กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 33

แมลงกินพืช

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"มันไม่ใช่แค่เรื่องของกินได้หรือกินไม่ได้ แต่มันคือการประกาศสงครามของธรรมชาติค่ะ คุณดิน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ขณะปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เธอหยิบก้านคะน้าต้นหนึ่งขึ้นมาพิจารณา รอยกัดแทะฉลุลายประหนึ่งงานศิลปะจากเขี้ยวเล็กๆ ของแมลงศัตรูพืชไม่ได้ทำให้เธอกลัว แต่มันทำให้เธอตระหนักถึงความพ่ายแพ้ที่คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดินยืนอยู่ข้างเธอ กลิ่นดินชื้นๆ ที่เกาะอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีซีดของเขาไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย "ปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานไปหน่อย แมลงถึงได้รวมตัวกันมาบุกไร่เราแบบไม่ลืมหูลืมตา" ดินถอนหายใจยาว พลางหยิบใบผักจากมือเธอไปตรวจสอบ "ดูสิครับ ตรงโคนใบมีไข่สีเหลืองอ่อนเกาะอยู่เต็มไปหมด ถ้าเราไม่จัดการภายในสองวันนี้ ผักสวนครัวที่รินอุตส่าห์ทะนุถนอมมาตลอดสองเดือนคงไม่เหลือแม้แต่เศษซาก" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความกดดันจากอดีตที่เธอเคยพยายามหนีมาซ่อนตัวในกระท่อมปลายนาแห่งนี้หวนกลับมาประทังอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เรื่องของผัก แต่เป็นความรู้สึกเหมือนตอนที่เธอเคยถูกคาดหวังให้ปรุงอาหารให้สมบูรณ์แบบในห้องครัวระดับห้าดาว ทว่าครั้งนี้ เธอไม่ได้สู้กับรีวิวของนักวิจารณ์ แต่เธอกำลังสู้กับกองทัพแมลงที่ไร้ความปรานี "ฉันไม่อยากใช้สารเคมี คุณก็รู้" เธอหันไปสบตาเขา แววตาของรินรดาสั่นไหวแต่ทว่าแน่วแน่ "ดินคะ เราพอจะมีวิธีอื่นไหม... วิธีที่ยังคงรักษาสมดุลของที่นี่เอาไว้ได้" ดินเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก้มลงมองดินใต้ฝ่าเท้า ราวกับกำลังปรึกษาหารือกับแผ่นดินที่พวกเขายืนอยู่ "มีวิธีครับ แต่ต้องใช้ความอดทนและ 'ของ' ที่เรามีในครัว รินจำสูตรน้ำส้มควันไม้ผสมน้ำยาฉุนที่ยายเคยสอนได้ไหม? คืนนี้เราต้องลงมือปรุง 'สูตรลับ' เพื่อรับมือพวกมัน" คืนนั้นในกระท่อมไผ่ริมธาร อบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรสด ทั้งใบสาบเสือ สะเดา และพริกขี้หนูสวนที่รินรดาตำจนละเอียด รินรดาขยับกายอย่างคล่องแคล่ว แม้เหงื่อจะซึมตามไรผมและกลิ่นของสมุนไพรจะอบอวลไปทั่ว แต่เธอกลับรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจ การทำอาหารเพื่อรักษาเยียวยาจิตใจตนเองอาจจะง่าย แต่การปรุงสารสกัดเพื่อรักษาชีวิตของพืชผักที่เธอรักนั้นกลับมีความหมายลึกซึ้งกว่ามาก "ใส่ลงไปอีกหน่อยครับ อีกนิด... นั่นแหละ" ดินคอยช่วยประคองหม้อเคี่ยว เขาเฝ้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่มากกว่าความชื่นชม รินรดาในตอนนี้ไม่เหมือนรินรดาที่เคยหวาดกลัวความล้มเหลว เธอเปรียบเสมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลึก แม้พายุจะมา แต่เธอก็พร้อมจะยืนหยัดด้วยภูมิปัญญาที่เธอมองเห็นคุณค่า "รินครับ..." ดินเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่น้ำยาในหม้อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มข้น "ไม่ว่าพรุ่งนี้ผลจะเป็นอย่างไร สิ่งที่รินทำในวันนี้ มันก็พิสูจน์แล้วว่ารินไม่ได้เป็นแค่เชฟที่ปรุงอาหารเก่ง แต่เป็นคนดูแลชีวิตที่เก่งที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก" รินรดาชะงักมือไปครู่หนึ่ง เธอหันไปมองเขา แสงเทียนในกระท่อมวับแวมสะท้อนในดวงตาของทั้งคู่ ความเงียบงันที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่กลับเป็นความสงบที่เต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมา เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองเดินสำรวจไร่ด้วยความใจจดใจจ่อ น้ำยาที่ปรุงขึ้นได้รับการฉีดพ่นไปทั่วบริเวณ เมื่อรินรดาก้มลงสำรวจใบคะน้าอีกครั้ง เธอก็พบสิ่งที่ทำให้ใจเต้นระรัว "มัน... มันเริ่มถอยร่นค่ะ ดิน ดูนั่นสิ" ใช่ แมลงเหล่านั้นเริ่มกระจัดกระจาย แต่ทว่า... ท่ามกลางความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามา ดินกลับขมวดคิ้วแน่น เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติบริเวณรั้วไม้ไผ่ชายป่าที่ติดกับไร่ของเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเขตที่พวกเขายังไม่ได้เข้าไปดูแล "ริน... อย่าเพิ่งดีใจไปครับ" ดินเสียงต่ำลง ก้าวเท้าเข้าไปขวางหน้าเธอไว้อย่างสัญชาตญาณ "ดูที่รอยเท้าตรงดินนั่นสิครับ มันไม่ใช่รอยเท้าของแมลง แต่มันคือรอยรองเท้าบูทที่มีโคลนสีแดงติดอยู่ ทั้งที่แถวนี้ไม่มีดินแดงเลยสักนิด" รินรดาชะงัก กลิ่นจางๆ ของสารเคมีที่ไม่คุ้นเคยลอยมากับลม แทนที่จะเป็นกลิ่นดินและไอร้อนของแสงแดด เธอรู้สึกเย็นวาบไปที่สันหลังเมื่อเห็นถังพลาสติกสีฟ้าใบหนึ่งวางทิ้งไว้หลังพุ่มไม้ พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ บนเศษกระดาษที่ถูกเสียบไว้บนรั้ว... 'ถ้าผักที่นี่สวยงามเกินไป ก็เตรียมตัวเห็นมันตายด้วยมือคนอื่นแทนเถอะ' ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและเคียงข้างไปกับความอุ่นใจของกระท่อมไผ่ริมธารนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%