"ริน! ขยับมาข้างในเร็วเข้า อย่าอยู่ตรงนั้น!"
เสียงตะโกนของดินแหบพร่าและสั่นเครือแข่งกับเสียงหวีดหวิวของลมที่โหมกระหน่ำจนยอดไผ่รอบกระท่อมโน้มต่ำจนเกือบถึงพื้นดิน รินรดาชะงักมือที่พยายามจะคว้าผ้าใบกันสาดผืนสุดท้ายให้ตึง ร่างบางโซเซไปตามแรงปะทะของลมที่มาพร้อมกับเม็ดฝนขนาดใหญ่เท่าเหรียญสิบ มันกระแทกเข้ากับผิวหนังจนเจ็บแปลบราวกับถูกหินขว้างใส่
วินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบที่เคยสงบเงียบ ณ กระท่อมปลายนาของเธอก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำปนเทาหนาหนัก ราวกับมีใครเอาหมึกดำมาละเลงบนผืนผ้าใบแห่งธรรมชาติ
รินรดาไม่ฟังเสียงทัดทาน เธอฝืนคว้าเชือกไนลอนมัดยึดแปลงผักสลัดที่เธอดูแลมาอย่างดี แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาจนแทบไร้ความรู้สึก "อีกนิดเดียวค่ะดิน... ผักพวกนี้เพิ่งจะตั้งตัวได้ ถ้าโดนลมแรงแบบนี้ก้านคงหักหมด"
"รินรดา! ฟังกันบ้าง!"
ดินก้าวยาวๆ มาถึงตัวเขาใช้ร่างกำยำกำบังลมให้เธอ ก่อนจะฉุดแขนรินรดาให้ถอยเข้าไปในตัวกระท่อมโดยไม่สนใจความดื้อรั้นนั้น แรงปะทะของพายุฤดูร้อนหนนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเจอมาในรอบหลายปี มันไม่ใช่แค่ฝน แต่มันคือการพิพากษาจากธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดคิด เสียงไม้ลั่นจากโครงสร้างบ้านไม้เก่าแก่ทำเอาใจของรินรดากระตุกวูบ
ภายในกระท่อมมืดสลัว กลิ่นดินที่ถูกน้ำฝนชะล้างโชยเข้ามาผ่านรอยแยกของฝาผนังไม้ไผ่ รินรดายืนหอบหายใจอยู่ตรงมุมห้อง มองผ่านหน้าต่างบานแคบออกไปเห็นเพียงความวุ่นวายเบื้องนอก ทุกอย่างที่เธอทุ่มเททั้งแรงกายและหยาดเหงื่อกำลังถูกพายุฟาดฟันจนล้มระเนระนาด
"ใจเย็นๆ นะริน" ดินวางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของเธอ สัมผัสที่คุ้นเคยช่วยดึงสติให้เธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน "ทุกอย่างซ่อมแซมได้ ของพังเราก็แค่ปลูกใหม่ แต่ถ้าตัวรินเป็นอะไรไป... ใครจะทำกับข้าวอร่อยๆ ให้ผมทาน"
เขาพยายามพูดติดตลกท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวให้กลับมาเป็นปกติ กลิ่นชาหอมจางๆ ที่เธอยังคงอุ่นทิ้งไว้ในกาน้ำบนเตาไฟเล็กๆ ช่วยปลอบประโลมความตื่นตระหนกในใจได้เพียงน้อยนิด
"มันไม่ใช่แค่เรื่องผักหรอกค่ะดิน..." รินรดาเอ่ยเสียงเบา จ้องมองออกไปที่แปลงผักที่กำลังจมหายไปในม่านฝน "มันคือความคาดหวังที่รินใส่ลงไป รินอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นคุณค่า รินก็สามารถสร้างชีวิตที่งดงามขึ้นมาได้ แต่ดูสิคะ... เพียงพริบตาเดียว ธรรมชาติก็ลบมันทิ้งหมดเลย"
ดินมองคนข้างกายด้วยสายตาที่ลุ่มลึก เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนได้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่สมุนไพรจางๆ จากตัวเธอ "การทำเกษตรไม่ได้สอนให้เราเป็นผู้ชนะเหนือธรรมชาติหรอกริน แต่มันสอนให้เรารู้จักการ 'อยู่รอด' และ 'ปรับตัว' รินเห็นดอกหญ้าพวกนั้นไหม? แม้มันจะถูกลมพัดจนราบไปกับดิน แต่พอพายุผ่านไป มันก็ดีดตัวกลับมาเชิดหน้าท้าแดดได้ใหม่เสมอ"
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นใกล้เสียจนแก้วหูอื้ออึง ตามด้วยเสียงไม้ล้มครืนใหญ่ทางทิศตะวันออกของไร่ ดินเบิกตากว้าง เขาพุ่งตัวไปที่หน้าต่างทันที
"นั่นโรงเรือนเพาะกล้า!" ดินสบถออกมาด้วยความตกใจ
รินรดารีบวิ่งตามไปดู ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต้นไม้ใหญ่ริมธารที่เธอรักนักรักหนากำลังโอนเอนอย่างน่าหวาดเสียว กิ่งขนาดใหญ่ของมันหักโค่นลงทับโครงสร้างโรงเรือนที่ดินเพิ่งต่อเติมให้เธอเมื่อเดือนก่อนจนพังยับเยิน
แต่ทว่า ในความมืดสลัวท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด รินรดากลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...
มีแสงไฟจากโคมพกพาแวบไหวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่ล้มลงนั้น ไม่ใช่แสงจากสายฟ้า ไม่ใช่แสงจากไฟฉายของดิน แต่มันเป็นแสงจากใครบางคนที่กำลังยืนนิ่งท่ามกลางพายุ... คนคนนั้นกำลังก้มลงเก็บ 'บางอย่าง' ออกมาจากซากโรงเรือนที่พังทลาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตรงมาที่หน้าต่างกระท่อมของเธอ ราวกับรู้ตัวว่ามีคนกำลังจ้องมองอยู่
รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนแปลกหน้านั้นผ่านแสงวาบของฟ้าแลบ... มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ที่มาให้ความช่วยเหลือ แต่มันคือรอยยิ้มที่เธอจำได้แม่นยำจากความทรงจำที่เธอพยายามลืมเลือนมาตลอดหลายปี
"ดินคะ... คนคนนั้น... เขามาที่นี่ได้ยังไง" รินรดาพึมพำออกมาด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่มือของเธอกำชายเสื้อของดินไว้แน่นจนซีดขาว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับรินรดาในบทนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ จาก กระท่อมไผ่ริมธาร
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 18
พายุฤดูร้อน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!