"ถ้าคุณคิดว่าถ้อยคำกำกวมพวกนี้จะทำให้ฉันหวาดกลัวจนหนีไปละก็... คุณคงประเมินฉันต่ำเกินไปนะคะ"
รินรดาวางถ้วยชาเซรามิกเนื้อหนาลงบนโต๊ะไม้เก่าจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ แต่หนักแน่น เธอจ้องมองชายสูงวัยตรงหน้าด้วยแววตาที่สงบราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าภายในอกกลับเต้นรัวด้วยจังหวะที่เด็ดเดี่ยว แสงไฟสีนวลจากตะเกียงน้ำมันก๊าดบนโต๊ะส่องให้เห็นรอยย่นบนใบหน้าของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ดูบิดเบี้ยวด้วยความสมเพช
ชายผู้นั้นขยับยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ความดื้อรั้นมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ รินรดา... หวังว่าพรุ่งนี้เช้า เธอจะยังคงมีรอยยิ้มแบบนี้เหลืออยู่บนหน้านะ"
เขาก้าวเดินออกไปจากกระท่อมโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่ฉุนกึ๊กที่อบอวลปะปนกับกลิ่นไอดินที่เริ่มโชยมากับลมพายุนอกหน้าต่าง รินรดายืนนิ่งอยู่นาน มือบางกำขอบโต๊ะไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบาเพื่อเรียกสติ
วินาทีนั้นเอง เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจากไกลๆ ดังขึ้นราวกับสัญญาณเตือน ฝนเม็ดแรกเริ่มตกกระทบหลังคาสังกะสีเป็นจังหวะหนักหน่วง—ไม่ใช่ฝนปรอยๆ อย่างที่เคย แต่เป็นพายุที่พร้อมจะกวาดล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาที่ชานบ้าน รินรดารีบผลักประตูออกไป พบ 'ดิน' ยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำ เสื้อเชิ้ตของเขาเปียกโชกจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง
"ริน! เข้าไปข้างในก่อน ฝนนี้มันผิดปกติ" ดินตะโกนแข่งกับเสียงลม เขาไม่ได้รอให้เธอตอบ แต่คว้าแขนเธอแล้วดึงกลับเข้ามาในตัวบ้าน พลางปิดประตูไม้แน่นหนา "ผมเห็นรถคันนั้นขับออกไป เขาพูดอะไรกับคุณ?"
รินรดาสบตาดิน แววตาของเธอวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมามั่นคงอีกครั้ง "เขาบอกว่ากระท่อมนี้... ไร่นี้ จะไม่มีเหลือในวันพรุ่งนี้ค่ะ"
ดินนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือหนาลงบนไหล่ของเธอ สัมผัสที่อบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนถึงหัวใจ "ถ้าเขาจะทำลายมัน เขาก็ต้องก้าวข้ามผมไปก่อน ริน... ฟังนะ ฝนแรกของฤดูมาแล้ว ดินที่นี่กำลังจะได้รับชีวิตใหม่ เราจะเริ่มปลูกผักรอบใหม่กันเดี๋ยวนี้เลย"
"ตอนนี้เนี่ยนะคะ?" รินรดาถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่ค่ะ ตอนนี้แหละ" ดินยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้ความกังวลในใจของรินรดามลายหายไป "ดินที่เปียกชุ่มด้วยฝนแรก คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการหยั่งราก สิ่งที่เราปลูกในคืนนี้ จะแข็งแกร่งที่สุด ต่อให้พายุจะแรงแค่ไหน มันก็จะยึดเกาะหน้าดินเอาไว้ได้"
ตลอดทั้งคืน ท่ามกลางเสียงฟ้าคะนอง รินรดาและดินทำงานร่วมกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาใช้ตะเกียงส่องสว่างท่ามกลางแปลงผักที่แฉะชื้น ดินใช้จอบพรวนดินที่อ่อนนุ่มลงเพราะน้ำฝน ส่วนรินรดาบรรจงหย่อนเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน—เมล็ดพันธุ์ที่เธอเก็บรักษาไว้อย่างดี—ลงในหลุมดินที่เตรียมไว้ กลิ่นหอมของดินผสมกับไอฝนอบอวลไปทั่วบริเวณ มันเป็นกลิ่นของความหวังที่แทรกตัวขึ้นมาจากความมืดมน
"เชื่อผมนะริน" ดินพูดขณะก้มลงฝังเมล็ดลงในดิน "ผักพวกนี้จะเติบโตขึ้นพร้อมกับความแข็งแกร่งของใจคุณ"
เมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาจางๆ รินรดาหยุดพัก มือของเธอเปื้อนดินดำไปทั่ว แต่นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เธอรู้สึกในรอบหลายเดือน เธอหยิบถุงชาสมุนไพรออกมาต้มน้ำร้อนบนเตาฟืนเก่าๆ กลิ่นชาหอมละมุนโชยออกมาตัดกับอากาศเย็นฉ่ำของยามรุ่งสาง เธอรินชาใส่แก้วส่งให้ดิน ทั้งคู่ยืนมองผืนดินที่เพิ่งปลูกพืชรอบใหม่เสร็จสิ้นด้วยหัวใจที่พองโต
"เราผ่านคืนนี้มาได้แล้วนะคะ" รินรดาพึมพำ
ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่คำรามดังก้องมาจากทางถนนหลักก็ทำลายความเงียบสงบลง รถแบ็กโฮสีเหลืองอร่ามคันโตสองคันกำลังเคลื่อนตัวตรงมาที่รั้วไร่ของเธอ พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่เดินตามหลังมาเป็นแถว
ดินวางแก้วชาลงทันที แววตาที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นชาที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ริน... อยู่หลังผม"
ชายคนหนึ่งเดินนำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นออกมา เขาคือคนที่มาข่มขู่รินรดาเมื่อคืน แต่ครั้งนี้เขามีเอกสารในมือและรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายกว่าเดิม "อรุณสวัสดิ์ครับคุณรินรดา... หวังว่าคืนที่ผ่านมาคุณจะนอนหลับสบายนะ เพราะนับจากนาทีนี้ไป คุณไม่มีสิทธิ์เหยียบที่นี่อีกแล้ว"
เขายื่นเอกสารให้เธอ รินรดาคว้ามาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างเมื่อเห็นรายชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ที่เปลี่ยนไปเป็นชื่อของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในพริบตา
"เป็นไปไม่ได้..." รินรดาอุทาน เสียงสั่นเครือ
แต่แล้ว เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางทิศเหนือของไร่ ทำให้กลุ่มชายชุดดำชะงัก ดินหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน เมื่อชายสูงวัยที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อคืนก้าวออกมาจากดงกล้วย พร้อมกับบุคคลที่สามที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่... ร่างหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนเธอดุจพิมพ์เดียวกัน ในมือของหล่อนถือโฉนดที่ดินตัวจริงที่ระบุชื่อผู้ครอบครองที่แท้จริงไว้เพียงผู้เดียว
"ดูเหมือนคุณจะจัดการเรื่องนี้ผิดคนนะ" หญิงสาวปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของหล่อนเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็ง "เพราะที่ดินผืนนี้ ไม่เคยเป็นของคุณ... และไม่เคยเป็นของบริษัทของคุณตั้งแต่แรก"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดฝนและหยั่งรากลึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 37
ฝนแรกของฤดู
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!