“ถ้าขืนดึงแรงกว่านี้ บานพับที่เหลืออยู่ได้หลุดติดมือคุณไปทั้งแผงแน่ค่ะ”
เสียงทุ้มต่ำของดินดังขึ้นแทรกความเงียบ รินรดาชะงักมือที่กำลังใช้คีมเหล็กงัดตะปูขึ้นสนิมออกจากบานหน้าต่างไม้สักเก่าคร่ำ เธอหอบหายใจเบาๆ เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามไรผมขณะเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูบ้านพัก เธอไม่ได้หันไปมองสบตา เพราะรู้ดีว่าภายใต้สายตาที่ดูแสนธรรมดานั้น เขากำลังอ่านความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเข้มแข็ง
“มันผุหมดแล้วค่ะดิน... ทั้งไม้ ทั้งหัวใจที่เคยยึดเหนี่ยวหน้าต่างบานนี้ไว้” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศ ไม่ใช่เรื่องราวในอดีตที่กัดกินใจมาหลายปี
“บางที... สิ่งที่ผุพังไปแล้ว อาจจะไม่ต้องการการซ่อมแซมให้เหมือนเดิม แต่มันกำลังรอให้เราเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดต่างหาก” ดินเดินก้าวเข้ามาใกล้ ความสูงของเขาบดบังแสงยามบ่ายที่ส่องผ่านเข้ามาในห้อง เขาวางกล่องเครื่องมือช่างลงบนพื้นไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด “ถอยออกมาหน่อยค่ะ ผมจะจัดการเอง”
รินรดาขยับถอยหลัง ปล่อยให้ดินทำหน้าที่แทน มือหนาที่เปื้อนคราบดินจากการทำสวนบัดนี้เปลี่ยนมาจับเครื่องมือช่างได้อย่างคล่องแคล่ว ทุกจังหวะที่เขาขยับตัว กลิ่นอายของดินชื้นและใบหญ้าอ่อนๆ จางๆ ลอยมาปะทะจมูกเธอ มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
เธอมองแผ่นหลังของเขา แวบหนึ่งในใจเธอก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... เอกสารที่เธอพบบนชั้นวางหนังสือเก่าในกระท่อมเล่มนั้น—บันทึกที่ไม่ได้เขียนด้วยลายมือของใคร แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกว่าที่ดินผืนนี้ไม่ได้ตกเป็นของเธอโดยบริสุทธิ์ใจอย่างที่เคยเข้าใจ แต่มันคือผลพวงของการฉ้อฉลที่ตระกูลของเธอมีส่วนรู้เห็น
“ดินคะ...” เธอเรียกเขาเบาๆ เมื่อเขางัดบานหน้าต่างออกมาได้สำเร็จ กลิ่นอับชื้นจากหลังบานหน้าต่างโชยออกมา กระทบจมูกจนรู้สึกขมคอ
“ว่าอย่างไรคะ?” เขาหันกลับมา เช็ดเหงื่อที่ข้างขมับด้วยหลังมือ ดวงตาคมเข้มจ้องมองเธออย่างรอคอย
“ถ้าความจริงบางอย่างที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน... มันไม่ได้ส่งผลแค่กับคนที่ทำผิด แต่คนอย่างฉันที่ได้รับผลประโยชน์จากมันมาตลอดชีวิต ต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วยหรือเปล่าคะ?”
ดินหยุดมือที่กำลังเลื่อยไม้ เขาวางเครื่องมือลงช้าๆ พลางเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่ค่อยๆ เอื้อมมือมาหยิบเศษไม้เสี้ยนที่ติดอยู่ที่ชายเสื้อของเธอออกอย่างเบามือ
“เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้ค่ะริน แต่เราเลือกได้ว่าจะวางความผิดนั้นไว้ตรงไหน จะให้มันเป็นก้อนหินหนักๆ ในอก หรือจะใช้มันเป็นปุ๋ยบำรุงหัวใจให้เติบโตอย่างเข้มแข็งขึ้น... แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหน คนอย่างรินไม่เคยต้องแบกมันไว้คนเดียว”
คำพูดของเขาเหมือนสายฝนที่โปรยลงบนดินแห้งแล้ง รินรดารู้สึกถึงความอุ่นวาบในอก เธอเป็นเชฟที่เชี่ยวชาญการดึงรสชาติจากวัตถุดิบ แต่บางครั้งเธอกลับปรุงรสชีวิตของตัวเองให้ขมขื่นเกินไปเพียงเพราะความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ก่อ
ทั้งสองช่วยกันซ่อมแซมหน้าต่างจนแล้วเสร็จ แสงอาทิตย์อัสดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอบอุ่น รินรดาจัดเตรียมมื้อเย็นง่ายๆ เป็นเมนูที่เธอโปรดปราน ‘แกงเลียงหัวปลีใส่ใบแมงลัก’ กลิ่นหอมฟุ้งของพริกแกงตำมือโชยไปทั่วกระท่อม เสียงน้ำไหลจากลำธารหลังบ้านช่วยขับกล่อมให้บรรยากาศดูสงบอย่างน่าประหลาด
ทว่า ความสงบสุขนั้นกลับถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อมีเสียงรถออฟโรดคันใหญ่ขับมาจอดที่หน้าเขตไร่ เสียงประตูรถกระแทกปิดลง ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ
รินรดาชะงักมือที่กำลังตักแกงใส่ถ้วย ดินขมวดคิ้วแน่นก่อนจะลุกขึ้นยืนบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ
“ไม่เจอกันนานเลยนะ รินรดา...” เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนที่ก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัวหน้ากระท่อมทำให้รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง เขาคือคนที่เธอหวังว่าจะไม่เจอไปตลอดชีวิต “ฉันว่าเราควรคุยเรื่องโฉนดฉบับจริงที่แกแอบเก็บไว้ได้แล้วนะ เพราะถ้าแกไม่ส่งคืน... เรื่องที่พ่อแกเคยทำไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน จะไม่จบแค่ในแฟ้มเอกสารแน่”
ดินหันมาสบตารินรดา สายตาของเขามีความกังวลชัดเจน แต่รินรดาเพียงแค่วางทัพพีในมือลงช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดินหลังฝนยังคงหอมอบอวลอยู่รอบตัว แต่ในใจของเธอบัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นเยียบที่พร้อมจะปะทะกับพายุที่เพิ่งมาเยือน
เธอก้าวออกมาจากแผ่นหลังของดิน ยืนเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันคือแววตาของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป
“ถ้าคุณอยากได้มันมากนัก ก็เข้ามาเอาเองในกระท่อมนี้สิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าสิ่งที่อยู่ในนี้ ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือชนวนที่จะทำให้ความลับทั้งหมดระเบิดออกมาพร้อมกับพวกคุณทุกคน”
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ร่วมติดตามการเดินทางของรินรดาและดินมาถึงจุดที่ความลับกำลังจะเผยโฉมนะคะ กระท่อมไผ่ริมธารจะตั้งตารอพบทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 11
ซ่อมแซมหัวใจและบ้าน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!