กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 13

รสชาติของความเรียบง่าย

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“คุณ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ราวกับกิ่งไม้แห้งที่พร้อมจะหักสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ ความเงียบในกระท่อมถูกกดทับด้วยไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งตรงหน้า แสงตะเกียงไหววูบตามจังหวะลมที่เล็ดลอดผ่านรอยแตกของฝาไม้ไผ่ เงาสะท้อนบนผนังยืดขยายจนดูคล้ายอสุรกายที่กำลังร่ายรำ คนคนนั้นไม่ตอบ เพียงแต่คลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่รินรดาพยายามหลบหนีมาตลอดชีวิตยังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม รินรดากำชายเสื้อแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความทรงจำเกี่ยวกับความคาดหวังและเศษเสี้ยวของคำพูดที่เคยบาดลึกกรีดซ้ำเข้ามาในโสตประสาท “ฉันแค่แวะมาดูว่า... เชฟมือทองที่หนีความวุ่นวายมาซุกตัวอยู่ในกระท่อมผุๆ แบบนี้ จะยังจำรสชาติของ ‘ความจริง’ ได้บ้างไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความนัยที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นรัวด้วยความอึดอัด เขาเดินผ่านเธอไปช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ปะทะเข้ากับกลิ่นดินและกลิ่นฟืนที่ติดตัวเธอมาเนิ่นนาน มันเป็นกลิ่นที่แปลกแยก กลิ่นที่เตือนให้เธอรู้ว่าโลกใบเก่าที่เธอเคยทิ้งไว้เบื้องหลังนั้น ยังคงตามมาหลอกหลอนไม่ไปไหน รินรดาพยายามตั้งสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด กลิ่นอายของข้าวใหม่ที่หุงทิ้งไว้บนเตาถ่านเริ่มส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มันเป็นกลิ่นที่เตือนใจให้เธอรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และที่นี่คือที่ของเธอ “ถ้าคุณมาเพื่อจะวิจารณ์เมนูอาหารของฉันละก็ คงต้องผิดหวังแล้วล่ะค่ะ เพราะที่นี่ไม่มีแม้แต่เครื่องปรุงรสชั้นดี ไม่มีเชฟระดับมิชลิน และไม่มีคำยกยอจากคนในครอบครัว... มีเพียงของที่มีในสวนหลังบ้านเท่านั้น” รินรดาพูดพลางเดินไปที่เตาไฟ ความนิ่งเงียบเริ่มกลับมาเป็นอาวุธสำคัญของเธอ เธอหยิบฟักทองแก่จัดที่ดินเพิ่งเก็บมาจากท้ายไร่ขึ้นมาวางบนเขียง กลิ่นหอมหวานของเนื้อฟักทองสีเหลืองทองทำหน้าที่เยียวยาความสั่นคลอนในใจ รินรดาเริ่มปอกเปลือกฟักทองอย่างใจเย็น จังหวะของมีดที่กระทบเขียงไม้ดัง ‘ตึก ตึก ตึก’ สม่ำเสมอราวกับจังหวะหัวใจที่ค่อยๆ กลับมาเต้นในจังหวะปกติ “จะทำอะไรกินล่ะ” อีกฝ่ายถามพลางกอดอกพิงเสาไม้ไผ่ จ้องมองทุกย่างก้าวของเธอด้วยสายตาที่วิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหว “ฟักทองนึ่งราดกะทิสดกับเกลือสมุทร... ง่ายๆ แบบนี้แหละค่ะ” รินรดาตอบโดยไม่หันไปมอง เธอคั้นกะทิสดจากมะพร้าวขูดใหม่ๆ กลิ่นหอมมันของกะทิอบอวลไปทั่วกระท่อม เธอไม่ได้พยายามจะปรุงแต่งรสชาติให้หวือหวา แต่เธอกำลังตั้งใจดึงเอาความหวานจากเนื้อฟักทองและกลิ่นหอมละมุนของกะทิออกมาให้ชัดเจนที่สุด ความเงียบที่เข้าปกคลุมไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนช่วงแรก แต่มันกลับกลายเป็นพื้นที่ว่างให้รินรดาได้คิดทบทวน ทุกครั้งที่เธอหั่นผัก หรือหยิบจับอุปกรณ์ เธอไม่ได้แค่ทำอาหาร แต่เธอกำลังจัดระเบียบความคิดที่กระจัดกระจาย “รสชาติของความเรียบง่าย... บางทีมันอาจจะต้องการความกล้าหาญมากกว่าการใช้วัตถุดิบราคาแพงเสียอีกนะ” รินรดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินขึ้นกระท่อม