"ป้าผินคะ วางถาดแกงคั่วหอยขมลงตรงนั้นเลยค่ะ เดี๋ยวรินจัดการต่อเอง"
เสียงของรินรดาดังแทรกความวุ่นวายในครัวไม้ไผ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกะทิคั้นสดและเครื่องแกงตำมือ กลิ่นหอมฟุ้งของข่า ตะไคร้ และใบชะพลูที่เพิ่งเด็ดมาจากสวนข้างกระท่อมลอยแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณความเป็นเชฟในตัวเธอให้ตื่นตัวถึงขีดสุด วันนี้ไม่ใช่แค่วันทำอาหารธรรมดา แต่มันคือวันแห่งการขอบคุณ... ขอบคุณหัวใจของชาวบ้านทุกคนที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอในวันที่พายุโหมกระหน่ำจนไร่แทบพังทลาย
"คนเยอะขนาดนี้ แม่รินจะไหวเหรอจ๊ะ ให้ป้าช่วยหั่นผักเพิ่มอีกไหม?" ป้าผินถามพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน แววตาของหญิงชราเต็มไปด้วยความเอ็นดู
รินรดาชะงักมือที่กำลังบรรจงตักกะทิหัวลงหม้อดินเผา เธอคลี่ยิ้มบางๆ ที่ไม่ได้มีแค่ความหมายของความสุภาพ แต่แฝงความรู้สึกขอบคุณที่ลึกซึ้งถึงก้นบึ้งหัวใจ "แค่ป้ามาช่วยรินก็เกรงใจจะแย่แล้วค่ะ วันนี้รินอยากทำทุกอย่างด้วยมือตัวเอง เป็นการตอบแทนน้ำใจที่ทุกคนมีให้ริน... รินติดค้างพวกท่านมานานเกินไปแล้วค่ะ"
ภายนอกกระท่อม เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของชาวบ้านเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ ดินยืนอยู่ตรงลานดินที่เขากวาดจนสะอาดสะอ้าน เขากำลังช่วยพ่อกำนันกางโต๊ะยาวที่ทำจากไม้ไผ่สาน ชายหนุ่มหันมามองในครัวเป็นระยะ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความกดดัน แต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ส่งผ่านมาให้เธอเสมอ
"ริน" ดินเดินเข้ามาในครัว จังหวะก้าวของเขาหนักแน่นและอบอุ่น "ข้างนอกเตรียมพร้อมหมดแล้วนะ แต่ดูเหมือนคนในหมู่บ้านจะเอาของติดไม้ติดมือมาฝากเพียบเลย ทั้งหน่อไม้ ทั้งปลา... งานนี้คงไม่ใช่แค่รินเลี้ยงชาวบ้านแล้วล่ะ"
รินรดาหันกลับไปมองดิน แววตาเธอไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น "ทำไมต้องใจดีกันขนาดนี้ด้วยนะรินทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ"
"มันไม่ใช่แค่เรื่องอาหารหรอกริน" ดินขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ กลิ่นดินและกลิ่นชาที่ติดตัวรินรดามาตลอด "มันคือเรื่องของความไว้ใจ... ที่นี่ไม่มีใครมองว่ารินเป็นคนอื่นคนไกลอีกต่อไปแล้ว"
มือหนาของดินวางลงบนไหล่เธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความอุ่นไปถึงหัวใจที่เคยเยือกเย็นจากการแบกรับความคาดหวังของครอบครัวในอดีต รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นไอดินหลังฝนยังคงตกค้างอยู่ในอากาศ มันช่างเป็นบรรยากาศที่น่าถวิลหา แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็กำลังก่อตัวขึ้นในอก
งานเลี้ยงเริ่มขึ้นเมื่อแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงเหมือนสีของดอกอัญชันที่เธอชอบใช้ทำน้ำดื่ม ชาวบ้านนับสิบชีวิตนั่งล้อมวงกัน อาหารพื้นบ้านฝีมือรินรดาถูกวางเรียงราย ทั้งน้ำพริกผักจิ้ม แกงคั่วหอยขมที่หอมมัน และปลาเผาสมุนไพรที่เนื้อหวานฉ่ำ ทุกคนต่างดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่รินรดาตั้งใจปรุงด้วยหัวใจ
รินรดาไม่ได้นั่งกิน เธอเดินไปรอบๆ คอยรินน้ำ คอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบด้วยกริยาที่อ่อนน้อม ความรู้สึกแปลกแยกที่เคยเกาะกินใจในเมืองหลวงถูกชะล้างด้วยเสียงหัวเราะของป้าผิน เสียงทุ้มต่ำของพ่อกำนัน และรอยยิ้มของดินที่คอยมองเธอไม่ห่าง
"ริน... มานั่งพักเถอะ" ดินกวักมือเรียกเมื่อเห็นเธอยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไผ่ลำพัง
เธอกำลังจะเดินไปหาเขา ทว่าจังหวะนั้นเอง รถกระบะคันเก่าสีซีดที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าไร่ เสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนทำให้บทสนทนาทุกอย่างหยุดกะทันหัน รินรดาใจหล่นวูบเมื่อเห็นร่างที่ก้าวลงจากรถ
ผู้ชายในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศของกระท่อมปลายนาเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางที่คุ้นเคย แววตาของเขาคมกริบและเย็นชาจนคนรอบข้างต่างเงียบเสียงลง
"ไม่คิดเลยนะว่าที่ที่ซ่อนตัวอยู่จะเป็นกระท่อมผุๆ แบบนี้" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ แต่สายตาที่กวาดมองไปรอบๆ กลับเต็มไปด้วยความดูแคลน
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความรู้สึกอึดอัดที่เธอพยายามลบเลือนหายไปนานปีกลับมาถาโถมราวกับคลื่นยักษ์ พ่อของเธอ... คนที่เธอพยายามหนีห่างมาตลอดชีวิต มายืนอยู่ตรงนี้ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เธอตั้งใจจัดขึ้นเพื่อคนสำคัญ
"คุณมาที่นี่ทำไม" เสียงของรินรดาสั่นพร่า แต่สายตายังคงจ้องมองเขาด้วยความไม่ยอมแพ้
ชายสูงวัยเพียงแค่มองข้ามเธอไปที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องเก่าหรอกรินรดา... แต่ฉันมาเพื่อจะบอกว่า สิ่งที่เธอสร้างที่นี่ กำลังจะไม่มีเหลืออีกต่อไปภายในเช้าวันพรุ่งนี้"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอดทนไปกับเราในตอนนี้นะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 36
งานเลี้ยงขอบคุณ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!