พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ•ตอนที่ 35

การกดดันจากผู้ใหญ่

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่ภายในห้องรับรองส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชาโชติไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับหนักอึ้งเสียจนแผ่นอกของรินรู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยก้อนหินขนาดมหึมา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่ากลิ่นฉุนของกำยาน กลับเป็นสายตาคู่คมกริบของผู้นำตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังจ้องมองตรงมายังเขา ราวกับจะฉีกร่างของโอเมก้าตัวเล็กๆ ให้เป็นชิ้นๆ “เจ้าคือเด็กหนุ่มที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจของบุตรชายข้าสินะ... ริน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กัดกินหัวใจมานานนับนาที รินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความกังวลตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ประโยคปริศนาที่คีย์หลุดปากออกมาด้วยความตกใจและสับสนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“รอยนั่น... มันไม่มีทางเป็นไปได้... ในเมื่อเจ้าคือคนที่ข้า...!”* มันหมายความว่าอะไรกันแน่? ทำไมแววตาของอัลฟ่าหนุ่มถึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่อยากจะเชื่อในวินาทีที่เขาเห็นรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณต้นคอของริน รอยแผลที่รินเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร... “ท่านพ่อ... เลิกยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผมเสียที” เสียงทุ้มเย็นชาที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคีย์ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ยามเมื่อเขาปะทะสายตากับผู้เป็นบิดา ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างรินกับผู้นำตระกูลทันที ราวกับต้องการปกป้องโอเมก้ากลิ่นวานิลลาให้พ้นจากรัศมีอันตราย “คีย์... แกเสียมารยาทเกินไปแล้วนะ” ท่านชายอัครเดชากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาคมกวาดมองบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความผิดหวัง “แกกล้าขึ้นเสียงใส่พ่อ เพื่อปกป้องโอเมก้าชนชั้นต่ำที่บัง‑อาจปีนป่ายขึ้นมาเกาะแกะงั้นหรือ?” “เขาไม่ใช่โอเมก้าชั้นต่ำ!” คีย์ตะคอกกลับเสียงดังลั่น ห้องรับรองกว้างขวางพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนป่าและพายุฝนที่ปกติจะถูกควบคุมไว้อย่างดี บัดนี้กลับรั่วไหลออกมาด้วยความโกรธ คลื่นพลังงานกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนรินต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้วยความหายใจติดขัด กลิ่นวานิลลาหอมละมุนของรินเริ่มเจือจางลงด้วยความหวาดกลัว รินเอื้อมมือไปแตะชายเสื้อของคีย์เบาๆ สั่นเทา “คีย์... พอเถอะค่ะ... อย่ามีปากเสียงกับท่านพ่อเลยนะ” คีย์หันมามองริน แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวที่สั่นเทาของรินไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของอัลฟ่าช่วยบรรเทาความหวาดกลัวในใจของรินลงได้บ้าง เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาส่อประกายคู่นั้น “ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพรากเธอไปจากฉันทั้งนั้น ริน” คีย์กระซิบเสียงลอดไรฟัน สายตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง...” เสียงหัวเราะเยาะหยันดังมาจากชายสูงวัยที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเบาะกำมะหยี่สีเลือดหมู ท่านชายอัครเดชาปรายตามองคนทั้งสองด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ “แกคิดจริงๆ หรือว่าสายเลือดบริสุทธิ์อย่างตระกูลอัครเดชาโชติจะยอมรับโอเมก้าไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้มาเป็นสะใภ้? ตื่นเสียทีเถอะคีย์ แกมีคู่หมั้นที่เหมาะสมคู่ควรและถูกกำหนดไว้แล้ว... หนูลิลินกำลังจะเดินทางกลับมาจากต่างประเทศในสัปดาห์หน้า” ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรู้สึกชาไปทั้งร่าง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น คำว่า ‘คู่หมั้น’ และ ‘คนที่เหมาะสม’ ดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำเติมปมในใจเรื่องชนชั้นที่รินพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต... ใช่สิ เขามันก็เป็นแค่โอเมก้าธรรมดาๆ ไม่มีชาติตระกูล ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะยืนเคียงข้างอัลฟ่าผู้สูงศักดิ์อย่างคีย์ด้วยซ้ำ “ผมไม่มีวันแต่งงานกับลิลิน!” คีย์ตวาดยลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ “ผมพูดชัดเจนมาตลอดว่าผมต้องการใคร และคนๆ นั้นก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว! ท่านไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตผมอีกต่อไป!” “แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!” ท่านชายอัครเดชาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์รุ่นอาวุโสแผ่ขยายเข้ากดทับจนอากาศรอบตัวแทบจะเบาบางลง “ถ้าแกยังดึงดันที่จะคบหากับเด็กคนนี้... แกก็เตรียมตัวเห็นมันถูกส่งตัวออกไปให้พ้นจากคฤหาสน์หลังนี้ได้เลย... และจำไว้ ว่าคนอย่างมันไม่มีวันเอื้อมถึงแกหรอก!” รินสะท้านไปทั้งร่าง คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในใจราวกับใบมีดคมกริบ เขาก้มหน้าลงมองพื้น น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตา ความเจ็บปวดจากการดูถูกเหยียดหยามไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา แต่มันช่างเจ็บปวดเจียนตายทุกครั้งเมื่อคนที่ทำร้ายจิตใจคือคนรอบข้างของคนที่เขารัก “ริน... อย่าไปฟังพ่อนะ” คีย์หันมาประคองใบหน้าหวานขึ้น สบตาคู่งามที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา “มองหน้าฉัน... ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ยอมแพ้” “แต่ท่าน... ท่านพูดถูกนะคะ คีย์...” รินฝืนยิ้มทั้งน้ำตา เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “เรา... แตกต่างกันเกินไปค่ะ” “ริน! อย่าพูดแบบนั้นนะ!” คีย์หน้าถอดสี รีบดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา กลิ่นวานิลลาที่เจือด้วยกลิ่นความเศร้าทำให้หัวใจของคีย์ปวดร้าวราวกับถูกบีบ ทันใดนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดผางขึ้นอีกครั้งโดยแม่บ้านอาวุโสที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความร้อนรน “คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ...!” แม่บ้านละลลั่งละลู่หอบหายใจถี่กระชั้น สีหน้าซีดเผือกจนน่ากลัว “มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่หน้าคฤหาสน์ค่ะ... เขาบอกว่าเขาคือคนที่ถือ ‘สัญญาหมั้นหมายที่แท้จริง’ เมื่อสิบปีก่อน... และเขามีหลักฐานที่ทำให้คุณคีย์ต้องปฏิเสธทุกอย่างในตอนนี้ค่ะ!” คีย์ชะงักกึก รินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง ในขณะที่ท่านชายอัครเดชากลับมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก “เชิญเขาเข้ามา...” เสียงทุ้มของผู้นำตระกูลกล่าวด้วยความพึงพอใจ สิ้นเสียงนั้น ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งก็ก้าวเท้าพ้นกรอบประตูเข้ามา ท่ามกลางแสงสว่างยามบ่ายที่สาดส่องลงมาพอดี รอยยิ้มปริศนาที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้นทำให้คีย์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด... *เพราะคนๆ นั้น... คือคนที่ตายไปแล้วในความทรงจำของคีย์เมื่อสิบปีก่อน!* *** *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระต่ายพระจันทร์" เสมอนะคะ)*
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับฉบับเจ้าชายโอเมก้า: กลิ่นวานิลลาหอมหวานของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%