รินรดาชะงักมือทันที ดินก้าวเข้ามาพร้อมกับตะกร้าผักสดในมือ เขามองเห็นชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ในมุมมืด แล้วสายตาของเขาก็เปลี่ยนไปจากความอบอุ่นกลายเป็นความระแวดระวัง “ริน... มีแขกเหรอ” ดินเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความปกป้อง คนแปลกหน้าหันกลับมาสบตากับดิน รอยยิ้มที่มุมปากขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ยิ้มที่มาจากความยินดี “ฉันก็แค่คนรู้จักเก่า ที่หวังจะมาลิ้มลองอาหารที่ปรุงด้วยหัวใจ... หรือบางทีอาจจะมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของฉัน” บรรยากาศในกระท่อมเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที ดินวางตะกร้าผักลงแล้วก้าวข้ามมาอยู่เคียงข้างรินรดาโดยไม่พูดอะไร แต่การมีอยู่ของเขาทำให้รินรดารู้สึกว่าเธอไม่ต้องเผชิญกับอดีตเพียงลำพังอีกต่อไป รินรดาจัดการตักฟักทองนึ่งที่สุกได้ที่ลงในจานกระเบื้องเคลือบสีตุ่นๆ กลิ่นหอมหวานธรรมชาติฟุ้งกระจาย เธอราดกะทิสดลงไปเล็กน้อยตามด้วยเกลือสมุทรเพียงปลายนิ้ว ความเรียบง่ายที่ถูกจัดวางตรงหน้าดูโดดเด่นท่ามกลางความขัดแย้งของคนสามคนในพื้นที่แคบๆ “ลองชิมดูสิคะ” รินรดาเอ่ยเสียงนิ่ง “นี่คือรสชาติของความเรียบง่ายที่ฉันตั้งใจทำ... รสชาติที่ไม่มีความคาดหวัง ไม่มีแรงกดดัน และไม่มีการแข่งขัน” ชายปริศนาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ เขาหยิบช้อนขึ้นมาแต่ยังไม่ตักเข้าปาก เขามองลึกลงไปในดวงตาของรินรดา สายตาที่เคยดูแคลนดูเหมือนจะวูบไหวไปชั่วขณะ “เธอเปลี่ยนไปมากนะ รินรดา” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะตักฟักทองคำเล็กๆ เข้าปาก จังหวะที่อาหารสัมผัสลิ้น ทุกอย่างในห้องดูเหมือนจะหยุดนิ่ง รินรดาจดจ้องรอคอยปฏิกิริยาของเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย ชายคนนั้นวางช้อนลงช้าๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นรัวขึ้นมาดู เขาเหลือบมองข้อความในหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ฉันไม่คิดว่าเธอจะซ่อนของสิ่งนั้นไว้ที่นี่...” เขาพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินตรงไปที่มุมหนึ่งของกระท่อม ซึ่งรินรดาเพิ่งจะวางกล่องไม้เก่าๆ ที่เพิ่งขุดเจอใต้ถุนกระท่อมไว้ เขากระชากกล่องใบนั้นออกมา รินรดาหน้าซีดเผือดทันที เพราะภายในกล่องนั้นไม่ใช่แค่บันทึกเก่าๆ ของครอบครัว แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ดินพุ่งตัวเข้าไปจะขวางไว้ แต่ชายคนนั้นกลับชักปืนกระบอกเล็กออกมาจากเสื้อสูทแล้วเล็งไปที่ดิน “อย่าเข้ามา! ถ้าไม่อยากเห็นกระท่อมน้อยๆ นี่กลายเป็นที่ฝังศพใครสักคน...” เขากล่าวพลางใช้มืออีกข้างเปิดกล่องไม้ใบนั้นออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในไม่ใช่บันทึก แต่เป็นแหวนทองคำที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง! รินรดาสะอึกจนพูดไม่ออก ความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ในดินโคลนหวนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ... นี่ไม่ใช่แค่การแวะมาเยี่ยมเยียน แต่นี่คือการล้างแค้นที่เริ่มขึ้นแล้วในคืนที่ฝนเริ่มตั้งเค้า ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรสชาติแห่งชีวิตไปกับรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%