“ถ้าจะแกะสูตรแกงนี้ให้เหมือนเดิม รินต้องเลิกใช้ไม้บรรทัดวัดปริมาณเครื่องแกงเสียทีนะคะ”
เสียงทุ้มต่ำของดินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในครัวไม้หลังเก่า กลิ่นสมุนไพรสดโชยอบอวลตัดกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาไป รินรดาชะงักมือที่กำลังถือช้อนตวงค้างไว้กลางอากาศ ดวงตาของเธอจ้องมองสมุดบันทึกเล่มเก่าสีเหลืองกรอบของยายที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ขัดมัน รอยนิ้วมือของเธอสัมผัสไปตามลายมือหวัดๆ ของผู้เป็นยายที่จากไปนานนับปี
“แต่ถ้าไม่ตวง... มันก็ไม่มีทางเหมือนของยายเป๊ะๆ สิคะ ดิน” รินรดาตอบโดยไม่หันไปมอง เธอพยายามรักษาระดับเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ในใจจะกำลังสั่นไหวกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่เริ่มผุดพรายขึ้นมาเหมือนฟองอากาศในหม้อแกงที่กำลังเดือด
“รินกำลังพยายามทำตามสูตรบนกระดาษ หรือกำลังพยายามทำตามความทรงจำกันแน่คะ?” ดินเดินเข้ามาใกล้ วางมือลงบนขอบโต๊ะไม้ที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการขยับตัวของเขา “ยายรินเคยบอกว่า แกงหม้อนี้ไม่ได้ปรุงด้วยน้ำหนักมือ แต่มันปรุงด้วย ‘จังหวะของหัวใจ’ ในวันที่ลงมือทำต่างหาก”
รินรดานิ่งไป เธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นหอมของกะทิคั้นสดผสมกับพริกแกงตำมือที่เธอเพิ่งคั่วจนได้ที่มันช่างคุ้นเคย แต่มันกลับไม่ ‘ถึง’ อย่างที่ควรจะเป็น เธอละทิ้งช้อนตวงในมือ ทิ้งมันลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังกังวาน เธอหลับตาลง พยายามเรียกคืนความรู้สึกในวัยเยาว์ ความร้อนของเตาถ่าน กลิ่นควันไฟ และเสียงหัวเราะของยายที่คอยบอกว่า ‘ให้ใส่เครื่องลงไปตอนที่น้ำแกงมันเริ่มร้องเพลง’
เธอหยิบสากไม้ขึ้นมาอีกครั้ง มือที่เคยสั่นกลับมั่นคงขึ้น เธอเริ่มตักกะปิลงไปโดยกะด้วยสายตา ตามด้วยพริกแกงที่สีสันเข้มจัดจ้าน กลิ่นอายของวัตถุดิบเริ่มเปลี่ยนไป มันเริ่มมีความหอมหวาน ลึกซึ้ง และอบอุ่นอย่างประหลาด ดินยืนมองอยู่ข้างๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้าเขาโดยที่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย แต่รินรดารู้ดีว่าเขากำลังเป็นพยานให้กับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้
“ดูสิคะ...” รินรดาพึมพำเมื่อเห็นฟองอากาศในหม้อค่อยๆ ขยายตัวเป็นวงกว้าง “มันเริ่ม ‘ร้องเพลง’ แล้ว”
เธอค่อยๆ เติมผักพื้นบ้านลงไป ผักกูดที่เก็บจากริมธาร ผักหวานป่าที่ดินเพิ่งนำมาให้ ทุกอย่างดูราวกับเต้นระบำอยู่ในหม้อดินเผา รินรดาตักน้ำแกงขึ้นมาชิม ปลายนิ้วแตะที่ริมฝีปากนิ่งค้าง รสชาติที่สัมผัสได้ไม่ได้มีแค่ความเผ็ดร้อนหรือเค็มหวาน แต่มันคือ ‘ความคิดถึง’ ที่ผ่านการตกตะกอนมานานหลายปี น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนขอบหม้อแกงพอดีราวกับเครื่องปรุงลับที่หายไป
“ใช่เลย...” เสียงของเธอสั่นเครือ “นี่คือรสชาติที่ยายเคยทำให้ทานในวันที่ฝนตกหนักแบบนี้”
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะปิดเตา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าชานเรือน ไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยของดิน ไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงดังผิดจังหวะ ดินขมวดคิ้วแน่น เขาวางมือบนไหล่ของรินรดาโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะหันไปทางประตูที่แง้มอยู่
ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศกระท่อมปลายนา ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สมุดบันทึกสีเหลืองกรอบบนโต๊ะ
“สูตรนี้... ยังเก็บไว้อยู่อีกหรือรินรดา?” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยแรงกดดัน “ทางบริษัทต้องการมันคืน เพราะมันไม่ใช่แค่สูตรแกง แต่เป็นกรรมสิทธิ์ที่พ่อของเธอทิ้งภาระไว้ให้เราจัดการ... วันนี้เธอคงต้องเลือกแล้ว ว่าจะรักษาบ้านหลังนี้ไว้ หรือจะรักษาความทรงจำที่ไม่มีค่าอะไรเลยชิ้นนี้ไป”
รินรดาหันไปมองสมุดเล่มนั้น แล้วหันกลับไปมองดินที่บีบไหล่เธอแน่นขึ้น นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแกงหนึ่งหม้อ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าอดีตที่เธอหนีมาตลอดกำลังตามมาทวงคืนทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นใหม่ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดฝนและหยั่งรากลึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ โดยกระท่อมไผ่ริมธารค่ะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 38
ความทรงจำในรสแกง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!