"คุณจะทำจริงๆ หรือคะริน... ผืนดินตรงนี้มันพักมานาน ถ้าเราขุดลงไปตอนนี้ มันอาจจะไม่ใช่แค่การเตรียมแปลงปลูกอย่างที่คุณคิดนะคะ"
ดินเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังหมุนมีดพร้าในมือช้าๆ สายตาคมกริบมองไปยังเนินดินหลังกระท่อมที่ปกคลุมด้วยหญ้าคา รินรดานิ่งงัน มือเรียวบางที่ถือจอบไม้เก่าแก่สั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกผิดที่อัดแน่นในอกมาตลอดหลายสัปดาห์
"ฉันไม่ได้จะขุดเพื่อทำลายค่ะดิน... ฉันแค่อยากจะคืนสิ่งที่เขาให้ฉันมา" รินรดาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพผืนดินที่เปรียบเสมือนตักของแม่ "ฉันได้รับจากผืนดินแห่งนี้มามากเกินพอแล้ว ทั้งความสงบ ทั้งรสชาติของชีวิตที่เคยหายไป... วันนี้ฉันแค่อยากขอบคุณเขา ในแบบที่เชฟอย่างฉันพอจะทำได้"
ดินถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ มือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานวางลงบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้รินรดาเผลอหลับตาลง
"งั้นก็เริ่มเถอะค่ะ วัตถุดิบในสวนเราพร้อมแล้ว... ข้าวหอมมะลิใหม่ เมล็ดถั่วเหลืองที่เก็บไว้ตั้งแต่ต้นฤดู และกลิ่นหอมจากใบบัวที่คุณตั้งใจดูแลมาตลอดทั้งปี"
รินรดาพยักหน้า เธอเริ่มลงมือขุดดินเพียงผิวหน้าอย่างระมัดระวัง กลิ่นไอดินหลังฝนตกอบอวลขึ้นมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ซื่อตรงและสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำหอมราคาแพงใดที่เธอเคยใช้ในเมืองหลวง เธอเลือกสรรเมล็ดข้าวที่คัดเกรดอย่างดีมาหุงในหม้อดินเผาด้วยไฟจากไม้ฟืนที่ค่อยๆ มอดไหม้ ให้กลิ่นหอมของควันจางๆ ซึมลึกเข้าไปในเนื้อข้าว
ขณะที่มือบรรจงห่อข้าวด้วยใบบัวที่ตัดสดๆ จากสระ กลิ่นหอมเขียวสดชื่นของใบบัวทำให้นึกถึงความหลัง รินรดามองดูหยดน้ำบนใบบัวที่กลิ้งไปมาเหมือนไข่มุก ความกดดันจากครอบครัวในอดีตที่เคยบีบคั้นให้เธอต้องเป็น "เพอร์เฟกต์เชฟ" พลันจางหายไป เหลือเพียงจังหวะการหายใจที่สอดประสานกับธรรมชาติ
"คุณรู้ไหมคะดิน..." รินรดาเอ่ยขึ้นขณะนึ่งข้าวห่อใบบัวบนเตา "บางครั้งคนเราก็ลืมไปว่า การที่เราเติบโตขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะเราเก่งกาจกว่าใคร แต่เพราะมีฐานรากที่ดีรองรับไว้เสมอเหมือนกับดินตรงนี้"
ดินไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่นั่งเฝ้ากองไฟมองเปลวสีส้มที่เต้นระบำอยู่ในตาของเธอ ความเงียบในยามบ่ายมีเพียงเสียงนกกระเต็นที่ส่งเสียงทักทายจากริมธาร เป็นบทสนทนาที่ไม่มีคำลวง มีเพียงความจริงใจที่ถูกส่งผ่านกลิ่นหอมของเครื่องเทศและข้าวเหนียวนุ่มๆ ที่ค่อยๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ
เมื่อข้าวห่อใบบัวสุกได้ที่ รินรดานำมาวางบนแคร่ไม้ไผ่ เธอแกะใบบัวออกอย่างเบามือ กลิ่นหอมของข้าวผสมกับกลิ่นบัวและเม็ดบัวสุกพุ่งกระจายออกมา มันไม่ใช่เมนูหรูหรา แต่มันคือจิตวิญญาณของความขอบคุณ เธอกำลังจะหยิบช้อนไม้ขึ้นมาตักแบ่งให้ดิน แต่แล้วเธอก็ชะงัก
สายลมกรรโชกแรงพัดพาเอาใบไผ่ร่วงกราว กระท่อมที่เคยสงบเงียบกลับมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาจากทางเดินหลังไร่ รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างของหญิงวัยกลางคนที่คุ้นเคยในชุดผ้าไหมราคาแพงที่ดูผิดที่ผิดทางในกระท่อมปลายนาแห่งนี้
"แม่..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาแทบไม่ได้ยินเสียง
ผู้มาเยือนหยุดยืนนิ่งที่หน้ากระท่อม มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตกำกระเป๋าถือแน่น สายตาที่เคยมองเธอด้วยความผิดหวังตลอดหลายปีบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสั่นเครือ เธอกวาดสายตามองหม้อดินเผา ห่อใบบัว และรินรดาที่เปื้อนฝุ่นดิน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุน
"กลับบ้านเถอะริน... พ่อของลูก... เขาอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงพรุ่งนี้แล้วนะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมรินรดาจนแทบขาดใจ ในขณะที่ดินลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด—มันไม่ใช่ความอบอุ่นแบบเดิม แต่มันคือความระแวดระวัง ราวกับเขากำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีวันหวนคืน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและเคียงข้างไปกับความอุ่นใจของกระท่อมไผ่ริมธารนะคะ
กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา•ตอนที่ 32
ข้าวห่อใบบัว
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และเมนูอุ่นใจ ณ กระท่อมปลายนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!