“คุณช่วยหยุดเดินวนสักพักจะได้ไหมคะ ฉันเวียนหัวแทนแล้ว”
รินรดาวางมีดทำครัวลงบนเขียงไม้ เสียงกระทบกันของคมมีดกับเนื้อไม้ดังก้องในความเงียบของกระท่อม เธอปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมพลางจ้องมองร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและรอยขาดจากกิ่งไม้หนาม เขาเป็นชายแปลกหน้าที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจ มากกว่าจะมาปรากฏตัวอยู่กลางทุ่งนาหลังพายุฝนผ่านพ้นไป
ชายหนุ่มหยุดชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนระคนหงุดหงิดกวาดมองไปรอบห้องครัวไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวใหม่ผสมกลิ่นดินชื้นๆ “ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวน... แต่รถผมจมโคลนอยู่ในร่องทางเกวียนนั่นเกือบสองชั่วโมงแล้ว สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี คุณบอกว่าตัวเองเป็นเชฟไม่ใช่หรือไง ช่วยทำอะไรที่มันกินได้นอกจากข้าวต้มชืดๆ นั่นทีเถอะ”
รินรดาไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่นิ่งเงียบ สายตามองทะลุผ่านความโอหังของเขาไปเห็นถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ปลายนิ้วมือ ความหิวและความสิ้นหวังมักจะทำให้คนเผยธาตุแท้ออกมาเสมอ เธอหยิบกระด้งใบเก่าขึ้นมา ในนั้นมีเห็ดโคนสดใหม่ที่เพิ่งเก็บได้หลังฝนตก กับใบกะเพราป่าที่ส่งกลิ่นฉุนเรียกน้ำย่อย
“ถ้าอยากกินดีๆ ก็ต้องรู้จักอดทนนะคะ” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจุดไฟในเตาฟืน แสงสีส้มรำไรสะท้อนบนใบหน้าของเธอ “ที่นี่ไม่มีร้านอาหารหรูหรา มีแค่สิ่งที่ดินและน้ำมอบให้... คุณชื่ออะไรคะ?”
“ศิลา” เขาตอบสั้นๆ ทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่อย่างไม่เต็มใจนัก สายตามองรินรดาที่กำลังคั่วพริกแห้งจนกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อม เสียงน้ำเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผาดังแข่งกับเสียงนกกระจิบที่เริ่มออกหากินตามแนวรั้วไม้ไผ่ บรรยากาศที่ควรจะอึดอัดกลับค่อยๆ ละลายหายไปพร้อมกับไอความร้อนจากหน้าเตา
ไม่นานนัก ดินก็ก้าวเข้ามาในกระท่อม เสื้อผ้าของเขาเปียกโชกจากการไปลากรถกระบะมาช่วยดึงรถของศิลา แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ในครัว เขาก็ทำเพียงยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าให้รินรดา “ทางออกสู่ถนนใหญ่คงต้องรออีกสักพักนะคะ ดินเอาไม้กระดานไปรองล้อรถให้แล้ว น่าจะพอขยับได้ช่วงเย็น”
“เย็นเหรอ!” ศิลาผุดลุกขึ้น “ผมมีนัดสำคัญที่กรุงเทพฯ คืนนี้ คุณเข้าใจไหมว่าการล่าช้าของผมมันหมายถึงอะไร?”
“มันหมายถึงคุณจะพลาดรสชาติของเห็ดโคนผัดพริกสดจานนี้ไปตลอดกาล” ดินตอบเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาวางมือลงบนไหล่ของศิลาเบาๆ “ในโลกที่หมุนเร็วเกินไป บางครั้งธรรมชาติก็ต้องการให้เราหยุดพัก... ลองชิมดูก่อนเถอะครับ บางทีรสชาติของผืนดินอาจจะช่วยให้ใจของคุณเย็นลงได้บ้าง”
ศิลามองจานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ กลิ่นหอมของน้ำปลาชั้นดีผสมกับความหวานฉ่ำของเห็ดสดที่เพิ่งเก็บมาทำให้อดไม่ได้ที่จะตักเข้าปาก รสสัมผัสที่หวานลึก กลิ่นหอมฟุ้งที่อบอวลอยู่ในปาก ทำให้ชายหนุ่มชะงักงันไป ความแข็งกร้าวที่เคยฉาบใบหน้าไว้ค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่แฝงด้วยความประหลาดใจ
ระหว่างมื้ออาหาร รินรดาสังเกตเห็นรอยสักรูปกุญแจที่ข้อมือซ้ายของศิลา มันไม่ใช่รอยสักแฟชั่นทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นจากภาพถ่ายเก่าๆ ในแฟ้มของพ่อ มันเป็นตราประทับของตระกูลที่เคยอุปถัมภ์ครอบครัวเธอในอดีต ตระกูลที่ทำให้เธอต้องระหกระเหินออกจากบ้านมาจนถึงวันนี้
หัวใจของรินรดาสั่นระรัว เธอพยายามควบคุมมือนิ่งขณะรินน้ำชาดอกเก๊กฮวยเย็นๆ ให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ “คุณ... มาทำธุระอะไรแถวนี้คะ ถ้าไม่รังเกียจที่จะเล่า”
ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาดูหม่นแสงลงวูบหนึ่ง “ผมตามหาที่ดินผืนหนึ่งที่เคยถูกจำนองไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ที่ดินที่บอกว่ามีคนคนหนึ่งขโมยโฉนดไปทิ้งไว้กลางทุ่งนาแถวนี้... ผมไม่ได้มาเที่ยว ผมมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของครอบครัวผม”
ดินชะงักแก้วชาในมือมองรินรดาอย่างเป็นห่วง แต่รินรดากลับวางถ้วยชาลงช้าๆ พลางคลี่ยิ้มจางที่ดูเย็นเยียบจนน่าประหลาด เธอขยับเข้าไปใกล้ศิลาจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เจือจางไปตามกลิ่นดิน “คนคนนั้นที่ว่า... ใช่ชื่อรินรดาหรือเปล่าคะ?”
ศิลาชะงักกึก มือที่ถือช้อนสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอโดยตรง “คุณรู้ได้ยังไง...”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้ากระท่อม ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงจนไม้ไผ่สั่นสะเทือน ร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำก้าวเข้ามาโดยไม่รอคำเชิญ สายตาคมกริบของหัวหน้ากลุ่มกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ศิลาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ตามหาตัวยากจริงนะครับคุณศิลา... แต่ในเมื่อเจอตัวแล้ว ผมว่าเราไปจัดการธุระของเราให้จบเสียทีเถอะครับ ก่อนที่ ‘คนขายขี้หน้า’ อย่างเชฟสาวคนนี้จะเดือดร้อนไปด้วย”
รินรดาขยับตัวยืนขึ้น บดบังศิลาไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณที่แม้แต่ตัวเธอก็ยังแปลกใจ เธอคว้ามีดปอกผลไม้เล่มเล็กในมือแน่น ในขณะที่ดินลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมรับมือกับการเผชิญหน้าที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เงียบสงบในกระท่อมปลายนาแห่งนี้ไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดฝนและหยั่งรากลึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ โดยกระท่อมไผ่ริมธารค่ะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 39
คนแปลกหน้าที่มาเยือน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!