กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 40

น้ำใจในชนบท

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“ริน... ถ้าเราไม่เปิดประตูให้ตอนนี้ รถคันนั้นคงจมโคลนจนกู้ไม่ขึ้นแน่ ดูท่าทางคนขับเขาหลงทางจนเสียขวัญไปหมดแล้วนะคะ” ดินเอ่ยขึ้นขณะยืนจ้องมองแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องฝ่าม่านฝนกระหน่ำอยู่ตรงหน้ากระท่อม สองมือของเขากระชับเสื้อกันฝนตัวเก่าแน่น รินรดาชะงักมือที่กำลังหั่นรากผักชีบนเขียงไม้ เสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีดังกลบความเงียบงันภายในใจ เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะวางมีดลงแล้วหันไปมองร่างสูงใหญ่ของดินผ่านความสลัวของตะเกียงน้ำมัน “ไม่ใช่ว่ารินใจจืดใจดำนะคะพี่ดิน แต่เราเพิ่งผ่านพายุเมื่อคืน ของกินในครัวเหลือเพียงแค่ข้าวสารกับผักสวนครัวไม่กี่อย่าง ถ้าจะรับใครเข้ามา เราต้องเตรียมรับมือกับคำถามที่เขาอาจจะไม่เข้าใจวิถีของเราด้วย” รินรดาตอบพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของฝาผนังไม้ไผ่ “แค่ข้าวต้มร้อนๆ สักชามกับพื้นที่แห้งๆ บนแคร่ไม้ไผ่ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับคนที่หนาวสั่นจนตัวโยนคนนั้นแล้วล่ะค่ะ เรื่องความเข้าใจ... ไว้ค่อยว่ากัน” ดินส่งยิ้มให้ เป็นยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีที่ยืนสำหรับความเมตตาเสมอ รินรดาพยักหน้ายอมรับ เธอสาวเท้าเดินไปที่ประตูไม้ขัดแตะ ดึงสลักออกแล้วผลักให้เปิดกว้าง ลมฝนกรรโชกแรงจนเปลวไฟในตะเกียงวูบไหวเกือบดับ ทว่าท่ามกลางความมืดมิดนั้น ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่เปียกปอนโชกโชนกำลังพยายามพยุงตัวยืนขึ้นจากกองโคลนหน้าบันได สายตาของเขาดูเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความตระหนก “ขอโทษครับ... ผม... ผมหลงทาง” เสียงนั้นสั่นพร่าขาดห้วง รินรดารีบคว้าผ้าขนหนูผืนหนาส่งให้โดยไม่รีรอ “เข้ามาข้างในก่อนค่ะ ที่นี่ไม่มีโรงแรมหรูหรา มีเพียงไออุ่นจากเตาไฟและอาหารง่ายๆ หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจนะคะ” ภายในกระท่อมกลิ่นไม้ไผ่สดผสมกับกลิ่นไอฝนที่อบอวลอยู่แล้ว ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเครื่องเทศจางๆ ที่รินรดากำลังตระเตรียม ดินนำถ่านไม้ลงในเตาเหล็กตัวเดิมเพื่อให้ความอบอุ่น รินรดาจัดการต้มข้าวต้มปลาคังที่เพิ่งได้มาจากแม่น้ำเมื่อวาน ปรุงด้วยขิงแก่หั่นฝอยเพื่อไล่ความหนาว สัมผัสของเธอในการปรุงอาหารยังคงนิ่งลึกและบรรจง ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนการร่ายรำท่ามกลางความกดดัน ชายแปลกหน้าคนนั้นนั่งนิ่งอยู่บนแคร่ไม้ สายตาเขากวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังพยายามค้นหาความหมายอะไรบางอย่างในความเรียบง่ายนี้ เมื่อชามข้าวต้มร้อนๆ ถูกวางลงตรงหน้า กลิ่นหอมฟุ้งของขิงและผักชีฝรั่งก็ทำให้นัยน์ตาที่ดูเหนื่อยล้าของเขาไหววูบ “ทานเสียหน่อยนะคะ จะได้มีแรง” รินรดากล่าวเสียงเรียบ “ผมไม่นึกว่า... ในที่ที่ห่างไกลแบบนี้ จะยังมีคนหยิบยื่นน้ำใจให้คนแปลกหน้าอย่างไม่มีเงื่อนไข” ชายคนนั้นเปรยขึ้นหลังตักน้ำซุปร้อนเข้าปาก รสชาติที่กลมกล่อมและชุ่มคอทำให้เขานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ “ผมนึกว่าวิถีชีวิตแบบนี้มันหายไปจากโลกใบนี้แล้วเสียอีก” “บางที... สิ่งที่หายไปอาจไม่ได้หายไปจากโลกนะคะ แต่อาจจะหายไปจากใจของเราเองต่างหาก” ดินแทรกขึ้นพลางรินน้ำชาดอกเก็กฮวยส่งให้ บทสนทนาดำเนินไปอย่างเนิบช้า ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มเบาลงจนกลายเป็นเพียงเสียงซู่ซ่าแผ่วเบา รินรดาสังเกตเห็นว่าแขกคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงนักท่องเที่ยวธรรมดา แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายและรอยประทับที่ข้อมือดูมีราคาเกินกว่าจะมาติดหล่มในป่าเขาแห่งนี้ได้โดยบังเอิญ เธอเก็บความสงสัยไว้ในใจเหมือนกับการซ่อนรสขมไว้ในขนมหวานที่รอคอยการเปิดเผย เมื่อชายคนนั้นวางชามข้าวต้มลง เขาก็หันมาสบตารินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลืออีกต่อไป แต่เป็นสายตาของผู้ที่เพิ่งค้นพบอะไรบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต “คุณรินรดาครับ... ผมไม่ได้หลงทางเข้ามาโดยบังเอิญอย่างที่คุณคิด” เขาเอ่ยเสียงต่ำ มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะหยิบนามบัตรสีขาวสะอาดตาออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่เปียกชื้น “ผมตามหา 'กลิ่น' นี้มาตลอดสิบปี... กลิ่นของอาหารที่แม่เคยทำให้กินก่อนที่ท่านจะจากไป และผมก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอมันอีกครั้งในกระท่อมไผ่กลางป่าแบบนี้” รินรดารับนามบัตรใบนั้นมาดู หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่ออ่านชื่อและตำแหน่งที่ปรากฏอยู่บนบัตร มันคือชื่อเดียวกับ 'เจ้าของโครงการ' ที่กำลังจะเข้ามาเวนคืนที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างรีสอร์ตหรูระดับห้าดาว และเขาคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในการสั่งรื้อกระท่อมไผ่ริมธารของเธอในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มือของรินรดาสั่นไหว นามบัตรในมือแทบจะร่วงหล่น ดินที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติจึงขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับวางมือลงบนบ่าเธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ ทว่าชายตรงหน้ากลับยังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและโหยหา ราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าการทำตามคำสั่งของบริษัท “คุณคือคนเดียวที่ผมจะมอบ 'สัญญาฉบับสุดท้าย' นี้ให้ได้... รินรดา ผมรู้ว่าคุณทำอะไรลงไปบ้างในอดีต และนั่นคือเหตุผลที่ผมต้องมาที่นี่ด้วยตัวเอง” ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมอีกครั้ง กลิ่นดินหลังฝนตกภายนอกดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นจนชวนหายใจไม่ออก รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาชายตรงหน้า ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ในดินโคลนตลอดหลายปี กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในค่ำคืนนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและให้กำลังใจกันอยู่เสมอในเส้นทางที่เปียกปอนสายนี้จากกระท่อมไผ่ริมธารนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%