์ที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ทว่าก่อนที่คีย์จะทันได้ลงมือทำอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นและจังหวะการเดินที่ดูสง่างามก็ดังก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยบารมีที่กดทับผู้คนรอบข้างให้ต้องก้มหน้าหลบสายตา "คีย์... แกกำลังทำตัวเหมือนเด็กที่พยายามปกป้องของเล่นชิ้นโปรดอยู่นะ" เสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้น ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบปรากฏตัวขึ้นข้างหลังกลุ่มคนชุดขาว เขาคือ 'ท่านประธานเวสลีย์' บิดาผู้เย็นชาและไร้หัวใจของคีย์ แววตาของเขาที่มองมายังรินไม่ได้ต่างอะไรกับการมองเชื้อโรคที่รอวันกำจัด "ท่านพ่อ..." คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง แผ่นหลังของเขายังคงบังรินเอาไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็กกล้า "ที่นี่ไม่ต้อนรับคนนอก โดยเฉพาะคนขององค์กรตรวจสอบที่ชอบทำตัวเป็นสุนัขรับใช้กฎหมายงี่เง่านั่น" "ถ้าฉันไม่มา แล้วฉันจะเห็นกับตาได้อย่างไรว่าลูกชายคนเดียวของฉันกำลังถูก 'โอเมก้าชั้นต่ำ' ปั่นหัวจนเสียสติ" เวสลีย์ก้าวเข้ามาใกล้ คีย์ยังคงยืนนิ่ง แต่กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าสองคนปะทะกันอย่างรุนแรงจนรินแทบจะหายใจไม่ออก "รินไม่ใช่ของเล่น และไม่ใช่โอเมก้าไร้ที่มา" คีย์กดเสียงต่ำลงอีก "เขาคือคนของฉัน" "คนของแกงั้นเหรอ?" เวสลีย์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาริน สายตาคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจที่ปิดไม่มิด "กลิ่นวานิลลาที่แสนจะอ่อนหัด... แกคิดจริงๆ หรือคีย์ ว่าเด็กนี่จะช่วยเติมเต็มส่วนที่แหว่งวิ่นในใจแกได้? แกก็รู้ดีว่ารอยตรานั่นมันหมายถึงอะไร มันไม่ใช่ตราแห่งความรัก แต่มันคือตราแห่งคำสาปที่รอวันสูบกินเลือดเนื้อของแกจนหมดสิ้น!" คำพูดนั้นเหมือนดั่งสายฟ้าที่ผ่าลงกลางอกของริน รอยร้อนผ่าวที่หลังคอเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบจนชาไปทั้งร่าง เขาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของคีย์ เห็นไหล่กว้างนั้นเกร็งแน่นจนแทบจะขาดใจ "ผมไม่สนว่ามันคืออะไร" คีย์ตอบกลับทันควันโดยไม่มีความลังเล "ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ ผมจะเป็นคนแบกรับคำสาปนั้นแทนเขาเอง" "น่าขัน" เวสลีย์เหยียดยิ้มก่อนจะโบกมือให้ลูกน้อง "งั้นก็พิสูจน์สิ... ถ้าแกกล้าพอที่จะแลกตำแหน่งผู้สืบทอดและทุกอย่างที่แกมี เพื่อปกป้องโอเมก้าที่แม้แต่ครอบครัวตัวเองยังทอดทิ้งล่ะก็ เชิญรับไปเลย" เวสลีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้คีย์จนเกือบชิด ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้รินใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม "แกยังไม่รู้ใช่ไหมคีย์? รอยตราที่หลังคอนั่นน่ะ... มันไม่ได้มีไว้เพื่อดึงดูดแกหรอก แต่มันมีไว้เพื่อ 'ดึงพลังชีวิต' ของแกไปให้กับคนอื่นในวันที่ถึงกำหนด และวันที่ว่านั่น... คือคืนนี้ ตอนเที่ยงคืนตรง" คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ร่างกายของเขาแข็งทื่อ รินมองเห็นความวูบไหวในดวงตาของคีย์เป็นครั้งแรก ซึ่งมันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความเจ็บปวดที่คาดไม่ถึง "แกหมายความว่ายังไง?" คีย์ถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่า "หมายความว่าที่ผ่านมา แกไม่ได้หลงรักเขาหรอกคีย์" เวสลีย์ยิ้มเหี้ยมขณะหันหลังเตรียมเดินจากไป "แกแค่กำลังโดน 'เครื่องสังเวย' ชิ้นนี้สูบเอาวิญญาณไปวันละนิด และเมื่อเขารู้ความจริง... แกคิดว่าเด็กคนนี้จะยังอยู่ข้างแก หรือจะรีบวิ่งไปหาต้นตอที่ส่งเขามาทำลายแกกันแน่?" ในจังหวะที่เวสลีย์กำลังจะเดินพ้นประตูไป รินที่ตั้งสติได้ก็ก้าวออกมาจากหลังของคีย์ มือเล็กสั่นเทาแต่สายตาแน่วแน่ "ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร แต่ผมไม่มีทางทำร้ายเขา" เวสลีย์หยุดกึก เขาหันกลับมาเพียงครึ่งหน้า แววตาเย็นชานั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายไว้ว่า "งั้นก็ถามตัวเองดูให้ดีเถอะ... ว่ากลิ่นวานิลลาที่หอมหวานของแกน่ะ แท้จริงแล้วมันกำลังพยายามกลบ 'กลิ่นคาวเลือด' ของใครกันแน่ที่ติดตัวแกมาตั้งแต่เกิด?" ทันทีที่เสียงประตูปิดลง คีย์ทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านราวกับกำลังต่อสู้กับสิ่งมหาศาลที่จู่โจมเข้ามาในจิตใจ รินรีบปราดเข้าไปประคองแต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือไว้แน่น แรงบีบนั้นแรงจนรินรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แฝงมากับความหวั่นไหว "ริน... ออกไปจากห้องนี้ซะ" เสียงของคีย์แผ่วเบาและแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "คุณคีย์? เกิดอะไรขึ้นคะ?" คีย์เงยหน้าขึ้นมองริน ดวงตาสีเข้มที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นระริกด้วยหยาดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า เขาขยับเข้าใกล้จนรินได้กลิ่นสนที่บัดนี้เจือปนด้วยกลิ่นคาวสนิมจางๆ อย่างที่เวสลีย์พูดไว้จริงๆ ก่อนที่คีย์จะก้มลงกระซิบชิดใบหูของรินด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินพังทลายลงในพริบตา "รอยตราที่หลังคอของเธอ... มันไม่ได้มีแค่รอยเดียว แต่มีตราประทับของฉันซ้อนทับอยู่บนรอยสัก 'ตราพันธะของคนอื่น' ที่เธอจำไม่ได้... ริน... เธอเป็นของใครกันแน่?" กระต่ายพระจันทร์หวังว่ารี้ดทุกท่านจะยังคงประทับใจและร่วมลุ้นไปกับความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำครั้งนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%