กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 35

ความสุขในหยาดเหงื่อ

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้ายังขุดลึกไม่ถึงชั้นดินเหนียว รากมันก็ไม่หยั่งหรอกนะริน" เสียงของดินแหบพร่าและหนักแน่น เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่หยาดเหงื่อเม็ดโตที่ไหลซึมผ่านไรผมเปียกชื้นบนขมับของเขาบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดค่อนวัน รินรดาชะงักจอบในมือ แผ่นหลังที่ปวดร้าวจากงานหนักประท้วงให้เธอหยุดพัก แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปยังผืนดินที่เริ่มเปิดออกจากการขุดพรวนของเธอเอง "ฉันไม่ได้ทำเพื่อเอาชนะดินหรอกค่ะดิน... ฉันแค่กำลังพยายามทำความเข้าใจมัน" รินรดาตอบกลับ เสียงของเธอแผ่วเบาแต่กังวานด้วยความแน่วแน่ เธอเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตาด้วยหลังมือที่เปรอะเปื้อนคราบโคลน ก่อนจะจรดจอบลงบนพื้นดินอีกครั้ง การทำงานกลางแดดจัดไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับอดีตเชฟผู้เคยชินกับการยืนสั่งการในครัวที่ปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่ทว่า ในทุกจังหวะที่คมเหล็กกระทบกับผืนดิน กลิ่นหอมจางๆ ของไอดินหลังฝนที่ยังคงค้างอยู่ในร่องลึกกลับส่งกลิ่นอบอวลขึ้นมาสัมผัสจมูก มันเป็นกลิ่นที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง—กลิ่นของความจริงที่ไม่เคยเสแสร้ง "ที่ร้านในเมือง พวกเขาตัดสินคุณภาพวัตถุดิบจากใบรับรอง แต่ที่นี่... คุณภาพมันอยู่ตรงนี้" ดินวางจอบลงแล้วขยับเข้ามาใกล้ เขาคว้ากำดินจากมือของเธอขึ้นมาบี้เบาๆ "ความเหนื่อยที่กลายเป็นรสชาติในหม้อแกง รินคิดว่ามันมีจริงไหม?" รินรดามองแววตาของเขา ในนั้นไม่มีความกดดันเหมือนอย่างที่ครอบครัวของเธอเคยยัดเยียดให้ในอดีต ไม่มีคำถามว่าเธอทำได้ดีพอหรือยัง สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงความเชื่อมั่นที่เขามอบให้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นชาหอมละมุนจากบ้านข้างๆ ลอยมาตามลม เธอนึกถึงผักสวนครัวที่เธอเพิ่งลงมือปลูกด้วยตัวเอง—ความภูมิใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจมันต่างจากเหรียญรางวัลหรือคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อาหารอย่างสิ้นเชิง "มันมีจริงค่ะ" เธอพูดพลางยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว "มันเป็นรสชาติที่เงินซื้อไม่ได้ เพราะมันผสมผสานความอดทนลงไปด้วย" ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองทำงานไปโดยแทบไม่มีบทสนทนา เสียงเดียวที่ดังก้องคือเสียงจอบกระทบดินและเสียงน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยอยู่ใกล้ๆ ความสัมพันธ์ของคนสองคนไม่ได้เติบโตผ่านคำหวาน แต่ผ่านการแบกรับความเหนื่อยล้าของกันและกัน รินรดารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่หมุนวนอยู่รอบตัว ราวกับว่าพื้นดินที่เธอขุดพรวนกำลังตอบรับความพยายามของเธอด้วยความอุดมสมบูรณ์ที่รอวันผลิบาน จนกระทั่งแสงตะวันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนคันนา มือไม้สั่นเทาจากการออกแรงเกินกำลัง ดินหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำสมุนไพรเย็นเจี๊ยบส่งให้เธอ มือของเขาหยาบกร้านแต่สัมผัสที่ได้รับกลับนุ่มนวลอย่างประหลาด "พักเถอะริน พรุ่งนี้ค่อยต่อ" เขาเอ่ยเบาๆ รินรดารับน้ำมาดื่ม ความเย็นของสมุนไพรไหลผ่านลำคอชโลมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น เธอมองดูผลงานของตัวเอง—แปลงผักที่เธอขุดพรวนด้วยสองมือเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มันอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นของเธอ... เป็นความสำเร็จแรกที่เธอสร้างขึ้นโดยไม่ต้องเดินตามรอยใคร แต่ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมไปทั่วบริเวณ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมายังกระท่อมปลายนาจากทางทิศเหนือ ท่าทางของพวกเขาดูไม่เหมือนชาวบ้านแถวนี้ ทั้งการแต่งกายที่ดูเนี้ยบกริบและการเดินที่ดูเร่งรีบผิดปกติ หนึ่งในนั้นหยุดเดินและจ้องมองมายังรินรดาด้วยสายตาที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี สายตาของผู้หญิงที่เธอพยายามหนีห่างมาตลอดชีวิต... แม่ของเธอเอง "ริน... ลูกหนีพ่อกับแม่มานานพอหรือยัง?" เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ทำลายช่วงเวลาอันแสนสุขของรินรดาลงในพริบตา ก่อนที่ร่างของแม่เธอจะก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับเอกสารบางอย่างในมือที่ดูเหมือน 'หมายศาล' หรือ 'คำสั่ง' อะไรบางอย่างที่รินรดาไม่อยากเผชิญหน้าที่สุดในตอนนี้ กระท่อมไผ่ริมธารขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอดทนไปกับเราในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%