“ป้าละเมียดคะ รินตั้งใจทำมาให้ ลองชิมดูหน่อยนะคะว่ารสชาติพอจะสู้กับสูตรต้นตำรับของป้าได้บ้างไหม”
รินรดาส่งถ้วยดินเผาใบเล็กที่ยังคงไออุ่นกรุ่นกลิ่นหอมของเครื่องสมุนไพรเผาไฟไปตรงหน้าหญิงชราผู้ขึ้นชื่อว่า ‘หวงก้าง’ ที่สุดในหมู่บ้านห้วยหมอก ร่างผอมเกร็งในชุดม่อฮ่อมซีดจางของป้าละเมียดชะงักมือที่กำลังถอนหญ้าคาข้างรั้ว ดวงตาฝ้าฟางกึ่งระแวงกึ่งอยากรู้อยากเห็นกวาดมองหญิงสาวผู้มาใหม่ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่หลังรั้วไม้ไผ่
ป้าละเมียดไม่ตอบ แต่เอื้อมมือที่สั่นเทาหยิบช้อนคันเล็กขึ้นมาจิ้มเนื้อน้ำพริกสีเข้มข้นที่ตำละเอียดจนเข้าเนื้อ กลิ่นหอมของเนื้อปลาช่อนย่างเตาถ่านโชยเข้าจมูก ปนกับกลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งคั่วและกระเทียมโทนที่คั่วจนสุกเหลืองหอมกรุ่น หญิงชราค่อยๆ ลิ้มรสช้าๆ สายตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มเปลี่ยนไป ความเงียบงันที่แผ่ซ่านระหว่างทั้งคู่เปรียบเสมือนรอยร้าวบนผืนดินที่รอการชโลมด้วยน้ำฝน
“น้ำพริกปลาย่าง... เธอย่างปลาด้วยไม้พะยูงหรืออย่างไร กลิ่นถึงได้ลึกซึ้งขนาดนี้” ป้าละเมียดเอ่ยขึ้นเสียงแหบพร่า สายตาจับจ้องไปที่น้ำพริกในถ้วยราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า
“รินย่างด้วยกิ่งไม้แห้งที่หล่นในสวนค่ะคุณป้า ส่วนเนื้อปลา รินคลุกเกลือทะเลเล็กน้อยก่อนนำไปย่างช้าๆ บนไฟอ่อนๆ เพื่อให้ความหวานของเนื้อปลายังอยู่ครบค่ะ” รินรดาตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
ดินที่ยืนอยู่ไม่ไกลในชุดเปื้อนฝุ่นดินหัวเราะเบาๆ เขาเดินเข้ามาสมทบพลางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “ป้าละเมียดครับ รินเขาตั้งใจทำจนเกือบไม่ได้หลับไม่ได้นอน พริกนี่ก็เก็บจากต้นที่ป้าเคยให้คำแนะนำเมื่ออาทิตย์ก่อนนะครับ”
ป้าละเมียดแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตาอ่อนลง “คนเรานี่ก็แปลกนะ ของอร่อยอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับชอบไปหาความขมขื่นใส่ตัว... รินรดา เอ้ย พรุ่งนี้ถ้าจะตำอีก ก็เอาปลาทูสดมาด้วยล่ะ ป้ามีสูตรเคล็ดลับที่ไม่เคยบอกใคร เดี๋ยวจะสอนให้”
รินรดารู้สึกเหมือนก้อนหินหนักอึ้งในใจที่แบกมาจากเมืองหลวงเริ่มสลายไปทีละน้อย การผูกมิตรในดินแดนแห่งนี้ไม่ได้วัดกันที่คำหวาน แต่เปรียบเสมือนการปรุงอาหารที่ต้องใช้ ‘เวลา’ และ ‘ความอดทน’ ในการเคี่ยวกรำให้รสชาติเข้าเนื้อ
ทั้งสามคนนั่งล้อมวงกันที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขามใหญ่ เสียงพูดคุยเรื่องผักสวนครัวและเทคนิคการถนอมอาหารดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยเป็นจังหวะ แต่แล้วความสงบนั้นก็ถูกแทรกด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินตรงเข้ามาจากทางปากทางเข้าไร่
เงาของชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม—ซึ่งดูแปลกแยกอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศลูกทุ่ง—ทาบทับลงมาบนแคร่ไม้ไผ่ รินรดาใจเต้นรัว มือที่ถือช้อนอยู่สั่นระริกจนต้องกำแน่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ผู้มาเยือนกลับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘ศิระ’ อดีตหุ้นส่วนร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่เธอพยายามหนีมาตลอด
“ไง ริน... ไม่เจอกันนานเลยนะ” ศิระยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบของเขาจ้องมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “ผมตามหาคุณมาสามเดือนเต็มๆ คิดว่าคนอย่างคุณจะเก่งแค่การทำอาหารในห้องครัวติดแอร์เสียอีก ไม่นึกเลยว่าจะหนีมาเป็นชาวสวนอยู่กับกองขยะและควันไฟแบบนี้”
บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นเยียบทันตาเห็น ดินขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าหญิงสาวไว้โดยสัญชาตญาณ ป้าละเมียดชะงักช้อนค้างไว้กลางอากาศ
ศิระไม่ได้สนใจชายหนุ่มร่างหนาที่ยืนขวางหน้า เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้ววางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง “ที่ดินผืนนี้... หรือแม้แต่กระท่อมที่เธอภูมิใจนักหนาน่ะ รินรดา... กำลังจะถูกประกาศยึดภายในสัปดาห์หน้า ในฐานะที่เธอเป็นตัวการทำร้านพัง เอกสารฉบับนี้คือหมายศาลเรียกตัวเธอไปชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เธอสร้างไว้”
คำพูดของเขาดั่งสายฟ้าฟาดกลางวงสนทนา รินรดาหน้าซีดเผือด ความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบเริ่มย้อนกลับมาเหมือนฝันร้ายที่ตื่นไม่จบสิ้น
รินรดาพยายามตั้งสติ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาจ้องมองเอกสารนั้นก่อนจะเงยหน้าสบตาศิระด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฉันไม่ได้หนีปัญหา ศิระ... ฉันแค่กำลังเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ฉันควรจะอยู่”
“เหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ดี” ศิระโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูเธอจนคนฟังขนลุก “งั้นก็เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะที่ฉันมาวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน... แต่เพราะมี ‘บางอย่าง’ ที่เธอทิ้งไว้ที่ร้าน มันกำลังจะถึงมือคนที่ไม่ควรจะได้รับมันที่สุด หากเธอไม่ยอมกลับไปกับฉันภายในวันนี้”
ความลับที่เธอเคยปกปิดไว้ในลิ้นชักที่ร้านอาหารบัดนี้ดูเหมือนจะหลุดมือไปแล้วจริงๆ หัวใจของรินรดาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันไปมองหน้าดินที่ยืนกำหมัดแน่นข้างๆ ขณะที่ลมเย็นยามเย็นเริ่มพัดกรรโชกราวกับจะเตือนถึงพายุใหญ่ที่กำลังจะมาเยือนกระท่อมปลายนาแห่งนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ ‘กลิ่นดินและไอฝน’ เสมอมานะคะ หวังว่าความเข้มข้นในตอนหน้าจะทำให้ท่านผู้อ่านไม่อยากวางสายตาเลยค่ะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 9
น้ำพริกปลาย่าง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!