หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 8

เด็กน้อยที่หน้าเหมือนใครบางคน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“คุณน้าคะ... ขนมชิ้นนั้นหน้าตาเหมือนดอกกุหลาบที่สวนหลังบ้านคุณแม่เลยค่ะ” เสียงใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินดังขึ้น ทลายความเงียบงันและบรรยากาศอันตึงเครียดของห้องรับรองพิเศษภายในโรงแรมหรูระดับห้าดาวลงอย่างสิ้นเชิง คินน์ อัครเดโช ละสายตาจากเอกสารโครงการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านในมือช้าๆ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วโซนนี้ถูกสงวนไว้สำหรับผู้บริหารระดับสูงและแขกวีไอพีขั้นสุดยอด ไม่มีทางที่เด็กอายุราวๆ สี่ขวบจะหลุดลอดระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามาได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า... ความซุกซนของเด็กจะเอาชนะทุกกฎเกณฑ์ ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นและเสื้อยืดสีขาวสะอาดตา กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะทำงานกระจกใสแจ๋ว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ แพขนตางอนหนาราวกับตุ๊กตาราคาแพง จมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย และที่สำคัญที่สุด... รอยยิ้มพิมพ์ใจที่มีลักยิ้มบุ๋มลงไปข้างแก้มข้างซ้ายนั้น ช่างคุ้นตาจนหัวใจของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพซ้อนทับของใครบางคนผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง รินรดา... ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งและคิดว่าได้สลัดหลุดพ้นไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน “หนูรินทร์! อย่านะคะลูก อย่าไปรบกวนคุณอาเขานะคะ” เสียงหอบสะท้านด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีเอิร์ธโทนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา รินรดาในยามนี้ไม่ได้อ่อนแอและเปราะบางเหมือนวันที่เดินออกจากบ้านอัครเดโชด้วยน้ำตานองหน้าอีกต่อไปแล้ว ความเป็นแม่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่สง่างาม แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจแบบที่ผู้ชายทุกคนต้องเหลียวมอง แต่ในวินาทีนี้ สีหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมาสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอพยายามหนีให้ไกลที่สุดมาตลอดสี่ปี โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน คินน์ค่อยๆ วางเอกสารในมือลง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงสง่าภายใต้สูทตัด Tailor-made เข้ารูปก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและด้านชามานานนับปีกลับเต้นโครมครามราวกับกลองศึก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด มันไม่ใช่ความโกรธเกลียด แต่มันคือแรงดึงดูดอันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ “คุณ...” เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันแน่น สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาว ก่อนจะเลื่อนกลับมาหยุดอยู่ที่ดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเซียว “ไม่เจอกันนานนะ... ริน” “สวัสดีค่ะคุณคินน์ พอดี... พอดีลูกสาวของฉันซนไปหน่อย ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ เดี๋ยวเราจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” รินรดารวบรวมสติทั้งหมดที่มี เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนไม่อาจปกปิด มือเรียวบางเอื้อมไปคว้ามือเล็กๆ ของเด็กน้อยเอาไว้หมายจะดึงตัวถอยหลังหนี แต่ทว่า... มันช้าไปเสียแล้ว “คุณแม่ขา... คุณอาคนนี้น่ารักจังเลยค่ะ หน้าตาคุ้นๆ เหมือนรูปถ่ายในล็อกเก็ตที่คุณแม่แอบเก็บไว้ใต้หมอนเลยนะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยเอียงคอพูดด้วยความไร้เดียงสา คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อยราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคนทั้งคู่ รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาดิก เธอลืมไปสนิทว่าเด็กวัยนี้มักจะพูดความจริงโดยไม่รู้ว่ามันคือความลับที่อันตรายที่สุด คินน์ชะงักงัน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความสงสัยที่เคยค้างคาใจถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง เขาก้าวเข้าไปใกล้สองแม่ลูกอีกก้าว จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กและกลิ่นกายเฉพาะตัวที่คุ้นเคย กลิ่นเดียวกับที่เคยวนเวียนอยู่ในห้องนอนของเขาเมื่อนานมาแล้ว “ลูกสาว... งั้นเหรอ” คินน์ทวนคำ น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อหู สายตาดุดันคมปลาบก้มลงมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังจ้องมองเขาตาแป๋วอย่างไม่นึกกลัวเกรง “เธออายุเท่าไหร่แล้ว... รินรดา” “ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจค่ะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความเข้มแข็งทั้งหมดกลับมาปกป้องแก้วตาดวงใจ เธอย่อตัวลงช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก สัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยที่เต้นระรัวไม่แพ้กัน “เด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน... กับสามีใหม่ของฉันค่ะ กรุณาอย่ามายุ่งกับครอบครัวของเราเลยนะคะ” คำว่า ‘สามีใหม่’ พุ่งชนเข้าที่กลางอกของคินน์อย่างจัง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ จนเจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลและความโกรธขึงพุ่งพล่านขึ้นมาในอกทันที ผู้ชายคนไหนกันที่กล้าอาจหาญมาแทนที่เขา? ผู้ชายคนไหนที่ได้ครอบครองผู้หญิงคนนี้และครอบครัวของเธอ? แต่ก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรที่คาใจ ร่างสูงก็ต้องชะงักค้าง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนของรินรดาเอื้อมมือเล็กๆ ป้อมๆ ออกมา ยื่นนิ้วจิ้มเบาๆ ที่แก้มข้างซ้ายที่มีรอยบุ๋มของเขา พร้อมกับหัวเราะคิกคักชอบใจ “คุณอามีลักยิ้มเหมือนหนูเลยค่ะ... เหมือนกันเป๊ะเลย คุณแม่ขา ทำไมคุณอาหน้าเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายจังเลยล่ะคะ?” สิ้นเสียงใสแจ๋วของเด็กน้อย ห้องรับรองพิเศษทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ คินน์นิ่งงันราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองที่เคยเฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยสลับกับใบหน้าซีดเผือดของอดีตภรรยา ดวงตากลมโต จมูกรั้นๆ ริมฝีปากอิ่ม และรอยบุ๋มที่แก้มข้างซ้าย... นั่นไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือพิมพ์เขียวเดียวกันกับตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬซึม ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่กำลังลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งความจริงและความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเปิดเผย “ริน...” คินน์เอ่ยชื่ออดีตภรรยาด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มลอดไรฟัน แววตาดุดันฉายประกายความกร้าวร้าวระคนเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด “เด็กคนนี้... ลูกใคร?” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ รักค่ะ - ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%