หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก•ตอนที่ 10

การเผชิญหน้าครั้งแรก

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"แม่คะ... คุณอาใจดีคนนั้น ให้ลูกกวาดรูปดาวสีฟ้าด้วยครับ" ปลายนิ้วป้อมๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบสะกิดชายเสื้อกันหนาวของรินรดาเบาๆ ดวงตากลมโตใสแจ๋วมีความตื่นเต้นระคนสงสัยฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม ในมือเล็กๆ กำลูกอมรสบลูเบอร์รีห่อกระดาษฟอยล์สีเงินวาววับเอาไว้แน่น รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก หัวใจของเธอกระตุกวูบราวกับมีใครเอามือมาบีبيเข้าอย่างแรง เมื่อสายตาของเธอมองเลยผ่านศีรษะทุยของลูกชายไป แล้วปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าของใครบางคนยืนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากสนามเด็กเล่นแห่งนี้นัก คินน์ อัครเดโช... เขายืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก สูโดดเด่นและทรงพลังจนบรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา สองมือของเขาซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเข้ม ไหล่กว้างที่เคยผลักไสเธอยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บในอดีตบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยยามที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมายังเด็กชายตัวน้อย—ร่างเล็กที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นสันจاوโด่งรั้น โครงหน้า หรือแม้แต่แววตาเฉลียวฉลาดที่มองโลกอย่างไม่หวาดหวั่น รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหญ้าชื้นแฉะหลังฝนตก คว้ามือเล็กทั้งสองข้างของลูกชายมาจับไว้แน่น ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจดวงนี้ไปจากอ้อมอก รอยยิ้มที่ฝืนปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อลูกช่างสั่นเครือเสียจนเธอเองยังเกลียดตัวเอง แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปกลับราบเรียบและหนักแน่นอย่างยิ่ง "น้องแทนครับ... ของกินจากคนแปลกหน้า เราไม่ควรรับไว้นะคะลูก เอาไปคืนคุณอาเขาดีกว่าไหม หรือทิ้งลงถังขยะไปซะ" "แต่คุณอาไม่ได้ใจร้ายเลยนะครับแม่..." เด็กน้อยเอียงคอสงสัย ดวงตาคู่นั้นกะพริบปริบๆ อย่างไร้เดียงสา "คุณอาบอกว่า... หน้าตาของแทนเหมือนคุณอาตอนเด็กๆ เลย แล้วเขาก็... ร้องไห้ด้วยครับแม่ ทำไมผู้ใหญ่ตัวโตถึงร้องไห้ล่ะครับ?" คำพูดซื่อประสาเด็กเปรียบเสมือนคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ตกสะเก็ด รินรดารู้สึกเหมือนมีหินผาตกลงมาทับถมบนหน้าอกจนหายใจไม่ออก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างเล็กของลูกชายไว้มิดชิดราวกับแม่ไก่กางปีกปกป้องลูกน้อยจากเหยี่ยวร้าย ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ให้เขาดูนับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้แข็งกร้าวและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างที่ลดลงทีละก้าวทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของบุคลิกภาพ—ลอยมาแตะจมูก คินน์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้สายตาคมปลาบกวาดสำรวจใบหน้าของอดีตภรรยาที่บัดนี้งดงาม สง่า และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ "คุณต้องการอะไรอีก... คินน์" รินรดาเปิดฉากพูดก่อน น้ำเสียงของเธอต่ำพร่า ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ที่เราหย่าขาดกันไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว มันยังไม่สาแก่ใจคุณพออีกเหรอคะ ถึงต้องตามมาหลอกหลอนแม้กระทั่งลูกของฉัน" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่อันตราย กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยซบและร้องไห้สะอื้นในอ้อมอก ทำเอาหัวใจทรยศเต้นรำผิดจังหวะชั่วขณะหนึ่ง แต่รินรดาก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวั่นไหวให้เห็นแม้แต่น้อย "ริน..." เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน มันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาพยายามกดทับไว้ "ผม... ผมแค่อยากมองใกล้ๆ เด็กคนนั้น... เขาชื่ออะไร ริน? แกชื่ออะไร?" "เขาชื่ออะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ!" รินรดาตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว "ในใบหย่าระบุชัดเจนว่าเราขาดจากกันโดยสมบูรณ์ และคุณ... คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเด็กคนนี้มันก็แค่ภาระที่น่ารำคาญ! ลืมไปแล้วหรือไงคะ หรือความจำเสื่อมเพราะเสพความสุขบนกองเงินกองทองมากเกินไป!" คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้ใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มซีดเผือดลงถนัดตา คินน์รู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางอกจนแหลกสลาย เขาจำได้ดี... ทุกคำพูดใจร้ายที่เคยพ่นใส่ผู้หญิงคนนี้ในวันที่เธอตั้งท้องอ่อนๆ และหอบเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน เขามันโง่เง่า เย่อหยิ่ง และตาบอดสนิท ที่คิดว่าอำนาจและเงินตราสามารถซื้อได้ทุกอย่าง รวมถึงหัวใจของคน "ผมขอโทษ..." คำสารภาพบาปหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่เคยใช้แต่คำพูดดูถูกเหยียดหยาม คินน์ก้าวเข้าไปหาเธออีกก้าว หวังจะเอื้อมมือไปแตะไหล่บางที่สั่นเทานั้น แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูล "เก็บคำขอโทษของคุณเอาไว้ใช้ในนรกเถอะค่ะ!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เย็นชาและน่าสมเพช "ฉันไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่ยืนร้องไห้รอความเมตตาจากคุณอีกแล้ว ลูกของฉันมีแค่แม่คนเดียว... ไม่มีพ่อ ไม่มีผู้ชายใจร้ายที่ชื่อคินน์ อัครเดโช อย่ามาเข้าใกล้เราอีก ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งความข้อหาคุกคาม!" พูดจบเธอก็หันหลังกลับทันที เดินดุ่มๆ ไปอุ้มร่างเล็กของลูกชายขึ้นแนบอก ปลอบประโลมเด็กน้อยที่เริ่มทำหน้ามุ่ยด้วยความตกใจกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว รินรดาก้าวเดินฉับๆ ไปยังรถยนต์สีดำคันเล็กที่จอดอยู่ริมถนน โดยไม่หันกลับมามองสายตาที่แทบจะขาดใจตายของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย คินน์ยืนนิ่งสนิทปล่อยให้สายฝนปรอยๆ เริ่มตกลงมาอีกครั้ง เม็ดฝนเย็นเฉียบกระทบเข้ากับใบหน้าคมคาย ผสมปนเปกับหยาดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในวงการธุรกิจ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นถนนอย่างไร้ศักดิ์ศรี มองตามรถคันเล็กที่แล่นลับสายตาไปอย่างเจ็บปวดเจียนตาย เขารู้ดีว่าเขาสสมควรได้รับความเกลียดชังนี้... และเขาก็สาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากสองแม่ลูกคู่นี้เด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้ายก็ตาม ทว่า... ในขณะที่คินน์กำลังจะลุกขึ้นเพื่อตามรถคันนั้นไป สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ปลิวตกลงมาจากกระเป๋าเสื้อกันหนาวของเด็กชายเมื่อครู่นี้ มันติดอยู่กับพุ่มไม้ข้างทาง ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกดูอย่างช้าๆ หัวใจของคินน์หยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกკค้างในลำคอ เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่แค่รูปวาดเด็กเล่นอย่างที่คิด แต่มันคือ... **ใบรับรองผลการตรวจ DNA จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ที่ระบุชื่อของเขาและเด็กชายไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันสูงถึง 99.99%** และที่มุมกระดาษด้านล่าง มีลายมือหวัดๆ ของรินรดาเขียนเตือนไว้อย่างเยือกเย็นว่า— *"ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณสมควรได้รับ... และจำใส่กะโหลกไว้ ว่าคุณไม่มีวันได้แตะต้องลูกของฉัน!"* - ชฎาพรายไวน์แดง -
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ไกล... อย่าให้รู้ว่ามีลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%