กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและไออุ่นจากเรือนร่างเล็กจ้อย คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของรินรดาพองโตขึ้นมาได้ ทว่าในยามนี้ ความสงบสุขภายในห้องพักของคาเฟ่กึ่งสตูดิโอศิลปะ กลับถูกคั่นจังหวะด้วยเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคุกคาม
คินน์ อัครเดโช... ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร กวาดสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนที่ดวงตาคู่คมดุคู่นั้นจะสะดุดเข้ากับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่ซุกซากอยู่หลังชายกระโปรงพลีทของเธอ
"คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไงคะ ที่นี่เป็นโซนส่วนตัว"
รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล มือเรียวบางดึงร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบเศษให้เข้ามาแนบชิดลำตัวมากขึ้น พร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบกลุ่มผมนุ่มหยักศกเล็กน้อยเพื่อปลอบประโลมทั้งลูกและตนเอง
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที สายตาของเขาถูกตรึงไว้กับดวงตากลมโตใสแจ๋วที่กำลังช้อนมองเขาอย่างหวาดระแวง ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นริมฝีปากหยักได้รูปที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น... มันช่างสะท้อนภาพเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กได้อย่างน่าประหลาด ราวกับมีใครเอาพิมพ์เขียวใบหน้าของเขาไปย่อส่วนลงมาวางไว้ตรงหน้า
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านเข้ามาในอก มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดหรือความเย็นชาที่เขามักใช้ฟาดฟันคู่แข่งทางธุรกิจ หากแต่มันคือความหน่วงหน่วง อึดอัด และโหยหาอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับส่วนหนึ่งของวิญญาณที่หายสาบสูญไปนาน กำลังส่งเสียงเรียกหาเจ้าของ
"เด็กคนนี้..." คินน์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนเกือบกลายเป็นกระซิบ ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว "ชื่ออะไรครับ... อ๊ะ... หมายถึง... ชื่ออะไรเหรอ" เขาเผลอเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นรังสีความไม่เป็นมิตรที่แผ่ออกมาจากอดีตภรรยา
"แกจะชื่ออะไร มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องใส่ใจค่ะ คุณคินน์" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนแอในอดีต บัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าว เธอยอมให้เขาย่ำยีหัวใจได้เพียงพอแล้วในอดีต แต่ไม่ใช่กับลูก... ไม่มีวันยอมเด็ดขาด
"ผมแค่วูกสึก..." คินน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มผู้ไม่เคยจนมุมด้วยคำพูดกลับต้องกลืนคำพูดตัวเองลงคอ เมื่อเด็กน้อยที่หลบอยู่ข้างหลัง ค่อยๆ โผล่ใบหน้าจิ้มลิ้มออกมา พร้อมกับยื่นมือเล็กๆ ไปหยิบพู่กันสีน้ำที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้
"คุณลุงหน้าดุ..." เสียงใสแจ๋วเอوขึ้นอย่างไร้เดียงสา ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองชายแปลกหน้าผู้มีรังสีความน่ากลัวแผ่ออกมาทั่วร่าง "แม่บอกว่าคนหน้าดุ... ใจร้าย... ห้ามเข้าใกล้"
ประโยคนั้นทำเอาคินน์รู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่ ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลบปลาบในอกที่พุ่งชนอย่างรุนแรง เขาย่อตัวลงช้าๆ เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อย แม้จะรู้ดีว่ารินรดากำลังถอยหลังหนีด้วยความระแวง
"หนูชื่ออะไรครับคนเก่ง" คินน์ถามเสียงอ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกลืมเลือนไปชั่วขณะต่อหน้าเด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้ รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก ปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม
"น้องแทนครับ..." เด็กน้อยตอบเสียงใส ก่อนจะหันไปซบหน้าลงกับสะโพกของมารดา พร้อมกับกระซิบเสียงดัง "แม่ครับ... คุณลุงคนนี้ตาเหมือนคุณแม่เลย... แต่หน้าตาบูดบึ้งเหมือนยักษ์ใจร้ายในนิทานที่แม่เล่าให้ฟังจริงๆ ด้วย"
รินรดากลั้นหายใจ หน้าหวานซ่านเผือดสีด้วยความตกใจ เธอกลัวเหลือเกินว่าความฉลาดแกมโกงของคินน์จะปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน หากเขาเอะใจเรื่องอายุของเด็กชายขึ้นมา ทุกอย่างที่เธอเพียรพยายามปกป้องอาจพังทลายลงในพริบตา
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้ค่ะ คุณคินน์ควรจะออกไปได้แล้ว ลูกฉันต้องการพักผ่อน" รินรดารีบอุ้มร่างป้อมขึ้นแนบอก สัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยที่เต้นตุบๆ อยู่ในอ้อมกอด เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงไปยังประตูหลังร้าน ทว่ามือหนากลับเอื้อมมาคว้าข้อแขนเรียวไว้แผ่วเบา
กระแสไฟฟ้าประหลาดแล่นริ้วผ่านผิวสัมผัส คินน์ชะงักไปเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะโดนผิวเนื้อนุ่ม เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างบางที่พยายามสะบัดหนี
"ริน..." เสียงเรียกนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในยามที่ใช้ชีวิตร่วมกัน "ผมแค่อยาก... แค่อยากมองใกล้ๆ ทำไม... ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้เหลือเกิน ริน... แกเป็นลูกใคร?"
คำถามนั้นแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของความทรงจำกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้า
ดวงตาคู่คมของคินน์มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น และในวินาทีที่เขายื่นมืออีกข้างออกไปหวังจะแตะปอยผมหยักศกของเด็กชายในอ้อมอก สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่หล่นร่วงออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมของรินรดา มันคือเอกสารประวัติสุขภาพและการฉีดวัคซีน... และตัวเลขระบุวันเดือนปีเกิดของเด็กชาย ก็ปรากฏหราอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน!
ดวงตาสีเข้มของคินน์เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกкаค้างเมื่อตัวเลขเหล่านั้นวิ่งชนเข้ากับความทรงจำในอดีต—ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่เธอจะหันหลังเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย
- ชฎาพรายไวน์แดง -
หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 9
รอยร้าวในใจท่านประธาน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!