กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 19

การช่วยกันฟื้นฟู

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“ริน ถอยออกมาตรงนั้นก่อน เดี๋ยวกิ่งไม้ที่หักคาอยู่นั่นจะหล่นลงมาทับเอา!” เสียงทุ้มต่ำของดินดังแทรกผ่านเสียงพายุที่เพิ่งสงบลงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาไม่รอคำตอบแต่ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงรั้งเธอให้ออกห่างจากซากคานไม้ของโรงเรือนปลูกผักที่พังครืนลงมาเหมือนกองเศษซากปรักหักพัง รินรดาไม่ได้ขัดขืน แม้ในใจจะเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาของเธอมองดูต้นกล้าผักสลัดที่เธอฟูมฟักมานับเดือนกำลังถูกทับถมอยู่ใต้แผ่นพลาสติกและไม้ไผ่ที่หักกระจาย กลิ่นดินโคลนที่คลุ้งกระจายหลังฝนตกหนักมักจะทำให้เธอรู้สึกสงบ แต่วันนี้... กลิ่นนั้นกลับชวนให้รู้สึกหดหู่จนอยากจะร้องไห้ “ทุกอย่าง... พังหมดแล้วหรือคะ ดิน” น้ำเสียงของเธอแหบพร่า มือที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปจับเศษใบไม้ที่เปื้อนโคลน “ไม่พังครับ แค่ต้องเริ่มจัดระเบียบใหม่” ดินตอบพลางปล่อยมือจากเธอแล้วหันไปมองกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านที่เริ่มเดินถือจอบ เสียม และตะกร้าไม้ไผ่เข้ามาสมทบที่ริมรั้ว “รินลองมองดูรอบๆ สิครับ สิ่งที่พังคือโรงเรือน แต่อะไรที่หยั่งรากลึกลงในดินแล้ว มันไม่มีทางตายง่ายๆ หรอก” รินรดาหันไปตามสายตาของเขา แล้วเธอก็ต้องชะงัก ลุงมั่นถือเสียมด้ามยาวเดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ตามด้วยป้าสายที่หอบเอาต้นกล้าอ่อนที่รอดชีวิตมาในตะกร้าสาน ทั้งหมดไม่ได้มาด้วยท่าทีเวทนา แต่มาด้วยแววตาที่มุ่งมั่นราวกับจะร่วมรบในสงครามกอบกู้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้ “คุณริน อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนโลกแตกสิคะ” ป้าสายเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาตบไหล่เธอเบาๆ “ผักน่ะ มันสู้ชีวิตกว่าเราเยอะ แค่ให้พวกเราช่วยกันถางทาง เอาไม้พวกนี้ออก เดี๋ยวเดี๋ยวดินมันก็ฟื้นตัว พรุ่งนี้พอแดดออก ผักพวกนี้ก็จะเงยหน้ามองฟ้าเหมือนเดิม เชื่อป้าสิ” คำพูดเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังทำให้รินรดาผ่อนลมหายใจที่อัดอั้นออกมา ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกุมใจว่าเธอปกป้องสิ่งที่เธอรักไม่ได้เริ่มจางหายไป เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบถุงมือสวนขึ้นมาสวม ตลอดทั้งบ่าย บรรยากาศในกระท่อมปลายนาไม่ได้เงียบเหงาเหมือนทุกที เสียงหัวเราะและการสนทนาของชาวบ้านแทรกซึมผ่านเสียงจอบขุดดินและเสียงไม้ที่ถูกเคลื่อนย้าย ดินคอยจัดการกับโครงสร้างที่หนักอึ้ง ส่วนรินรดาทำหน้าที่คัดแยกต้นกล้าที่ยังพอมีโอกาสรอด เธอทำไปพลางมองดูคนรอบข้างที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ได้ร้องขอ ทุกคนไม่ได้มาเพราะหน้าที่ แต่มาเพราะพวกเขารู้สึกว่าที่นี่เป็น ‘บ้าน’ ของทุกคน เมื่อแสงสีส้มทองเริ่มอาบไล้ไปทั่วทุ่งนาหลังฝน ดินก้าวเข้ามาหารินรดาที่กำลังนั่งเช็ดคราบโคลนออกจากใบผักกาดขาว เธอดูเหนื่อยล้าแต่ในแววตามีประกายความหวังที่เขามองเห็นได้ชัดเจน “ทานอะไรก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมไปต้มน้ำชารากบัวที่เก็บไว้มาให้ดื่ม” ดินนั่งลงข้างๆ ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้รินรดาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “ขอบคุณนะคะดิน ถ้าไม่ได้พวกคุณวันนี้ รินคงไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนจริงๆ...” รินรดาช้อนตามองชายหนุ่ม “ทำไมคุณถึงดีกับรินขนาดนี้คะ?” ดินชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของเขาอยู่ข้างใน ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่มากกว่าความเป็นเพื่อนบ้าน “เพราะรินทำให้ที่นี่กลับมามีชีวิตอีกครั้งไงครับ และผมก็อยากเห็นชีวิตนี้เติบโตต่อไป... ไม่ใช่แค่นายทุนที่ไหน แต่เป็นรินคนนี้คนเดียว” บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอุ่นกลับเงียบกริบลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้เพียงแค่ตรงนั้น รินรดารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปในหัวใจของเธอ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำตอบที่ค้างคาอยู่ในลำคอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากทางทิศทางที่มุ่งหน้าไปสู่ถนนใหญ่ รินรดาหันไปมองตามเสียงนั้น และร่างของชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทเนี้ยบกริบซึ่งดูไม่เข้ากับทุ่งนาโคลนตมก็ปรากฏขึ้น เขาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้ากระท่อม สายตาที่เยือกเย็นกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอ “จำพ่อได้ไหม รินรดา?” ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “เห็นสภาพที่เธออยู่ตอนนี้แล้ว พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะ... เรื่องบริษัทและชีวิตที่เธอทิ้งมา” หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่เห็นร่างของพ่อผู้ที่เธอพยายามหนีห่างมาตลอดชีวิตยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปเพื่อร่วมลุ้นกันต่อนะคะ หวังว่าบทนี้จะช่วยเยียวยาใจของนักอ่านทุกคนได้บ้างนะคะ จาก กระท่อมไผ่ริมธารค่ะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%